fbpx

พรีวิว Canon EOS R6 กล้อง Mirrorless Full Frame ความละเอียด 20 MP เหมาะสำหรับช่างภาพ และช่างกล้องถ่ายวีดิโอ

พรีวิว Canon EOS R6 กล้อง Mirrorless ที่มีเซนเซอร์ Full Frame CMOS ความละเอียด 20 MP โดยเหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่างภาพ และช่างกล้องถ่ายวีดิโอ โดยกล้องรุ่นนี้มีชิพประมวลผล DIGIC X ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการที่ทำการถ่ายภาพ และถ่ายวีดิโอ พร้อมทั้งยังมีฟังก์ชั่นม่านชัตเตอร์ชั้นแรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EFCS)

เพื่อความรวดเร็วในการเปิดปิดชัตเตอร์ และยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกนในตัวกล้อง นอกจากนี้ยังมีระบบออโต้โฟกัสเพื่อทำให้การโฟกัสมีความรวดเร็ว แม่นยำทั้งการถ่ายภาพ และการถ่ายวีดิโอ ในส่วนตัวกล้องทำจากแมกนีเซียมอัลลอยพร้อมซีลกันหยดน้ำและฝุ่น น้ำหนักเบา ฉะนั้นนี่คือกล้อง Mirrorless ที่ให้อารมณ์แบบกล้อง DSLR

พรีวิว Canon EOS R6 กล้อง Mirrorless Full Frame ความละเอียด 20 MP เหมาะสำหรับช่างภาพ และช่างกล้องถ่ายวีดิโอ

จุดเด่นของกล้อง Canon EOS R6

  • ระบบเซนเซอร์ Full Frame CMOS ความละเอียด 20 MP
  • เซนเตอร์รุ่นนี้ยังมี Dynamic Range (DR) หรือช่วงการรับแสงที่กว้าง และสามารถจับภาพได้เร็วทั้งขณะที่ถ่ายภาพ หรือถ่ายวีดิโอ
  • ชิพประมวลผลรุ่นใหม่ DIGIC X
  • ฟังก์ชั่นม่านชัตเตอร์ชั้นแรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความรวดเร็วในการเปิดปิดชัตเตอร์
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกนในตัวกล้อง
  • ระบบออโต้โฟกัสสามารถจับวัตถุที่ต้องการถ่ายได้อย่างรวดเร็ว
  • ถ่ายวิดิโอคมชัดได้ทั้ง Video 8K, วิดีโอสโลว์โมชั่นแบบ Full HD
  • ตัวกล้องทำจากแมกนีเซียมอัลลอยพร้อมซีลกันหยดน้ำและฝุ่น น้ำหนักเบา
  • ตั้งค่าความไวแสง ISO แบบอัตโนมัติ
  • แบตเตอรี่แบบใหม่ เป็นแบบ LP-E6NH ที่มีความจุมากขึ้นกว่า LP-E6N 15% หรือใช้กับแบตเตอรี่ LP-E6N และ LP-E6

ระบบเซนเซอร์ Full Frame CMOS ความละเอียด 20 MP

สำหรับ Canon EOS R6 นำระบบเซนเซอร์ Full Frame CMOS ความละเอียด 20 MP มาใช้ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะใช้กับกล้องรุ่น EOS-1D X III นอกจากนี้กล้อง EOS R6 ยังมีตัว Anti-Alias Filter หรือการลดความหยาบกระด้างของแสงให้นุ่มนวลลงก่อนจะตกกระทบเข้ากับเซนเซอร์รับภาพ ที่ส่วนใหญ่แล้วจะมีอยู่ในกล้องระดับเรือธงเท่านั้น นอกจากนี้เซนเตอร์รุ่นนี้ยังมี Dynamic Range (DR) หรือช่วงการรับแสงที่กว้าง และสามารถจับภาพได้เร็วทั้งขณะที่ถ่ายภาพ หรือถ่ายวีดิโอ

ชิพประมวลผล DIGIC X เพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพและวีดิโอ

นอกจากนี้ยังได้ใช้ชิพประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง DIGIC X ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการที่ทำการถ่ายภาพโดยใช้โหมดออโต้โฟกัส (AF) ที่สำคัญในกรณีที่ใช้โหดชัตเตอร์กลไก (Mechanical shutter) จะทำให้คุณสามารถถ่ายภาพได้ 12 เฟรมต่อวินาที และด้วยการที่มีระบบ Full Autofocus หากใช้โหมดชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Shutter) จะสามารถถ่ายภาพด้วยความเร็วถึง 20 เฟรมต่อวินาที

ขณะเดียวกันกล้องรุ่นนี้ยังมีฟังก์ชั่นม่านชัตเตอร์ชั้นแรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EFCS) เพื่อความรวดเร็วในการเปิดปิดชัตเตอร์ โดยคุณยังสามารถเลือกใช้ชัตเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อต้องการความเงียบในขณะถ่ายภาพ หรือใช้ชัตเตอร์กลไกลในกรณีต้องการถ่ายด้วยความเร็วสูง

ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกนในตัวกล้อง (In-Body IS)

Canon EOS R6 มีการใช้ระบบกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกนโดยระบบการทำงานจะเกิดขึ้นเมื่อเลนส์ IS ได้รับแจ้งข้อมูลจากตัวเซนเตอร์จับความเคลื่อนไหวในตัวกล้อง และระบบในตัวกล้องได้รับข้อมูลมาจากเซนเตอร์เลนส์ สำหรับการทำงานร่วมกันของระบบนี้ทำให้กล้องรุ่นสามารถลดการสั่นอาจจะทำให้ภาพเบลอได้ถึง 8 stop ถือว่ามากที่สุดในกลุ่มกล้อง Mirrorless Fullframe ด้วยกัน และช่วยลดการสั่นได้ทุกๆ ช่วงซูมตั้งแต่มุมกว้างไปจนถึงเทเลโฟโต้

ระบบออโต้โฟกัสจัดเต็มเพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับระบบออโต้โฟกัสนั้น Canon EOS R6 ใช้ระบบที่เรียกว่า Dual Pixel AF II โดยอาศัยหลักการทำงานร่วมกันระหว่าง Phase Detection และ Contrast Detection เพื่อทำให้การโฟกัสมีความรวดเร็ว แม่นยำทั้งการถ่ายภาพ และการถ่ายวีดิโอ นอกจากนี้ระบบ AF ยังมีกลไก Machine Learning เพื่อใช้สำหรับการฝึกในการจดจำวัตถุที่ต้องการจะถ่าย

ฉะนั้นกล้องจะสามารถจดจำดวงตา, ใบหน้า และศีรษะได้หมด นั่นหมายความว่ากล้องจะยังคงโฟกัสไปยังวัตถุที่คุณต้องการถ่าย แม้ว่าวัตถุเหล่านั้นจะดูเหมือนขยับออกห่างจะตัวคุณก็ตาม ในขณะเดียวกันระบบยังสอนให้กล้องจดจำดวงตา, ศีรษะ และรูปร่างของสัตว์บางประเภทด้วย ที่สำคัญคุณยังสามารถเลือกเรียงลำดับได้ว่าจะใช้ระบบนี้กับคน, สัตว์ หรือไม่เรียงลำดับก็ได้

ในขณะเดียวกัน Canon EOS R6 ยังมีกระบวนการทำงาน และอัลกอริทึ่มที่ได้มาจากตัวบอดี้ของกล้องรุ่น 1D X Mark III ที่เหมาะอย่างยิ่งในการถ่ายภาพกีฬา โดยในรุ่น EOS R6 สามารถไล่ตามจับภาพได้ดีกว่าเดิม ที่สำคัญยังสามารถเลือกใช้ระบบ “Case” หากต้องการที่จะบรรยายลักษณะการเคลื่อนไหวของวัตถุที่คุณต้องการ

รวมไปถึงการเลือกโหมด “Auto” เพื่อที่จะทำการคาดคะเนการปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหวของวัตถุที่คุณต้องการจะถ่าย โดย Dual Pixel AF II มีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มีการเพิ่มจำนวนจุดโฟกัสเยอะมากและกระจายอยู่ทั่วเซนเซอร์รับภาพซึ่งครอบคลุมและหนาแน่นมากๆ ทำให้คุณไม่พลาดการโฟกัส

วีดิโอคมชัดสมจริงเก็บทุกรายละเอียด

นอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว เซนเซอร์ 20 MP รองรับการถ่าย Video 4K ได้จากภายในตัวกล้องทันที โดยไม่จำเป็นต้องต่ออุปกรณ์เสริมเพื่อ Record External พร้อมมี C-LOG เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของไฟล์ เมื่อต้องการนำไปใช้ต่อกับโปรแกรมเฉพาะต่างๆได้อย่างสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกวีดิโอที่ให้ความละเอียดในแบบ UHD 4Kโดยสามารถบันทึกได้มากกว่า 60 เฟรมต่อวินาที

นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวิดีโอสโลว์โมชั่นแบบ Full HD ซึ่งสามารถบันทึกได้ 120 เฟรมต่อวินาที ขณะที่ออปชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่างการจับภาพ “HDR PQ” ซึ่งจะทำให้สามารถจับขอบเขตความกว้างของแสงสำหรับภาพที่ถ่ายเพื่อที่จะมีการปรับให้เหมาะกับทีวีในระบบ HDR โดยโหมดนี้มีการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อสำหรับใช้ในการผลิตคอนเทนต์ที่ผ่านทางทีวีระบบ HDR ยังไม่หมดแค่นั้นสำหรับโหมด LOG มีค่าความไว้แสงถึง 400 ซึ่งมีการออกแบบมาให้มีค่าความไวแสงสูงสุดที่ 2 EV นอกจากนี้ยังมีโหมด HDR PQ ที่ใช้ค่าความไวแสง 100 แต่สามารถปรับเป็นค่าความไวแสง 200 ก็ได้เพื่อจับภาพที่มีแสงจ้าเป็นพิเศษ สุดท้ายแล้วกล้องรุ่นนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับช่อง HDMI ได้ถึง 4K/60 เฟรมต่อวินาที 10-bit 4:2:2 และมีฟีเจอร์ PQ และ Canon LOG (C -LOG) สำหรับการถ่ายภาพ HDR

บอดี้แข็งแรง และช่องมองภาพที่โดดเด่นพร้อมกับจอยสติ๊กที่ให้อารมณ์แบบกล้อง DSLR

ในส่วนตัวกล้องทำจากแมกนีเซียมอัลลอยพร้อมซีลกันหยดน้ำและฝุ่น น้ำหนักเบา พร้อมกันนี้ยังมีแป้นปรับโหมด และแป้นปุ่ม Multi-Controller และ Quick Control เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเลือกจุดโฟกัสและปรับตั้งค่าต่างๆ มีจอแอลซีดีทัชสกรีนปรับหมุนได้ที่ใช้ในการเลือกจุดโฟกัสและเมนูการใช้งานต่างๆ ขณะเดียวกันยังมีช่องมองภาพ และจอ LCD ซึ่งมีหน้าจอ 3 นิ้วความละเอียด 1.61m dots ให้มุมมองที่ชัดเจน โดยช่องมองภาพจะเป็นหน้าจอ OLED ที่ให้ความละเอียด 3.68m dots โดยสามารถจับภาพได้ตั้งแต่ 120 หรือ 60 เฟรมต่อวินาที

นอกจากนี้ Canon EOS R6 ได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ ให้ได้ความรู้สึกที่คล้ายๆ กับการใช้กล้อง DSLR มากขึ้น แต่สำหรับรุ่นนี้ยังคงเป็นกล้อง Mirrorless อยู่เหมือนเดิม โดยได้มีการตัด Touch Bar ออกไป แล้วเติม Joystick เพื่อใช้ในการควบคุมเข้ามาทดแทน นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งไอเดียที่มีการออกแบบให้คล้ายกับกล้อง DSLR ก็คือกล้องจะไม่มีการแสดงภาพในช่องมองภาพหลังจากที่คุณถ่ายรูปไปแล้ว โดยจะไปแสดงที่หน้าจอ LCD ซึ่งจะทำให้คุณสามารถตรวจสอบภาพ หรือถ่ายต่อไป

ตั้งค่าความไวแสง ISO แบบอัตโนมัติ

สำหรับกล้องรุ่นนี้มีระบบ Auto ISO หรือการตั้งค่าความไว้แสงแบบอัตโนมัติ โดยคุณสามารถตั้งค่าความเร็วของชัตเตอร์ด้วยการเพิ่มค่า ISO หรือจะเลือกใช้โหมด “Auto” ก็ได้ ซึ่งมันจะมีการเลือกค่าความเร็วของชัตเตอร์ให้สัมพันธ์กับระยะความยาวของโฟกัส นอกจากนี้ระบบ Auto ISO ยังสามารถใช้งานร่วมกับโหมด Manual Exposure และยังสามารถเข้าไปปรับค่าชดเชยแสงได้ ซึ่งทำให้คุณปรับแต่งระดับความสว่างให้เหมาะสม

การจัดเก็บภาพด้วยการ์ดแบบ Dual Slot และในเว็บไซต์ Cloud

นอกจากนี้ยังมีช่องใส่การ์ดแบบ Dual Slot รองรับ CFexpress card และ SD memory card UHS-II โดยสามารถเก็บภาพใส่ในการ์ด UHS-II ได้อย่างรวดเร็วซึ่งสามารถใส่ได้มากกว่า 1,000 ภาพไม่ว่าจะเป็นไฟล์ JPEG, HEIF หรือ C-Raw formats, 240 Raws หรือ140 Raw + Large, Fine HEIF ก็ได้ ขณะเดียวกันยังถือเป็นกล้องรุ่นแรกที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับการเก็บข้อมูลบนคลาวด์ด้วย Image.canon ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อส่งไฟล์ภาพนิ่งและวิดีโอไปเก็บบนคลาวด์ได้ถึง 30 วันโดยไม่จำกัดขนาดไฟล์ หรือส่งไปเก็บบนแพลตฟอร์มคลาวด์อื่นๆ เช่น Google Photos, Google Drive และ Adobe Creative Cloud

แบตเตอรี่แบบใหม่ใช้งานได้นานอย่างที่ใจต้องการ

Canon EOS R6 ใช้แบตเตอรี่แบบใหม่ เป็นแบบ LP-E6NH ที่มีความจุมากขึ้นกว่า LP-E6N 15% หรือใช้กับแบตเตอรี่ LP-E6N และ LP-E6 ก็ได้ สำหรับการชาร์จไฟสามารถทำได้ด้วยการชาร์จผ่านสาย USB Power Adapter PD-E1นอกจากนี้ EOS R6 ยังสามารถถ่ายภาพได้ 360 ช็อตต่อการชาร์จ 1 ครั้งด้วยการมองผ่านทางหน้าจอ LCD หรือถ่ายได้ 250 ช็อต ต่อการชาร์จ 1 ครั้งด้วยการมองผ่านช่องมองภาพ EVF และยังสามารถใช้โหมดประหยัดพลังงาน Power Saving เพื่อที่จะได้เพิ่มความยาวนานของแบตเตอรี่ โดยสามารถถ่ายผ่านหน้าจอ LCD 510 ช็อต หรือ 380 ช็อตผ่านช่องมองภาพ EVF

ข้อมูลน่าสนใจของ Canon EOS R6

  • เซนเซอร์Full Frame CMOS ความละเอียด 20 MP
  • ระบบประมวลผล DIGIC X
  • มีระบบกันสั่น 5 แกน
  • ค่าความไวแสง ISO 100 – 102400 (สามารถขยายได้ถึง 204800)
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 12 เฟรมต่อวินาที ในโหมดชัตเตอร์กลไกล (Mechanical Shutter) และ 20 เฟรมต่อวินาที ในโหมดชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Shutter)
  • บันทึกวิดีโอได้ 4K/60 เฟรมต่อวินาที และที่ 1080p/119.88 เฟรมต่อวินาที ในแบบ 10 bit 4:2:2
  • ใส่การ์ดแบบ Dual Slot รองรับ CFexpress card และ SD memory card UHS-II
  • หน้าจอ LCD ขนาด 2 นิ้วแบบ Vari-angle ความละเอียด 1.61m dots
  • ใช้แบตเตอรี่ LP-E6NH หรือแบตเตอรี่ LP-E6N และ LP-E6 ก็ได้

Yochuwa Samaromhttps://www.photoschoolthailand.com/
Digital Marketing ที่รักการถ่ายภาพ ทำเว็บบล็อกสอนถ่ายภาพฟรี และมีอีกเว็บที่สอนด้านการตลาดฟรี เชื่อว่าการแบ่งปันสิ่งที่เรารู้ จะทำให้เราพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น และรู้จักกับคนที่เก่งกว่าเรามากขึ้นไปอีก

Similar Articles

Comments

15 ท่าโพสเเบบฮิปสเตอร์อย่างง่าย ให้ ชิล เก๋ เท่เเบบฮิปสเตอร์

15 ท่าโพสเเบบฮิปสเตอร์อย่างง่าย ให้ ชิล เก๋ เท่เเบบฮิปสเตอร์ หลายคนอยากลองถ่ายภาพเเล้วออกมาเเนวฮิปเตอร์ โดยการแต่งตัว เเต่งหน้า ปรับสีฟิลเตอร์ วันนี้เรามาดูท่าโพสกันบางว่าจะโพสท่าเเบบไหน ถึงจะดูชิล เก๋ เท่เเบบฮิปสเตอร์ เเต่อย่าลืมพร็อพด้วยนะ เเว่นตา หมวก ดอกไม้ ต้องมีติดไว้เลยล่ะ

7 วิธีการทำงานกับนางเเบบสำหรับช่างภาพมือใหม่

ในการถ่ายภาพบางโอกาสหรือบางงานช่างภาพต้องทำงานร่วมกับนางเเบบ อาจจะเป็นนางเเบบมืออาชีพ หรือมือสมัครเล่นก็ตาม การจะทำงานให้เข้ากันได้กับนางเเบบ ก็ต้องมีการตกลงทำความเข้าใจ เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปได้อย่างราบลื่นที่สุด สำหรับมือใหม่ การทำงานกับนางเเบบครั้งเเรกอาจจะตื่นเต้น ทำอะไรไม่ถูก เพราะเหมือนกับการเจอคนปลกหน้า ที่ต้องทำความรู้จักกันใหม่เเละต้องทำงานด้วยกัน บทความนี้จะบอก 7 วิธีการทำงานกับนางเเบบสำหรับช่างภาพมือใหม่ ว่าควรจะต้องทำอย่างไร

5 ไอเดียการเปลี่ยนมุมมองภาพ Landscape เพื่อให้ภาพโดดเด่นมีเอกลักษณ์

การเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ยอดนิยม มีมุมยอดฮิตที่ทุกคนไปถึงที่นั่นเเล้วจะต้องได้ภาพกลับมา ซึ่งภาพที่ได้ก็จะเป็นมุมที่เหมือนกัน เเต่จะทำยังไงให้ภาพที่เราถ่าย ดูแตกต่างจากคนอื่น ถึงเเม้จะถ่ายภาพจากสถานที่เดียวกันก็ตาม มาดูไปพร้อมกันเลย 5 ไอเดียการเปลี่ยนมุมมองภาพ Landscape เพื่อให้ภาพโดดเด่นมีเอกลักษณ์