fbpx

รีวิว Canon EOS R ดีไหม วิเคราะห์ความน่าสนใจ และจุดเด่นในการนำไปใช้

รีวิว Canon EOS R ดีไหม วิเคราะห์ความน่าสนใจ และจุดเด่นในการนำไปใช้ ในบทความนี้เราได้กล้อง Canon EOS R มาทดสอบการใช้งานระยะหนึ่ง ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดคุยถึงความน่าสนใจเกี่ยวกับภาพรวมกล้องตัวนี้ และการนำไปใช้ ไม่เอาดราม่า ไม่เอาเทียบกับกล้องอันอื่นนะ คุยในเรื่องของความเป็นกล้องตัวนี้กันแบบสนุก ๆ ครับ

กล้อง Canon EOS R ตัวนี้เหมาะกับใครบ้าง ? สำหรับคนที่คาดหวังภาพรวมในการนำกล้องตัวนี้ไปใช้

  • กลุ่มคนที่ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป มีการถ่าย Vlog บ้าง
  • คนที่ถ่ายภาพรับงาน แล้วอยากได้กล้อง Mirrorless Full Frame ที่บอดี้จับกระชับมือ
  • คนที่ใช้งานกล้อง Canon Full Frame DSLR อยู่แล้ว อยากขยับไป Mirrorless พร้อมเทคโนโลยีใหม่
  • มือใหม่ที่ชอบ Canon แล้วอยากได้กล้อง Full Frame รุ่นใหม่

ทำไมต้องแบ่งกลุ่มคนแบบนี้ออกมา ? เหตุผลเพราะว่า ต้องการให้คนอ่านได้เข้าใจถึงกล้องตัวนี้จริง ๆ ครับ เพราะว่าการที่ Canon ได้ออกกล้อง Canon Mirrorless Full Frame ตัวนี้ออกมา เขาได้วางกลุ่มคนใช้ในระดับกลางค่อนไปทางสูงหน่อย แต่ก็ยังใช้งานง่ายสำหรับคนที่เริ่มต้นใหม่ด้วย

ความน่าสนใจหลักของกล้อง Canon EOS R มีอะไรบ้าง?

  • Canon EOS R ตัวนี้ความละเอียดขยับไปที่ 30.3 ล้านพิกเซล จาก Full Frame (ในระดับนี้จะอยู่ราว ๆ สัก 24 ล้าน)
  • จุดโฟกัส 5,655 จุด ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอก จุดโฟกัสหลายพันจุดเลย เพราะ Canon มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Dual Pixel ก็เลยทำให้กล้องไปได้ขนาดนั้น
  • ด้วยเทคโนโลยี Dual Pixel มีจุดโฟกัสที่เยอะมาก เลยทำให้พัฒนาระบบโฟกัสที่ใบหน้า และดวงตา แบบแยกแยะตาซ้ายขวาได้ อีกทั้งทำให้เราสามารถที่จะเลือกกำหนดตาซ้ายขวาได้ด้วย
  • การออกแบบสไตล์ DSLR บอดี้กันน้ำกันฝุ่น เหมือนกล้องโปรปกติ ทำให้ใช้งานได้ถนัดมือ ปุ่มควบคุมมาแบบครบเครื่อง
  • ระบบกล้องเป็น Mount ใหม่เรียกว่า RF แต่ก็ยังผลิต Adapter แปลงมาให้สำหรับ EF, E-FS สำหรับคนใช้ Canon DSLR อยู่ ก็เลยไม่ต้องห่วงว่าจะย้ายมาแล้วต้องซื้อใหม่หมด ถือว่าทำการบ้านเรื่องฐานลูกค้าเก่าได้ดี
  • หน้าจอแบบพับ ทัชสกรีนได้เร็ว จริง ๆ มันก็เป็นกล้องที่ปัจจุบันทำได้เยอะหมดแล้ว แต่ตัวนี้ก็ทำงานได้เร็วจริง ทัชได้เหมือนสมาร์ทโฟนจริง ๆ และใช้งานได้ในทุกเมนูของกล้อง รวมถึงการสั่งถ่ายรูป
  • การถ่ายวิดีโอรองรับ 4K แล้วได้สกินโทนของ Canon มาด้วย สีผิวเนียน ใส นุ่มนวล ซึ่งการ Grading น่าจะให้ไม่ได้นะ เพราะเป็นโทนของกล้อง นอกจากนี้ยังถ่ายเป็น C-Log สำหรับ Grading สี และถ่าย 4K ที่ 4:2:2 10-bit ได้ครับ
  • มีพอร์ทสำหรับต่อไมค์โครโฟน หูฟัง ให้ครบเรียบร้อย สำหรับคนที่ต้องการกล้องสำหรับถ่ายวิดีโอจริง ๆ ก็ใช้ตัวนี้ได้สบาย เวิร์ค
  • ช่องมอง EVF สีสันตรง ไม่เพี้ยน ใช้ถ่ายภาพได้สบายตา
  • โหมดถ่ายภาพใหม่ โหมด FV (Flexible Value) เป็นโหมดกึ่งอัตโนมัติ จะเลือกล็อคค่าอะไรก็ได้ หรือจะเลือกปล่อยค่าอะไรเป็น Auto ก็ได้ ซึ่งเอาจริง ๆ ได้โหมดนี้มาใช้แทบไม่ต้องแตะโหมดอื่นแล้ว เหมือนโหมด M ที่พร้อมปรับเป็นโหมด Auto ได้ตลอดเวลา
  • มี Multi Function Bar สำหรับการสั่งงาน อารมณ์เหมือน Trackpad เลือกให้ตั้งค่าอะไรก็ได้ตามใจที่เราต้องการครับ

รีวิว Canon EOS R ในเรื่องของบอดี้และการออกแบบ

ผมเคยคาดหวังไว้ว่าจะมีกล้อง Mirrorless Full Frame สักตัวที่ให้บอดี้เหมือน DSLR เพราะว่ามันถนัดกว่า จับกระชับกว่าในมือของผู้ชาย แล้วพฤติกรรมการใช้กล้องผมก็ยังรู้สึกว่าบอดี้ที่ใหญ่แบบนี้ทำให้เราใช้งานลุย ๆ ได้ แต่ยังไม่เห็นมาสักที จน Canon ปล่อยตัว EOS R ออกมาให้เห็น ก็รอว่าจะได้เอามาใช้เมื่อไหร่

พอได้จับดูก็เป็นอย่างที่หวังเอาไว้ประมาณหนึ่งครับ เพราะเป็นเหมือนกล้อง ​DSLR จริง ๆ เพราะ Grip ที่ให้มา และพื้นที่ในการวางปุ่มใส่มาอย่างเต็มที่เลย ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากจะมา Mirrorless แบบได้บอดี้ที่เต็มไม้เต็มมือ แล้วไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้งานของเรามากมายอะไร

สิ่งที่ชอบนอกจากบอดี้ก็คือเรื่องของหน้าจอพับที่ให้มา เอาจริง ๆ ปกติผมใช้ DSLR มาแทบไม่ได้สัมผัสกับจอแบบนี้ครับ เลยเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับผมครับ เพราะทำให้เราสามารถที่จะตั้งกล้องถ่ายวิดีโอตัวเองได้แบบไม่ต้องต่อจอแยก เพราะที่ผ่านมาจะต้องต่ออุปกรณ์มากมายตลอด เลยทำให้ต้องวุ่นวายเยอะเรื่องนี้

นอกจากนี้เรื่องของการออกแบบเวลาถอดเปลี่ยนเลนส์ ในส่วนของม่านจะถูกปิดมาไว้ป้องกันเซ็นเซอร์ไม่ให้ฝุ่นเข้า ผมว่าตรงนี้เขาใส่ใจดีครับ เพราะหลายคนที่ใช้ Mirrorless น่าจะหลอน ๆ กับเรื่องนี้อยู่ เปิดมาปั๊บเห็นเซ็นเซอร์เลยก็อาจจะดูน่ากลัวไปสำหรับมือใหม่ อันนี้เขาดูแลตรงนี้ให้ด้วย

ในส่วนของ Multi Function Bar ตรงนี้ เหมาะกับการที่เราจะเซ็ตค่าอะไรก็ได้ตามต้องการ ส่วนใหญ่ผมตั้งเป็น ISO ครับ แล้วก็ปัดตรงนี้เบา ๆ ก็เปลี่ยนค่าตามต้องการได้เลย

พอร์ตการเชื่อมต่อก็ให้มาครบ สำหรับคนที่ทำงานหลากหลายครับ ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอก็ให้มาครบทั้งหมดนะ ถือว่าทำได้ดีมาก ๆ สำหรับตรงนี้

สรุปเรื่องการรีวิว Canon EOS R ในส่วนของบอดี้และการออกแบบ

  • ใส่ใจเรื่องการออกแบบให้เป็นทรง DSLR แต่ว่ามีการใส่ใจในเรื่องความเรียบง่ายให้ใช้งานได้สะดวก และไม่ต้องเรียนรู้อะไรเยอะแยะมากมายครับ
  • ส่วนของม่านชัตเตอร์ที่เลื่อนมาปิดเวลาที่ถอดเปลี่ยนเลนส์ ช่วยให้คนใช้สบายใจได้มากขึ้นครับ โดยเฉพาะมือใหม่
  • การออกแบบเน้นใช้งานได้ถนัด คล่องตัว ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ
  • มีพอร์ตการเชื่อมต่อให้ครบครับ สำหรับเสียงไมค์โครโฟน หูฟัง และอื่น ๆ ครบทั้งหมดเลย

รีวิว Canon EOS R ในด้านจุดเด่น และการนำมาใช้งานจริง ๆ

การโฟกัสที่ใบหน้า และการโฟกัสที่ตาของ Canon EOS R

ในการนำมาใช้งานจริง จุดที่ผมให้ความสนใจก่อนอย่างแรกคือเรื่องระบบโฟกัสครับ เดี๋ยวเรื่องความละเอียดกับ ISO Test จะมาคุยกันอีกด้านหลังครับ ผมเขียนในสไตล์ User ใช้จริง ๆ นะ เพราะผมคิดว่าเป็นส่วนสำคัญ และคนส่วนมากต้องได้ใช้ตรงนี้ครับ อ่ะไปดูกันเลย

จุดโฟกัสเดิมทีนะ ถ้าผมถ่ายภาพนิ่ง ผมจะเน้นที่การใช้โฟกัสแบบจุดเดียวเป็นหลัก เพราะต้องการเลือกจุดที่ต้องการโฟกัสจริง ๆ แต่จะมีอีกโหมดหนึ่งที่ผมใช้รองลงมาตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ Mirrorless เลยคือ ระบบโฟกัสที่ใบหน้าและตาครับ

ระบบโฟกัสที่ใบหน้าและดวงตา (Face Detection + Eye Focus Tracking) ในกล้อง Canon EOS R อยากให้ได้ลองสัมผัสจริง ๆ ว่ามันทำงานได้ดีมาก บอกได้เต็มปากว่าดีมาก เพราะว่าแค่นางแบบหันหน้ามากรอบก็ขึ้นมาแล้วครับ

ภาพหลังกล้องของ Canon EOS R ไม่ผ่าน Adobe Lightroom

นอกจากนี้เมื่อกล้องวิเคราะห์ในส่วนของดวงตาได้ ก็จะขึ้นมาให้เลือกได้เลยว่าจะเลือกตาซ้ายหรือตาขวาตามความต้องการ แล้วก็การแสดงผลของตัวกล้องก็ยังทำให้คนใช้เข้าใจง่าย

ภาพหลังกล้องของ Canon EOS R ไม่ผ่าน Adobe Lightroom

ในการทดสอบผมให้แบบเดิน ขยับไปมา หันหน้าหลัง แล้วกดถ่ายไปด้วย การโฟกัสก็เข้าได้ง่ายครับ

การถ่ายวิดีโอสำหรับคนเริ่มต้นและคนที่เริ่มจริงจังในระดับกลาง

ทำไมเนื้อหาต้องเจาะไปที่คนกลุ่มนี้ เพราะว่ากล้องตัวนี้ออกแบบมาให้อยู่ในระดับรวม ๆ ไปตั้งแต่คนเริ่มต้นจนถึงกลุ่มอาชีพในบางกลุ่ม โดยเฉพาะการถ่ายวิดีโอ ซึ่งถ้าว่ากันตามสเปคกล้องตัวนี้ถ่าย 4K ได้ แล้วก็มีหน้าจอพับมาให้ สำหรับปรับมุมมอง

ในเรื่องจุดโฟกัสผมว่าไม่ได้ติดอะไรกับตรงนั้นเพราะว่าจากที่ทดสอบดูกล้องตัวนี้ตั้งกล้องถ่าย Vlog ได้สบายสุด ๆ แน่นอน เพราะระบบโฟกัสตาและใบหน้าแม่นยำขนาดนั้น เลยทำให้ไม่ต้องกังวลว่ากล้องจะหลุดโฟกัสเราหรือเปล่า

สิ่งที่อยากให้เห็นในเรื่องการถ่ายวิดีโอคือเรื่องของพอร์ต ทำไมถึงสำคัญขนาดนั้น คนที่เริ่มจะถ่ายวิดีโอจริงจังขึ้นมา สิ่งที่ต้องการเลยทันทีก็คือ คุณภาพของเสียง และการมอนิเตอร์เสียง ซึ่งถ้าวีดีโอไฟล์ดีแต่เสียงแย่ หรือมอนิเตอร์ไม่ได้ก็คงไม่สะดวกแน่นอนครับ ซึ่ง Canon EOS R ให้ตรงนี้มาด้วย ก็เลยโอเคมากสำหรับการถ่ายวิดีโอ

ในส่วนของเรื่องสี ผมชอบสกินโทนวิดีโอในกล้อง Canon EOS R มาก เพราะว่าให้สีสันที่นุ่มนวล แล้วก็ถ่ายวิดีโอได้ง่าย สนุก เหมาะกับคนเริ่มต้นก็ได้ และคนที่ถ่ายงานอยู่แล้วผมว่าโอเคทีเดียว แต่อาจจะต้องติด Gimbal บ้าง เพราะ Canon EOS R ไม่มีกันสั่นในตัวกล้องครับ

ในเรื่องการจัดการ ISO และคุณภาพไฟล์

สำหรับคนที่อยากรู้ว่ากล้อง Canon EOS R จะจัดการเกี่ยวกับ Noise ได้มากน้อยแค่ไหนนะครับ จากการทดสอบดู ISO ที่ Noise ยอมรับได้อยู่ที่ ISO 6400 – 12800 กันเลย

ในส่วนของ ISO 12800 Noise ก็เริ่มมีให้เห็นพอประมาณครับ แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ผมคิดว่ายอมรับได้ เพราะว่าถ้าหากได้ ISO ขนาดนี้แล้วไม่ได้ซูมดู จะไม่ได้เห็น Noise เท่าไหร่ สำหรับสถานการณ์ที่จะใช้ Noise ในระดับนี้อาจจะมีบ้างสำหรับคนที่รับงานบางท่าน ที่เจอสภาพแสงไม่น่ารัก ก็สามารถใช้ที่ ISO 12800 ได้ ยังได้ไฟล์ที่ค่อนข้างโอเคเลย

แต่ส่วนที่ ISO 25600 ผมรู้สึกว่าน้ำหนักของ Noise เริ่มเยอะแล้วครับ

สรุปเรื่องการจัดการ ISO และ คุณภาพไฟล์

ผมว่า Noise ในกล้อง Canon EOS R ถือว่าทำได้ดีนะ เพราะส่วนตัวจะใช้ ISO ที่ 6400 – 12800 ในกรณีที่แสงน้อยมากจริง ๆ ครับ ซึ่งถ่ายออกมาแล้วได้ไฟล์ที่โอเคมากแล้วล่ะ

โหมดถ่ายภาพแบบ FV (Flexible Value) ที่ให้ความสะดวกมาก ๆ

โหมด FV หรือ Flexible Value ที่อยู่ในกล้อง Canon EOS R เป็นโหมดใหม่ที่มีขึ้นมาครับ ซึ่งการทำงานของโหมดนี้คือจะให้ค่าอะไรเป็นอัตโนมัติก็ได้ หรือจะล็อคค่าอะไรให้เป็นค่าคงที่ก็ได้เหมือนกัน

โหมดนี้สะดวก เหมือนเอาโหมด M มาผสมกับโหมดอื่น ๆ ทำให้เราสามารถปรับตั้งค่าได้ตามใจ ประมาณว่าใส่โหมดนี้มาแทนโหมดอื่น ๆ เลยก็ว่าได้ครับ

Multi-Function Bar สิ่งใหม่ที่เข้ามาสำหรับการตั้งค่าที่รวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจมาก ๆ สำหรับการปรับตั้งค่าในกล้อง Canon EOS R ก็คือเรื่องของ Multi-Function Bar นั่นเองครับ ตัว Multi Function Bar ตรงนี้ออกแบบไว้ให้เราสามารถที่จะปรับตั้งค่าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว แล้วก็ใช้งานง่าย

โดยที่การทำงานจะเป็นอย่างนี้ครับ เมื่อไหร่ที่เราต้องการใช้งานก็กดที่ด้านซ้ายของ Multi-Function Bar ไว้ครับ ตัวระบบก็จะเปิดการทำงาน จากนั้นเราก็ทัชแล้วปัดได้เลย

ส่วนถ้าอยากเปิดการทำงานก็ทำซ้ำแบบเดิมคือ ทัชที่ด้านซ้ายข้างเอาไว้ ระบบก็จะปิดการทำงานครับ

ส่วนการตั้งค่าของ Multi Function Bar ก็แค่ทัชตรงกลางค้างเอาไว้ ก็สามารถเลือกได้เลยว่าจะตั้งค่าเป็นอะไรตามความต้องการของเราเองครับ

สิ่งที่อยากจะบอกสำหรับคนที่ยังใช้ DSLR อยู่ แต่ยังไม่ได้ขยับมาเป็น Mirrorless นะครับ

สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาเมื่อเราได้ใช้กล้อง Mirrorless นะครับ ก็คือเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ อย่างเช่นหน้าจอ Electronic View Finder (EVF) สำหรับคนที่ใช้มิลเลอร์เลสอยู่แล้วอาจจะไม่ใช่สิ่งใหม่หรอก แต่ว่าสำหรับคนที่ใช้ DSLR อยู่แล้วยังไม่ได้ขยับมาใช้ Mirrorless จริงจัง อยากบอกว่าส่วนนี้ดีมาก

ขอยกภาพตัวอย่างด้านใน EVF จากจอแสดงผลปกติก่อนแล้วกันครับจะได้เห็นง่าย ๆ เวลาที่เราปรับตั้งค่าอะไรนั้น จอ EVF จะแสดงผลตามส่ิงที่กล้องคำนวณออกมาเลย เพราะงั้นภาพถ่ายของเราเวลาที่เราถ่ายย้อนแสง หรือใส่ Picture Profile ต่าง ๆ เข้าไป กล้องก็จะแสดงผลได้ตามนั้นครับ ทำให้เราถ่ายภาพได้สะดวกขึ้น

นอกจากนี้เรื่องของระบบโฟกัสก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เพราะในปัจจุบันกล้อง Mirrorless สามารถโฟกัสได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วแล้วครับ

กล้อง Canon EOS R เหมาะกับใครบ้าง ?

ถ้าจะให้ว่ากันตามตรงกล้องตัวนี้ออกแบบมาให้ใช้แบบค่อนข้าง Mass ในทุกระดับตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงระดับกลุ่มที่ค่อนข้างโปร (แต่ยังไม่ถึงกับโปรขั้นสุด คิดว่าน่าจะมีตัวโหดกว่านี้ออกมาอยู่)

สำหรับคนที่เน้นถ่ายรีวิวเที่ยว ทำบล็อกของตัวเอง ทำวิดีโอคอนเทนต์ ตัวนี้เหมาะอยู่เหมือนกัน เพราะว่าให้คุณภาพไฟล์ที่ดีเลยในภาพนิ่ง และการถ่ายวิดีโอก็ทำได้ดี แต่แนะนำว่าถ้าถ่ายวิดีโอแบบเดินไปมาด้วยควรมี Gimbal Stabilizer ครับ

สำหรับคนที่รับงานในระดับอาชีพ คงมีเรื่องของการถ่ายภาพต่อเนื่องที่ 5 เฟรม ซึ่งอาจจะไม่ได้สูงมากเหมือนกล้องโปรบางรุ่นที่อยู่ในระดับสูง ๆ จะถ่ายได้ที่ 8-11 เฟรม อันนี้ต้องลองประเมินดูครับว่าเหมาะกับการถ่ายของเราไหม

Yochuwa Samaromhttps://www.photoschoolthailand.com/
Digital Marketing ที่รักการถ่ายภาพ ทำเว็บบล็อกสอนถ่ายภาพฟรี และมีอีกเว็บที่สอนด้านการตลาดฟรี เชื่อว่าการแบ่งปันสิ่งที่เรารู้ จะทำให้เราพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น และรู้จักกับคนที่เก่งกว่าเรามากขึ้นไปอีก

Similar Articles

Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Advertisment

Instagram

5 ข้อดี Sunwayfoto T1A20D-T II สำหรับการ Live Facebook ด้วยกล้อง mirrorless

ขาตั้ง Sunwayfoto T1A20D-T II จะช่วยให้การ Live ด้วย Mirrorless ได้มุมมองที่เปลี่ยนไป ด้วยขนาดเล็กและเบาทำให้พกพาออกไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก ไม่ว่าจะการท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด ต่างสถานที่ นอกจากนี้ทำให้เราได้มิติการ Live ที่โดดเด่น เพราะหากจะใช้กับการรีวิวร้านอาหารก็แค่ตั้งบนโต๊ะเท่านั้นเอง ในเรื่องของความแข็งแรง Sunwayfoto T1A20D-T II รองรับน้ำหนักได้ถึง 10...

7 จุดเด่นของไมโครโฟน Synco Mic M2 ในการทำ Synco Mic M2 ในการทำ Facebook Liveเพื่อขายสินค้า

การใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook Live ในการนำเสนอสินค้า สิ่งสำคัญก็คือการพูดที่ชัดเจนทำให้ผู้ชม Live ได้ยินแบบไม่มีสะดุด ไมโครโฟน Synco Mic M2 ตอบโจทย์เรื่องนี้เพราะเป็นไมโครโฟนที่รับเสียงด้านทั้งหน้า-หลัง การรับเสียงด้านหน้าเหมาะกับการ Live ที่เน้นการพูดกับไมค์โดยตรง ทำให้เสียงที่ออกมาคมชัด นอกจากนี้ยังมีตัวตัดเสียงรบกวน ที่จะช่วยให้การอธิบายสินค้า ได้ยินชัด ไม่มีปัญหา

พรีวิว Blackmagic ATEM Mini อุปกรณ์ที่ทำให้งาน Live streaming ง่ายขึ้น ในงบที่คุ้มค่า

Blackmagic ATEM Mini เป็นอุปกรณ์เพื่อรองรับกับการทำงาน Live streaming ในปัจจุบันครบทั้งระบบภาพเเละเสียง รวมทั้งการสื่อสารเเละการนำเสนองานผ่านระบบออนไลน์ เเละเรายังสามารถเชื่อมต่อกับกล้องถ่ายวีดิโอได้ถึง 4 พร้อมกัน