fbpx

ไมค์ไร้สาย Rode Wireless Go กับคุณภาพเสียงในงานวิดีโอที่ไม่ควรมองข้าม

ไมค์ไร้สาย Rode Wireless Go เป็นไมโครโฟนคุณภาพสูงซึ่งต้องเรียกกันตรง ๆ ว่าเป็นไมโครโฟนไวเรสในยุคใหม่ เพราะระบบการส่งสัญญาณจะเป็น WiFi 2.4GHz แล้ว  แล้วก็เรื่องของการออกแบบได้ตีโจทย์คนทำคอนเทนต์วิดีโอยุคนี้อย่างลงตัวด้วย เดี๋ยวเราไปดูจุดเด่นที่สำคัญในงานวิดีโอกันครับ

ไมค์ไร้สาย Rode Wireless Go กับคุณภาพเสียงในงานวิดีโอที่ไม่ควรมองข้าม

ไมค์ไร้สาย Rode Wireless Go กับคุณภาพเสียงในงานวิดีโอที่ไม่ควรมองข้าม

1. จุดเด่นที่สำคัญของ Rode Wireless Go

ถ้าจะให้เล่าจุดเด่นสำคัญที่เข้าใจอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับ Rode Wireless Go ก็คือเรื่องของ ประสิทธิภาพของเสียงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ใช้งานมืออาชีพได้ แล้วขนาดคล่องตัวมากถึงมากที่สุด เพราะขนาดเล็กมาก 

ไมค์ไร้สาย Rode Wireless Go กับคุณภาพเสียงในงานวิดีโอที่ไม่ควรมองข้าม

แล้วหากดูลงรายละเอียดลึกลงไปก็จะเห็นได้ว่า ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่วุ่นวาย ทำให้คนถ่ายวิดีโอแล้วต้องบันทึกเสียงไปด้วยมี Workflow ที่เรียบง่าย รวดเร็ว ได้งานคุณภาพสูงนั่นเอง

2. คุณภาพเสียงสำหรับการใช้งาน เก็บรายละเอียดได้ครับ และแยกมิติได้อย่างชัดเจน

ทีนี้มาคุยเรื่องคุณภาพเสียงที่ได้เป็นยังไงบ้าง ถ้าหากเราเคยใช้ไมโครโฟนในระดับมืออาชีพอยุ่แล้ว Rode Wireless Go ทำได้เหมือนกันเลย ทั้งเนื้อเสียงต่ำ เสียงพูดระดับกลาง รวมไปถึงรายละเอียดเสียงเล็ก ๆ ก็เก็บรายละเอียดได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ตอบโจทย์งานวิดีโอได้พอดีมาก

ไมค์ไร้สาย Rode Wireless Go กับคุณภาพเสียงในงานวิดีโอที่ไม่ควรมองข้าม

ในส่วนของการแยกรายละเอียดเสียงวัตถุใกล้ไกล ก็ยังให้ความเคลียร์และชัดเจน สิ่งนี้ยืนยันได้จากการที่ Rode Wireless Go ขายดีจนขาดตลาดเลยทีเดียว

3. สัญญาณที่นิ่ง เสถียร ไว้ใจได้ ทั้งงานใน Studio และงาน Event

นอกจากเรื่องคุณภาพเสียงและรูปลักษณ์ที่เล็กแล้ว ถ้ามาดูเรื่องการส่งสัญญาณล่ะ? ทำได้แค่ไหน ก็ต้องบอกว่า Rode Wireless Go นั้นสามารถที่จะส่งสัญญาณได้ไกลประมาณ 100 เมตรได้ ถ้าเป็นพื้นที่โล่ง แต่ถ้าเป็นพื้นที่ซึ่งมีสิ่งกีดขวางหรืองาน Event แล้ว 30 เมตรส่งได้สบาย

ทำให้งานระดับมืออาชีพ งานอีเวนต์ก็สามารถใช้ไมโครโฟน Rode Wireless Go เพื่อจบงานได้สบาย

4. การเชื่อมต่อที่เรียบง่าย ไร้ความซับซ้อน หมดยุคที่ต้องทำอะไรให้มันวุ่นวายแล้ว

ฝันร้ายของคนใช้ไมโครโฟนไวเรสโดยเฉพาะมือใหม่คือ มันเชื่อมต่อยาก แล้วดูน่ากลัว เพราะต้องพอจะต้องคุ้นเคยกับระบบส่งสัญญญาณที่วุ่นวายมาบ้าง แต่ยุคนี้ไม่ใช่แล้ว พอการส่งสัญญาณมาเป็น Wireless 2.4GHz แค่เปิดแล้ว Pair กันไม่เกิน 3 วินาที ก็ต่อกันได้แล้ว ที่เหลือก็ต่อสายไมค์เข้ากล้องก็จบเลย

5. การออกแบบเพื่อให้เกิดความคล่องตัวอย่างเจาะจง และให้ภาพลักษณ์ที่เหมาะสมสำหรับงานระดับมืออาชีพ

ถ้าหากเรามองสรุปภาพรวมที่ทำให้ Rode Wireless Go ตอบโจทย์คนถ่ายวิดีโอได้ดีที่สุดก็ต้องยกให้กับคำว่า “ความคล่องตัว” ที่สูงมาก เชื่อมต่อง่าย ส่งสัญญาณไกล ขนาดเล็ก ดูไม่วุ่นวาย จัดเก็บสะดวก แล้วได้คุณภาพเสียงที่ดีมากพอสำหรับงานมืออาชีพส่วนใหญ่แทบทั้งหมด เพราะงั้นถ้าหากกำลังมองหาไมโครโฟนในยุคปัจจุบันแล้วล่ะก็ต้องยกให้ Rode Wireless Go เลย

สำหรับคนที่อยากจะเป็นเจ้าของ Rode Wireless Go ราคา 7,900 เท่านั้นที่ร้าน lnwgadget ครับที่ร้านมีบริการให้ทั้งก่อนและหลังการขายเลย สินค้าประกันศูนย์ด้วย สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้จ้า

อ่านบทความสอนมือใหม่เรื่องการถ่ายภาพ

Yochuwa Samaromhttps://www.photoschoolthailand.com/
Digital Marketing ที่รักการถ่ายภาพ ทำเว็บบล็อกสอนถ่ายภาพฟรี และมีอีกเว็บที่สอนด้านการตลาดฟรี เชื่อว่าการแบ่งปันสิ่งที่เรารู้ จะทำให้เราพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น และรู้จักกับคนที่เก่งกว่าเรามากขึ้นไปอีก

Similar Articles

Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

พรีวิว Half Camera Cage สำหรับ Sony a7S III เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกล้องจับง่าย ใช้งานคล่อง ต่อเข้ากับอุปกรณ์เสริมได้อีกเยอะ

เคจครึ่งตัวที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานกับ Sony a7S III อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อการปกป้องตัวกล้อง และการถือจับที่ถนัดขึ้น ทำจากวัสดุทีแข็งแรงทั้ง Aluminum-alloy และ stainless steel รองรับการต่อทำงานเข้ากับอุปกรณ์เสริมได้อีกผ่านรูยึดที่มีเช่น รูยึดขนาด 1/4” จำนวน 20 ช่อง และเม้าท์ที่ใช้ต่อเข้ากับ cold shoe อีกหนึ่งช่อง ส่วนฐานของเคจมีเม้าท์เพื่อต่อได้อีกหลายจุดทั้งต่อเข้ากับกิมบอลและช่วยให้การบาลานซ์ทำได้อย่างง่ายดายอีกด้วย เหมาะสำหรับช่างภาพที่ต้องการเพิ่มพื้นที่จับกล้อง...

พรีวิว Tilta Sony a7/a9 Series Kit C เกราะป้องกันเต็มตัวพร้อมชุดอุปกรณ์ต่อพ่วงครบมือเพื่องานวิดีโอโดยเฉพาะ

Tilta Sony a7/a9 Series Kit C เป็นเกราะป้องกันแบบเต็มตัวที่เหมาะกับ Sony a7, a7 II, a7 III, a7S, a7S II, a7R, a7R II, a7R III และ a9 ที่แข็งแกร่งทำจาก...

7 สิ่งสำคัญที่ไฟสตูดิโอช่วยให้เราสามารถถ่าย VDO ได้ง่ายมากขึ้น

ไฟสตูดิโอเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งในกระบวนการผลิตงานวิดีโอโดยมีให้เลือกใช้งานได้หลายแบบทั้ง ไฟต่อเนื่อง แสงไฟแบบแฟลช หรือไฟ LED นอกจากไฟจะทำหน้าที่ในการเพิ่มความสว่างแล้ว แสงไฟที่ใช้จะเป็นตัวที่ควบคุมสภาพแวดล้อมทุกอย่างภายในสตูดิโอ สร้างบรรยากาศ สร้างอารมณ์ความรู้สึก ทั้งยังช่วยเพิ่มคุณภาพของงานวิดีโอ ให้ทั้งความคมชัด รายละเอียด และช่วยให้ถ่ายวิดีโอได้ง่ายมากขึ้นด้วย  7 สิ่งสำคัญที่ไฟสตูดิโอช่วยให้เราสามารถถ่าย VDO ได้ง่ายมากขึ้น 1. กำลังไฟ: เพิ่มความสว่างให้สถานที่ถ่ายทำเมื่อทำงานทั้งในสตูดิโอและนอกสถานที่ หน้าที่หลักของไฟคือการเพิ่มความสว่างให้กับตัวแบบหรือสถานที่ ดังนั้นไฟคุณภาพที่มีกำลังไฟสูงจะสามารถช่วยให้ทำงานได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งการปรับระดับความสว่างให้สว่างมากน้อยได้ตามต้องการ หรือไฟที่มีกำลังน้อย ก็ช่วยให้เพิ่มความสว่างในบางจุด หรือทำหน้าที่เป็นไฟเพื่อช่วยสร้างมิติแสงและเงาให้งานวิดีโอมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากขึ้น  เมื่อต้องทำงานนอกสถานที่ ไฟสตูดิโอจะช่วยให้ตัวแบบไม่มืดทั้งยังช่วยให้ตัวแบบหรือสถานที่นั้น...