ฟิลเตอร์แผ่น NISI Polariser Filter (PL) และฟิลเตอร์กลม NISI C-PL แตกต่างกันยังไง ควรซื้อรุ่นไหนมาใช้ดี สำหรับการถ่ายภาพ Landscape แล้ว ตัวฟิลเตอร์แผ่นที่เราอยากแนะนำให้ได้หลายคนได้ลองใช้มาก ๆ ก็คือ Polariser Filter หรือ NISI PL, NISI C-PL ซึ่งฟิลเตอร์ทั้งสองตัวนี้จะเป็นฟิลเตอร์ที่ทำหน้าที่ตัดแสงสะท้อนออกจากภาพถ่ายของเรานั่นเอง

ฟิลเตอร์แผ่น NISI Polariser Filter (PL) และฟิลเตอร์กลม NISI C-PL แตกต่างกันยังไง ควรซื้อรุ่นไหนมาใช้ดี

แน่นอนว่าเราจะเคยได้ยินเรื่องของ C-PL ซะเป็นส่วนมาก แล้วก็จะได้ยินคนที่เรียกชื่อโดด ๆ ว่า PL Filter ฟิลเตอร์ตัวนี้เหมือนกันไหม? แล้วมีความแตกต่างอะไรกันหรือเปล่า หาคำตอบได้ที่นี่ครับ

ฟิลเตอร์แผ่น NISI Polariser Filter (PL) และฟิลเตอร์กลม NISI C-PL แตกต่างกันยังไง ควรซื้อรุ่นไหนมาใช้ดี

1. ความแตกต่างระหว่าง NISI PL และ NISI C-PL ในด้านการออกแบบเพื่อใช้งาน

PL และ C-PL นั้นเป็น Polariser Filter ที่ต่างรูปแบบกัน ซึ่งขออธิบายตัว PL Filter ก่อน ซึ่งหลายคนจะยังไม่รู้จักอย่างชัดเจนนัก

PL Filter คือฟิลเตอร์ตัดแสงสะท้อนชนิดแผ่น หรือ Sqaure Filter ซึ่งจะต้องใช้งานร่วมกับ Holder อย่าง NISI V5, NISI V6, NISI S5 หรือ NISI Q System นั่นเองครับ

ฟิลเตอร์แผ่น NISI Polariser Filter (PL) และฟิลเตอร์กลม NISI C-PL แตกต่างกันยังไง ควรซื้อรุ่นไหนมาใช้ดี

C-PL Filter จะเป็น Polariser Filter แบบฟิลเตอร์วงกลม หรือ Circular Polariser Filter ซึ่งการใช้งานจะใช้ได้แค่กับเลนส์หน้านั้น ๆ เท่านั้น ถ้ามีเลนส์อื่นก็ต้องซื้อใหม่ และไม่สามารถใช้กับเลนส์ระดับ Ultra Wide มาก  ๆ ได้

สรุปว่า PL Filter จะสามารถใช้งานได้ครอบคลุมกว่า เพราะทำงานกับ Holder ได้โดยตรง แล้วก็ยังสามารถใช้งานกับเลนส์ Ultra Wide ได้ด้วย ส่วน C-PL Filter จะทำงานได้กับหน้าเลนส์ขนาดที่ระบุไว้เท่านั้น

2. PL และ C-PL กับความแตกต่างในด้านประสิทธิภาพ

ในด้านประสิทธิภาพจะมีความแตกต่างที่ชัดเจนขึ้นไปอีก PL Filter นั้นจะใช้งานได้โดยตัดแสงสะท้อนทั้งแบบแบบไม่ต้องปรับหามุมมองเลย เพราะจะเป็นฟิลเตอร์แบบกระจกทั้งแผ่น สำหรับการถ่าย Landscape ถ้าจะจริงจัง ต้อง ​NISI PL Filter เท่านั้ครับ

ฟิลเตอร์แผ่น NISI Polariser Filter (PL) และฟิลเตอร์กลม NISI C-PL แตกต่างกันยังไง ควรซื้อรุ่นไหนมาใช้ดี

ส่วน C-PL นั้นจะมีส่วนที่ต้องหมุนหาองศาในการตัดแสงสะท้อน จุดด้อยคือ เราจะลดแสงสะท้อนได้ส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพเท่านั้น ทำให้เราจะใช้ประสิทธิภาพแบบฟิลเตอร์เป็นแผ่นเลยไม่ได้ครับ

ฟิลเตอร์แผ่น NISI Polariser Filter (PL) และฟิลเตอร์กลม NISI C-PL แตกต่างกันยังไง ควรซื้อรุ่นไหนมาใช้ดี

3. ถ้าต้องการถ่ายภาพจริงจัง และต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ควรเลือกใช้ NISI Polariser Filter แบบแผ่นไปเลย

ประเด็นคือจำเป็นไหมว่าต้องเป็น PL Filter สำหรับการถ่ายภาพ Landscape ผมแนะนำว่าจำเป็นนะ เพราะว่าเวลาเราลดแสงสะท้อนของท้องฟ้าและพื้นด้านล่าง มีแค่ PL Filter เท่านั้นที่จะทำงานกับทั้งภาพได้ ถ้าเป็นแค่ C-PL ผมคงต้องเลือกลดแสงสะท้อนแค่จุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นตัวเลือกที่ไม่สมบูรณ์นักสำหรับคนที่อยากจะถ่ายภาพแบบจริงจัง

4. ถ้าต้องการใช้แค่ C-PL แนะนำให้ใช้ NIS V6 + NC C-PL จะได้ C-PL ที่มีคุณภาพสูงสุด

ถ้าต้องการแค่ C-PL แต่เป็นคุณภาพสูงเลยสำหรับคนที่เริ่มต้น ผมก็แนะนำให้ใช้ NISI V6 + NC C-PL สำหรับคนที่จริงจังนะ เพราะว่าเราจะได้ Holder ที่ใช้ฟิลเตอร์แผ่นได้ 3 แผ่น และมี NC C-PL ชนิดพิเศษมาให้ในชุดด้วย

ฟิลเตอร์แผ่น NISI Polariser Filter (PL) และฟิลเตอร์กลม NISI C-PL แตกต่างกันยังไง ควรซื้อรุ่นไหนมาใช้ดี

NC C-PL จะใช้เกรดของวัสดุและการออกแบบที่เจาะจงมากขึ้นเพื่อให้ได้สีสันที่มากกว่า C-PL ทั่วไป เวลาที่เราตกแต่งภาพ เราก็จะมีข้อมูลของสีที่แต่งต่อได้เยอะกว่า แล้วก็โทนสี ความอิ่มของสีก็ดูสวยงามมากกว่าพอสมควรด้วย และยังเปิดโอกาสให้เราได้ใช้ฟิลเตอร์แผ่นต่อไปอีกด้วย

5. PL และ C-PL มีความจำเป็นมากในการถ่ายภาพ Landscape เพราะทำให้เราได้ภาพถ่ายที่มีสีสันอิ่ม สดใส สวยงามมากขึ้นทันทีที่ใช้

สิ่งที่สุดยอดที่สุดในการถ่ายภาพ Landscape คือ เมื่อเราใช้ PL และ C-PL ในการตัดแสงสะท้อนออก เราจะได้รายละเอียดและสีสันที่ดีขึ้นทันที รายละเอียดเยอะขึ้นมากกว่าเดิมอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้าสังเกตง่าย ๆ เวลาที่เราใส่แว่นตาที่เป็นแบบตัดแสงสะท้อนหรือนั่งในรถยนต์ เราจะรู้สึกว่าเห็นก้อนเมฆ ท้องฟ้า และสีสันต่าง ๆ ดีขึ้น เพราะเกิดจากกระจกตัดแสงสะท้อนนั่นเองครับ ทำให้เราได้สีสันและรายละเอียดที่ดีขึ้นกลับคืนมาทันที แน่นอนว่าส่วนนี้ Software ต่าง ๆ ในคอมก็ให้ได้ไม่เท่ากับกระจกจริง ๆ นะ

6. สามารถใช้งานร่วมกับ Landscape Filter ตัวอื่น ๆ ได้ด้วย

สิ่งพิเศษสำหรับ ​PL Filter ก็คือสามารถใช้งานร่วมกับ Lanscape Filter อื่น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ND Filter, GND Filter ทำให้เราได้ภาพถ่าย Landscape ที่สวยมากขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะ สำหรับคนที่จริงจังกับการถ่ายภาพ Landscape และคาดหวังความสวยงามในภาพถ่ายของเราอย่างมาก แนะนำว่าลองเปิดใจให้กับ NISI Filter ดูครับ

7. NISI Polariser ทุกรุ่นให้สีสันที่เที่ยงตรง และไม่มีการผิดเพี้ยนของสี

ฟิลเตอร์กระจกของ NISI มีจุดเด่นคือเป็นกระจกแบบ Optical Glass ที่ให้คุณภาพ ความคม สีสัน เหมือนกับชิ้นเลนส์ เวลาที่แสงผ่านจะไม่เกิดความคาดเคลื่อนของสีสันหรือโทนภาพแม้แต่น้อย

เวลาที่เราถ่ายภาพนิ่งนั้นถ้าหากยิ่งใช้ Shutter Speed ที่นานขึ้น กล้องเก็บแสงเข้ามานาน ๆ โดยผ่านฟิลเตอร์ที่ไม่ใช่แบบกระจก เรามักจะเห็นพวก Resin หรือจะเป็น Tempered Glass ก็มีโอกาสจะสีสันในภาพจะเริ่มผิดเพี้ยนได้ ทำให้ช่างภาพต้องเสียเวลาแก้ไขสีให้เกิดความถูกต้องในกระบวนการ Post Process ซึ่งจะทำให้เกิดความยุ่งยาก ไม่สบายใจ และบางจุดอาจจะแก้ไขไม่ได้

ดังนั้น NISI เลยมุ่งเน้นที่จะใช้กระจกคุณภาพสูงให้สีสันเที่ยงตรงจากหลังกล้องไปเลย เพื่อให้ช่างภาพสามารถนำภาพถ่ายไปโปรเซสในกระบวนการต่อไปได้ทันที

สั่งซื้อ NISI Polariser Filter และ NISI C-PL Filter ได้ที่ Camera Maker สินค้าประกันศูนย์

Line ID : @cameramaker

Leave a Reply