fbpx

มือใหม่จะซื้อ Capture Card ต้องสังเกตตรงไหนบ้าง เพื่อจะได้ซื้อมาใช้งานอย่างถูกต้องและคุ้มค่า

มือใหม่จะซื้อ Capture Card ต้องสังเกตตรงไหนบ้าง เพื่อจะได้ซื้อมาใช้งานอย่างถูกต้องและคุ้มค่า ซึ่งเรื่อง Live Streaming กลายเป็นทักษะ และสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งการทำงานส่วนบุคคล ภาคธุรกิจไปแล้ว ในวันนี้ผมจะมาอธิบายเรื่องการสังเกตว่า ถ้าหากคนที่เพิ่งเริ่มต้นต้องการจะซื้อ Capture Card สักตัวมาใช้งานนั้น เราต้องสังเกตในเรื่องอะไรบ้าง

มือใหม่จะซื้อ Capture Card ต้องสังเกตตรงไหนบ้าง เพื่อจะได้ซื้อมาใช้งานอย่างถูกต้องและคุ้มค่า

มือใหม่จะซื้อ Capture Card ต้องสังเกตตรงไหนบ้าง เพื่อจะได้ซื้อมาใช้งานอย่างถูกต้องและคุ้มค่า

1. มองเรื่องการใช้งานของเราก่อนจะได้รู้ว่าใช้ Capture Card แบบไหน

ในการทำงานของเราสิ่งแรกที่ควรสังเกตเลยคือ ความต้องการในการใช้งานของเราเองครับ เพราะว่า Capture Card แต่ละแบรนด์ก็มีการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานที่ต่างกันบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ต้องการต่อกับกล้องดิจิตอลอย่างเดียวเท่านั้น เพื่อเอาภาพเข้าไปที่ Notebook, Laptop เพื่อส่งภาพขึ้นตอน Live อย่างเดียว

มือใหม่จะซื้อ Capture Card ต้องสังเกตตรงไหนบ้าง เพื่อจะได้ซื้อมาใช้งานอย่างถูกต้องและคุ้มค่า

หรือว่าเราต้องการต่อกับเครื่อง Console เช่น PS4 หรือว่า Gaming PC เพื่อเอาภาพลื่น ๆ เฟรมเรตสูง ไว้ใช้ Live ให้ผู้ชมทางบ้านดู ก็จะใช้ Capture Card ที่เหมาะสำหรับสาย Gaming โดยเฉพาะ

มือใหม่จะซื้อ Capture Card ต้องสังเกตตรงไหนบ้าง เพื่อจะได้ซื้อมาใช้งานอย่างถูกต้องและคุ้มค่า

หรือแม้แต่เราต้องการทำรายการ อยากจะได้ Capture Card ที่สามารถรองรับกล้องได้หลายตัวพร้อมกัน มีความสามารถในการตัดสลับไปที่กล้องแต่ละตัวได้อย่างอิสระ ซึ่ง Capture Card ที่ทำงานด้านนี้ ก็จะเป็นอีกแบบนึงนั่นเอง

2. สังเกตตรงความละเอียดสูงสุดที่ทำได้เท่าไหร่ ตอบโจทย์กับงานเราหรือเปล่า

ความสามารถของ Capture Card เราควรสังเกตดูเรื่องของ Quality หรือความละเอียดสูงสุดที่ Capture Card รุ่นนั้นรองรับได้ ส่วนใหญ่จะ ​Full HD และ 4K เป็นต้น อีกจุดนึงที่สำคัญคือเรื่องของเฟรมเรต หรืออัตราความลื่นไหลของเฟรมต่อวินาที ยิ่งเยอะจะยิ่งได้เฟรมภาพที่ลื่นไหล ซึ่งแนะนำว่า Capture Card ควรรองรับที่ความละเอียด Full HD และมีเฟรมเรตที่ 60 เฟรม ขึ้นไป

มือใหม่จะซื้อ Capture Card ต้องสังเกตตรงไหนบ้าง เพื่อจะได้ซื้อมาใช้งานอย่างถูกต้องและคุ้มค่า

โดยส่วนใหญ่ถ้าต้องการ Capture Card ต่อเพื่อรับภาพจากกล้องไปที่ Laptop, PC เพื่อส่งภาพขึ้น Live แค่ 30 เฟรมก็เพียงพอ แต่ถ้าหากว่าต้องการต่อเครื่อง Gaming PC, Console อย่าง PlayStation 4 ควรมีเฟรมเรตที่ 60 ครับ เพราะตัวเกมส์ต้องการเฟรมเรตที่สูงในการแสดงผลให้ดูลื่นไหล

3. มีพอร์ตสำหรับต่อจอ Monitor แยกหรือเปล่า กรณีที่ต้องใช้งานจอแยกจะได้ไม่มีปัญหา

สำหรับคนที่ต้องการต่อ Monitor แยก เพื่อดูภาพที่แสดงผลจาก Capture Card พร้อมกัน

มือใหม่จะซื้อ Capture Card ต้องสังเกตตรงไหนบ้าง เพื่อจะได้ซื้อมาใช้งานอย่างถูกต้องและคุ้มค่า

4. แบรนด์ที่เลือกใช้ ก็มีผลกับประสิทธิภาพการใช้งานนะ

ในตอนนี้ผมไม่ได้จะบอกว่าแบรนด์อะไรดีกว่าแบรนด์อะไร แต่จะอธิบายให้มองเห็นว่า ที่จริงแล้วการผลิต Capture Card ของแต่ละแบรนด์นั้นมองตลาดและความต้องการใช้ Capture Card ที่เฉพาะทางมากขึ้น 

ยกตัวอย่างเช่น Capture Card สำหรับสาย Gaming ที่เน้นการ Streaming ด้วย Framerate ที่สูง ต้องการความลื่นไหลของภาพที่เต็มประสิทธิภาพ แบรนด์ที่เน้นด้านนี้ก็จะมีอย่าง Avermedia, MOKESE และ Elgato ที่เน้นการ Live Stream ที่เฟรมเรตสูงอย่าง 60 เฟรมต่อวินาทีและออกแบบมาเพื่อตลาดเกมเมอร์เลย

แต่สำหรับงานเฉพาะอย่าง Home Studio, Production House ที่เน้นการ Live ด้วยและใช้ในการทำรายการ จะมี Blackmagic ATEM mini และ Black Magic ATEM mini Pro ที่เน้นกลุ่มนี้ ซึ่งจะเป็น Capture Card ที่ต่อกับกล้องพร้อมกันได้ถึง 4 ตัว พร้อมกับความสามารถในการจัดการเรื่องเสียง, การสลับสัญญาณกล้องหลาย ๆ ตัวพร้อมกัน และชุดซอฟต์แวร์ฟรีในการช่วยทำรายการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จะเห็นได้ว่า Capture Card แต่ละแบรนด์นั้นจะมีความสามารถที่ถูกสร้างและออกแบบมาให้ทำงานได้แตกต่างกัน เพราะงั้นการเลือก Capture Card ก็ควรสังเกตเรื่อวงของแบรนด์ด้วยครับ

5. ซอฟต์แวร์ที่รองรับ และซอฟต์แวร์แจกฟรีสำหรับ Capture Card

สุดท้ายคือเรื่องของ Software ที่รองรับ ซึ่งโดยปกติแล้ว Capture Card ในปัจจุบันจะสามารถทำงานได้เลยโดยที่เราไม่ต้องติดตั้ง Softare ใด ๆ แต่ทางผู้ผลิตแต่ละแบรนด์เองก็มักจะมี Software สำหรับตัว ​Capture Card ตัวเอง เพื่อขยายขีดความสามารถเพิ่มขึ้นไปอีก

ยกตัวอย่าง Blackmagic ATEM mini, Blackmagic ATEM mini Pro จะมีชุด Software ที่ช่วยจัดการทั้งเรื่องเสียงและการสลับสัญญาณจากกล้องทั้ง 4 ตัว เพื่อช่วยให้คนทำรายการ สามารถควบคุมมุมกล้องได้อย่างอิสระมากกว่าเดิมโดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์อะไรเพิ่มเลยเป็นต้น

ดังนั้นถ้าหากจะซื้อ Capture Card สักตัว เราก็ควรดูที่ Software ในการรองรับได้จากเว็บผู้ผลิต หรือเราจะสอบถามที่ lnwgadget ได้ก่อนตัดสินใจซื้อครับ

สนใจ Capture Card สำหรับการ live ปรึกษาได้ที่ lnwgadget ยินดีให้บริการก่อนเเละหลังการขาย

กฏ เคล็ดลับ เเละ เทคนิคการถ่ายภาพในรูปแบบต่าง ๆ

Yochuwa Samaromhttps://www.photoschoolthailand.com/
Digital Marketing ที่รักการถ่ายภาพ ทำเว็บบล็อกสอนถ่ายภาพฟรี และมีอีกเว็บที่สอนด้านการตลาดฟรี เชื่อว่าการแบ่งปันสิ่งที่เรารู้ จะทำให้เราพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น และรู้จักกับคนที่เก่งกว่าเรามากขึ้นไปอีก

Similar Articles

Comments

พรีวิว Saramonic SR-BH900 Wireless Active Noise-Cancelling Headphones หูฟังตัดเสียงรบกวน เสียงดี เบสแน่น

Saramonic SR-BH900 หูฟังตัดเสียงไร้สายที่ถูกออกแบบการใช้งานเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกมส์ การติดต่อสื่อสาร การเดินทางฯ ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 ที่เชื่อมต่อสัญญาณได้อย่างเสถียร ระบบการตัดเสียงแบบแอ็คทีฟไมค์คู่ ANC (ไมค์ 4 ตัว) เพื่อการตัดเสียงรบกวนและระบบตัดเสียงรบกวนเวลาสนทนา CVC 8.0 มั่นใจได้ว่าปลายสายได้ยินเสียงที่ใสและชัดเจน สามารถเลือก Ambient Sound...

7 ความสามารถเด่นของ DJI FPV ด้านการบินและการทำงานด้านภาพนิ่งและวิดีโอ

7 ความสามารถเด่นของ DJI FPV ด้านการบินและการทำงานด้านภาพนิ่งและวิดีโอ การเลือกใช้โดรนมาใช้ ต้องเลือกทั้งจากความสามารถในการบิน และคุณสมบัติของกล้องเพื่อการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ เพราะจุดประสงค์ของการใช้โดรนคือได้ภาพในมุมที่พิเศษไม่ธรรมดา

7 เหตุผลทำไมต้องใช้ DJI FPV เพื่อการบินที่สนุกและตอบโจทย์การใช้งาน

7 เหตุผลทำไมต้องใช้ DJI FPV เพื่อการบินที่สนุกและตอบโจทย์การใช้งาน เปิดประสบการณ์แบบใหม่กับการบินแบบ FPV (first-person view flying) ที่ได้จาก DJI FPV ที่ทำให้การบินโดรนเป็นเรื่องของความสนุก เร้าใจและเพื่อตอบโจทย์การใช้งานทั้งการถ่ายภาพและวิดีโอ