Olympus OM-D E-M1X กล้องเรือธงตัวล่าสุดจากค่ายโอลิมปัสเป็นกล้องที่พึ่งเปิดตัวกันสด ๆ ร้อน ๆ กันไปเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งทางโอลิมปัสได้วาง Position ของกล้องรุ่นนี้ว่าเป็นกล้องสำหรับสายถ่าย Sport และ Wildlife อย่างแท้จริง ทำไมโอลิมปัสถึงมาเน้นกลุ่มตลาดประเภทนี้ แล้วกล้องที่เหมาะกับสายนี้ควรฟังก์ชั่นอย่างไรถึงจะเหมาะสมต่อการทำงานของช่างภาพระดับมือโปร และ ที่สำคัญการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้น ใส่เทคโนโลยีมาอย่างมากมาย และ ค่าตัวของกล้องตัวนี้ที่เปิดออกมาทำเอาแฟนโอลิมปัสและคนที่กำลังตั้งตารอคอยการมาของ Olympus OM-D E-M1X ต่างอึ่งไปตาม ๆ กัน บทความนี้ผมจะขอมาล้วงลึกประเด็นที่น่าสนใจ เพื่อให้มือใหม่ และ มือโปรหลาย ๆ ท่านเอาไว้ช่างน้ำหนักเปรียบเทียบความคุ้มค่าของเจ้ากล้องตัวนี้กัน

ล้วงลึกกล้องเทพระดับมือโปร OLYMPUS OM-D E-M1X

โอลิมปัสเป็นหนึ่งในเจ้าตลาดของกล้องในกลุ่มเซนเซอร์ Micro 4/3 ที่โด่งดังมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ เป็นค่ายที่ปัจจุบันยังคงยึดเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของกล้องประเภทนี้ไว้เป็นอย่างดี เนื่องมาจากทางโอลิมปัสเชื่อว่ากล้องประเภทนี้ยังมีความสามารถ และ ความพิเศษอีกหลายอย่างที่สามารถเอามาเล่นและพัฒนาได้อีกมากมาย

แม้ว่าค่ายอื่นๆ จะกระโดดลงมาทำตลาดกล้อง Full frame กันอย่างสนุกสนานในช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา ส่งผลให้โอลิมปัสก็อยู่นิ่งไม่ได้เหมือนกัน จึงส่งกล้องระดับมือโปรมาสู้บ้าง อย่างเจ้า Olympus OM-D E-M1X ตัวนี้ จากข้อมูลที่ได้รวบรวมมาจากหลากหลาย แหล่ง หลากหลายสำนัก ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าทำออกมาได้ดีนะ มีเทคโนโลยีที่ทำให้ช่างภาพมืออาชีพหลายท่านต่างก็ร้องว้าวไปตาม ๆ กัน แต่ก็มีประเด็นเรื่องของราคาเปิดตัวที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งเจ้ากล้อง Olympus OM-D E-M1X เป็นกล้องอีกตัวหนึ่งที่อยู่ในระดับ Hi-End เน้นฟังก์ชั่นการทำงานระดับช่างภาพอาชีพ ซีเรียสกับงานเฉพาะทาง

ซึ่งทางโอลิมปัสได้แบ่งกลุ่มผู้ใช้งานกล้องโอลิมปัสออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้มือใหม่ อย่่าง Olympus E-PL9 , Olympus OM-D E-M10 III ส่วนกลุ่มผู้ใช้ทั่วไประดับกลาง อย่าง Olympus OM-D E-M5 III , Olympus Pen F และ กลุ่มผู้ใช้งานระดับมือโปร อย่่าง Olympus OM-D E-M1 II ซึ่งเจ้า Olympus OM-D E-M1X เข้ามาเสริมทัพในส่วนกล้องระดับมือโปรได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ใช้งานมีทางเลือกมากขึ้น และ สามารถเลือกกล้องให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ง่ายขึ้นด้วย

Olympus OM-D E-M1X ภาพรวมและข้อมูลสเปคต่าง ๆ

  • Olympus OM-D E-M1X ยังคงเป็นกล้อง Mirrorless ในระบบ Micro 4/3 Livemos Sensor
  • เซนเซอร์ความละเอียด 20 Megapixels พร้อมระบบกันสั่นไหว 5 แกน เคลมว่าสามารถลดการสั่นไหวได้สูงสุด 7.5 Stop เมื่อใส่กับเลนส์เกรดโปรของโอลิมปัส
  • ระบบกันสั่นไหว ออกแบบในลักษณะแบบ Gyro Sensor เป็นระบบการป้องกันการสั่นไหวแบบใหม่
  • Body ใช้วัสดุเป็น Magnesium alloy น้ำหนักเบา แข็งแรง ทนทาน
  • เป็นกล้อง Mirrorless รุ่นแรกของ Olympus ที่ตัวกล้อง Built – In Grip มาในตัวทันที โดยสามารถใส่แบตเตอรี่ได้ 2 ก้อน
  • จอ LCD ขนาด 3.0 แบบ Vario Angel สามารถพับออกด้านข้างได้
  • มี Joystick เข้ามา 2 ตำแหน่ง เพื่อความรวดเร็วในการควบคุม จะจับถือด้านไหน แนวตั้ง หรือ แนวนอน ตำแหน่งปุ่มต่าง ๆ จะอยู่ในตำแหน่งเดิมทำให้ง่ายต่อการถ่ายภาพ
  • รองรับช่องใส่การ์ดแบบ Dual Slot เป็น SD card แบบ UHS-II 2 ช่อง
  • ระบบ Focus แบบ Contrast Detect และ Phase Detect พร้อมจุด Focus ทั้งหมด 121 จุด
  • ระบบ ISO 200 – 6400 ขยายได้สูงสุดถึง 25600
  • อัตราการถ่ายภาพต่อเนื่อง 60 fps เมื่อถ่ายแบบ Raw+jpeg ผ่าน Electronic shutter และ 18 fps เมื่อถ่ายผ่านช่องมองภาพแบบ EVF
  • อายุการใช้งาน shutter มากสุดที่ 400,000 Shutter
  • รองรับการถ่าย Video 4K สูงสุด 30p , FullHD สูงสุด 120p พร้อม Feature OM Log เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงาน Video
  • สามารถถ่าย Hi-Res Shot แบบ Hand Held ได้เป็นครั้งแรก โดยจะมีอยู่ด้วยการทั้งหมด 3 Mode
  • ระบบ Hi-Res Shot รองรับไฟล์สูงสุด 80mp (RAW) และ 50mp (JPG)
  • มีระบบ Weather Seal / Splash Proof / Freeze Proof ปกป้องตัวกล้องจากสถานการณ์ต่างๆ
  • รองรับการเชื่อมต่อผ่าน WIFI / Bluetooth
  • แบตเตอรี่รุ่น BLH-1 รุ่นเดียวกันกับ Olympus OM-D E-M1 II
  • ขนาด : 144.4 * 146.8 * 75.4 mm.
  • น้ำหนัก : Body 849 g. / Body with 2 BLH-1 + 2 Memory Card 997 g.

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

– รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ ISO สำหรับมือใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ
– มือใหม่ถ่ายภาพยังไงไม่ให้มี Noise ในภาพ
– วิธีการใช้ Auto ISO สำหรับมือใหม่ และวิธีการตั้งค่าไม่ให้ Noise เยอะเกินไป

สิ่งที่ทำให้ Olympus แตกต่างและน่าสนใจกว่ากล้องค่ายอื่น ๆ

Olympus OM-D E-M1X Product Introduction Official Trailler

ดีไซน์และการออกแบบที่เจาะกลุ่มมือโปรโดยเฉพาะ

ต้องขอชมโอลิมปัสเลยครับ ว่าสามารถวาง Position ของกล้อง Olympus O-MD E-M1X ไว้ได้อย่างดีมาก ชัดเจน ตรงกลุ่ม ทำให้รู้เลยว่ากล้องตัวนี้เหมาะกับช่างภาพแนวไหน ลูกค้าแบบไหนที่จะเข้ามาซื้อตัวนี้ เจ้ากล้องตัวนี้ได้ถูกวางให้เป็น The King of Sport & Wildlife camera จะว่าแบบนี้ก็ได้ เพราะ ตัวสเปคกล้องที่ให้มาเสริมการทำงานด้านการถ่ายที่รวดเร็ว การใช้งานที่คล่องตัว ทนทานทุกสภาพอากาศ

เพิ่ม Joystick เข้ามาด้วยทำให้สะดวกในการเลือกจุดโฟกัส
พอร์ตเชื่อมต่อต่าง ๆ ของ OLYMPUS OM-D E-M1X

ความโดดเด่นด้าน High-Speed Auto Focus

Olympus O-MD E-M1X ใช้ระบบ Focus แบบ CrossType Phase difference 121 จุด ซึ่งให้มาค่อนข้างเยอะ ลักษณะการทำงานจะคล้ายคลึงกับการโฟกัสแบบ Contrast detection ของค่ายอื่นๆ ซึ่ง Olympus ได้ใส่หน่วยประมวลผลภาพ TruePic VIII จำนวน 2 ชิ้น เข้ามาด้วยทำให้สามารถประมวลผลภาพ การโฟกัส และ เทคโนโลยีฟีเจอร์ต่าง ๆ ในกล้องทำงานได้รวดเร็ว และ แม่นยำมากขึ้นแบบคูณ 2 เลย

ยังมีระบบ Focus แบบ Intelligent Subject Tracking ซึ่งตัวนี้จะใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ติดตามวัตถุที่เราต้องการที่จะถ่ายในช่วงเริ่มต้นนี้ก็ได้ใส่เข้ามาให้ 3 อย่างได้แก่ Airplane, Motorsport,Train ในอนาคตคงมีการอัพเดท firmware ใส่เข้ามาให้เลือกอีกแน่นอน และ มีระบบ Eye AF ที่สามารถเลือกดวงตาในระดับ Animal Eye AF คนชอบถ่าย Wildlife ชอบแน่นอน แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่นิดนึง Eye AF ของ Olympus จะทำงานแบบ Overwrite ทุกครั้ง ถ้าต้องการถ่ายภาพสิ่งของอะไรซักอย่างแล้วในเฟรมนั้นมีใบหน้าคนเข้ามาอยู่ด้วยเมื่อกดชัตเตอร์ลงครึ่งนึง กล้องมันจะ Track จับไปที่ใบหน้าคนเลย แทนที่จะโฟกัสไปที่สิ่งของที่ต้องการถ่าย แต่วิธีแก้เราก็ต้องเข้าไปที่ Setting แล้วปิด Eye AF ก่อน ก็สามารถถ่ายได้แล้วครับ ถ้าใครถ่ายแนวนี้ก็คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่

มี Shutter Speed อยู่ที 1/8000 แบบ Mechanic shutter ซึ่งเป็นมาตรฐานปกติทั่วไปของกล้องระดับ Professional อยู่แล้ว แต่ที่น่าสนใจคือมันสามารถทำได้มากสุดที่ 1/32000 ในแบบ Electronic shutter ซึ่งเป็นอะไรที่เยอะมาก จะหยุดวัตถุอะไรก็ได้แล้วถ้าจะให้มาเยอะขนาดนี้

ระบบกันสั่น 5 แกน กันได้ถึง 7.5 สตอป พร้อมระบบ Gyro Sensor

อีกหนึ่งจุดแข็งที่ไม่มีใครเหมือน ณ เวลานี้คือระบบกันสั่นของ Olympus ซึ่ง Olympus O-MD E-M1X ใช้ระบบกันสั่นแบบ Gyro Sensor สามารถกันได้ถึง 7.5 สตอป เป็นอะไรที่แม่เจ้ามาก ราวกับว่าซื้อกล้องได้แถมไม้กันสั่นอะไรอย่างนั้นเลย แต่ก็ต้องบอกเลยว่ามันจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแบบนี้ก็ต่อเมื่อใส่กับเลนส์ที่มีกันสั่นด้วยซึ่งก็เป็นเลนส์เกรดโปรของทาง Olympus ซึ่งข้อดีในจุดนี้มีประโยชน์สำหรับการเอาไปถ่ายแนว Landscape ต้มทะเล ลากไฟรถ สร้าง Effect หลาย ๆ อย่างได้ และ คนที่ถ่ายกีฬาที่ต้องอาศัยการใช้เลนส์ Telephoto ซึ่งมีน้ำหนักค่อนข้างมากก็สามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายแบบ Handheld ได้เป็นอย่างดี

Grip Built-in พร้อมกับ Battery ประจุใหญ่ขึ้น ถ่ายได้นานยิ่งขึ้น

Grip Built-in ใส่แบตเตอรี่ได้ 2 ก้อน

มีการใส่กริปมาให้เลยในตัวเหมือนกล้อง DSLR ค่ายอื่น ๆ เช่น Canon 1dx หรือ Nikon D5 ซึ่งเจ้ากริปตัวนี้มีประโยชน์อย่างไร มันจะช่วยในเรื่องของการจับถือ ในขณะถ่ายได้กระชับคล่องแคล่วมาก และ การวางตำแหน่งปุ่มบนกริปถูกออกแบบให้อยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่ว่าจะถ่ายแนวไหนก็ไม่ต่างกัน แถมยังมี Custom lock button ไว้สำหรับล็อคปุ่ม หรือ dial บางตัวที่เราไม่ต้องการใช้ได้ ซึ่งสามารถ Set ได้ถึง 3 Custom เลย นอกจากนี้ยังสามารถใส่ Battery ได้ถึง 2 ก้อน ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น

Pro Capture รองรับการถ่ายภาพ RAW ถูกใจสาย Sport

Pro Capture รองรับการถ่ายภาพ RAW

เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่กล้องระดับท็อปของ Olympus มีกัน ซึ่งเจ้าฟังก์ชั่นนี้จะช่วยให้สามารถเก็บภาพความเร็วสูงได้ดียิ่งขึ้นใน ลองนึกภาพตามนะครับ หากคุณต้องการที่จะถ่ายภาพนักฟุตบอลที่กำลังเลี้ยงกำลังจะไปยิงหน้าประตู คุณคงไม่รู้ว่านักฟุตบอลจะเลี้ยงไปซ้าย ขวา หน้า หลัง หรือ จะยิงตอนไหนกว่าจะรู้ตัวอีกทีบอลก็เข้าประตูไปแล้ว ซึ่งคงจะพลาดช็อตสำคัญๆ ใช้ไหมครับ ซึ่งฟังก์ชั่นนี้จะเข้ามาแก้ไขปัญาหาในส่วนนี้ โดยเพียงแค่กดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง กล้องก็จะเก็บภาพไปส่วนหนึ่งแล้ว พอคุณกดอีกครั้งจะมีรูปให้คุณเลือกมากมาย สามารถมาเลือกภาพเอาช็อตสำคัญไปส่งงานแบบรวดเร็วได้เลย

Video 4K พร้อม OM-Log และ Flicker Scan ครั้งแรก ผ่าน OM-D Movie

Video 4K พร้อม OM-Log และ Flicker Scan ครั้งแรก ผ่าน OM-D Movie

ในส่วนของงานวีดีโอ Olympus OM-D E-M1X ก็ทำออกมาได้อยู่ในระดับยอดเยี่ยมเลย ความสามารถที่ทำได้คือ สามารถถ่ายแบบ 4:2:0 8bit ได้แบบ Internal และ 4:2:2 8bit สำหรับการถ่ายแบบ External ซึ่งความละเอียดสูงสุดที่ทำได้คือ DCI 4K 24p 237mbps กันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นความละเอียดและความเร็วระดับเทพจริง ๆ แต่ถ้าสำหรับการใช้งานจริง 4K 30p ก็พอแล้ว ซึ่งตัวนี้ก็สามารถทำได้ และ ถ้าจะถ่ายแบบ FHD ก็สามารถทำได้สูงสุดอยู่ที่ FHD 120p นอกจากนี้โอลิมปัสก็ได้ออกตัว OM-Log 400 มาให้สำหรับคนที่ชอบการ Grading สีวีดีโออีกด้วย และ ที่เด็ดสุดเป็นกล้องตัวแรกของโอลิมปัสที่มี Flicker scan ด้วยนะ เสริมการถ่ายวีดีโอให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Olympus OM-Log400

Weather Resistant อึด ถึก ทน พร้อมลุยทุกสภาพอากาศ

ไม่พูดถึงไม่ได้เลยจุดแข็งที่โดดเด่นไม่มีใครเหมือนคือ Weather Resistant ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น มาตั้งแต่ Olympus OM-D E-M1 II แล้วที่กันน้ำ กันฝุ่น กันได้ทุกสภาพอากาศแบบทนทานมาก มาคราวนี้พี่แกจัดเต็มกว่าเดิมด้วยผลทดสอบมาตรฐาน IPX1 ไม่เชื่อก็ดูตามภาพเอาละกัน ฉีดขนาดนี้ไม่พังได้ไง ซึ่งโอลิมปัสทำได้ สายถ่าย Landscape Wildlife บุกป่า ลุยอากาศหนาว ๆ ตัวนี้แหละตอบโจทย์มาก

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดองค์ประกอบภาพสำหรับมือใหม่หัดถ่ายรูป

Olympus OM-D E-M1X กับฟีเจอร์เด็ดโดนใจ

Handheld High Res Shot ฟีเจอร์มหาเทพสำหรับคนรักการถ่าย Landscape

เป็นฟีเจอร์มหาเทพที่สามารถทำให้ได้ภาพขนาดใหญ่ความละเอียดสูงถึง 80 MP แบบ Raw และ 50 MP แบบ JPEG คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ เพราะมันทำได้จริง ๆ การทำงานของมันคือ กล้องจะเก็บมาทั้งหมด 16 ภาพ และเอามารวมกันเองผ่านระบบประมวลผลของตัวกล้อง ทำให้ได้ภาพคมชัดทั้งภาพ คนที่ถ่าย Landscape ต้องชอบมาแน่นอนสำหรับฟีเจอร์นี้ และ ที่สำคัญคือ มัน Handheld ได้ ไม่ต้องพกขาตั้งกล้องอีกต่อไป เสริมความสะดวกและความคล่องตัวในการถ่ายมาก ๆ

Live ND ชีวิตนี้ไม่ต้องพก ND แผ่นอีกต่อไป

ฟีเจอร์นี้จะเป็นประโยชน์มาก สำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายแนวต้มทะเล ต้มน้ำตก หรือ คนที่ต้องการถ่ายแนวลาก Shutter speed นาน ๆ มันจะช่วยในเรื่องของการตัดแสงออกไป จะใช้ในกรณีที่เราถ่ายภาพย้อนแสง และ เราต้องการ Effect บางอยางจากการเปิด Shutter speed นาน ๆ ด้วย เช่น การต้มทะเล ลองนึกภาพตามนะครับ หากคุณต้องการถ่ายภาพย้อนแสง และ ต้องการให้น้ำทะเลมาเนียนนุ่มเป็นขาว ๆ เหมือนปุยนุ่น คุณก็ต้องเปิด Shutter speed นาน ๆ แต่พอเปิดนานแสงเข้าเยอะ ภาพก็จะ Overexposure ถูกต้องมั้ยครับ Live ND ก็จะเข้ามาช่วยตัดแสงในส่วนนี้ทำให้เราได้ภาพที่เหมือนกับที่ตาเราเห็นมากขึ้น

Live ND นี้เราสามารถเห็นผลลัพธ์ของภาพที่จะได้ผ่านจอ LCD ของกล้องเลยเป็นอะไรที่สะดวกมาก นอกจากเรื่องงานภาพนิ่งแล้ว Live ND นี้ก็จะช่วยในเรื่องของงานวีดีโอด้วย หากคุณต้องการเก็บ Footage ให้เกิด Effect หน้าชัดหลังเบลอ คุณต้องเปิดค่า F กว้าง ๆ และ เมื่อเปิด F กว้าง ก็ต้องเพิ่ม Shutter speed ให้สูงขึ้น เพื่อให้แสงกลับมาคงที่ แต่ทีนี้ในการถ่ายวีดีโอมันจะมีของจำกัดเรื่องของ Frame per second ที่ถูกจำกัด ให้ใช้ Shutter Speed ได้มากสุด 2 เท่าของค่า FPS ไม่งั้นของ Footage วีดีโอ จะดูไม่เป็นธรรมชาติ Live ND จะช่วยได้อย่างมากในการตัดแสงและทำให้เราคุม Shutter Speed ได้ หากไม่มีฟีเจอร์นี้เราก็คงต้องเสียงเงินซื้อ ND filter ก็ต่อไปนะครับ

ราคาขนาดนี้สามารถซื้อกล้องรุ่นไหนได้บ้าง และ Olympus คุ้มค่าน่าซื้อหรือไม่ ?

ด้วยราคาที่เปิดตัวมาในช่วง Pre-order ที่สูงถึง 119,900 บาท ทำให้หลายคนต่างก็คิดหนักกันไปตาม ๆ กัน เพราะฟีเจอร์และเทคโนโลยีที่ใส่มาก็ทำให้โอลิมปัสต้องออกราคามาแบบนี้ แต่เราลองมาวิเคราะห์กันหน่อยว่าราคาเท่านี้สามารถเอาไปซื้ออะไรได้บ้างของค่ายอื่น ๆ อย่างถ้าเป็น Canon ณ ปัจจุบันก็สามารถซื้อ Canon 1DX ตัวท็อป DSLR Fullframe ได้เลย หรือ จะเป็น Nikon ก็จะได้พวก D5 ที่เป็นตัวท็อปเหมือนกัน หรือ ถ้ามาทาง Sony ก็จะสามารถซื้อพวก Sony A7R3 ได้เลย ซึ่งก็แอบเชียร์เล็กน้อยให้ราคาลงกว่านี้นิดนึงสำหรับ Olympus OM-D E-M1X แล้วถ้าถามว่าน่าซื้อมั้ย ก็ต้องขอบอกตรงนี้เลยว่าถ้าคุณเป็นคนที่มีไลฟสไตล์การถ่ายภาพแนวลุย ๆ หน่อยไม่ห่วงอุปกรณ์มาก ต้องการความคล่องตัว และ ต้องการได้ภาพ และ วีดีโอคุณภาพประมาณหนึ่ง และ ถ้าไม่ติดอะไรกับผลลัพธ์ที่ได้จากประเภทเซนเซอร์ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์คุณมาก

รวมคลิปรีวิว Olympus OM-D E-M1X จากประสบการณ์การใช้งานจริงของ Influencer และ Photographer ทั่วโลก

OM-D E-M1X x DPreview
OM-D E-M1X x Jared Polin
OM-D E-M1X x Janne Amunet
OM-D E-M1X x Fernando Marmolejo
OM-D E-M1X x Shiro Hagihara
OM-D E-M1X x Laurent Vu
OM-D E-M1X x Michael Hurren
OM-D E-M1X x John Sterling Ruth
OM-D E-M1X x Kelley Cox

สรุป Olympus OM-D E-M1X เหมาะกับช่างภาพสาย Sport และ Wildlife หรือจริง ๆ แล้วเหมาะกับช่างภาพสายไหน ?

สุดท้ายนี้กล้องตัวนี้เหมาะกับช่างภาพสาย Sport & Wildlife ไหมเหมือนกับที่ทาง Olympus ออกมาทำตลาดช่างภาพกลุ่มนี้ก็ต้องบอกเลยว่า ถือว่าเหมาะมากครับ เป็นการออกฟังก์ชั่นมาอำนวยความสะดวกให้กับช่างภาพเฉพาะทาง ทำให้สามารถทำการตลาดกล้องตัวนี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้ Olympus OM-D E-M1X ที่เปิดตัวมายังเป็นรุ่น Pre Production อยู่ ต้องมารอดูกันต่อไปว่า Firmware ต่อ ๆ ไปที่ Olympus จะออกมาอัพเดทหลังจากวางขายจริงแล้ว จะมาเสริมความสามารถของเจ้ากล้องตัวนี้มากแค่ไหน น่าติดตามมาก ๆ เลยครับ

Leave a Reply