fbpx

10 กล้อง DSLR เเละมิลเลอร์เลส ที่ดีที่สุดแห่งปี 2020

การตัดสินใจที่จะเลือกกล้องฟูลเฟรมซักตัวเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ โดยกล้องที่คัดสรรมานี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ ซึ่งให้คุณภาพของภาพถ่ายที่ยอดเยี่ยม ที่สำคัญราคายังเหมาะสม นอกจากนี้พื้นฐานในการตัดสินเลือกกล้องก็เน้นไปที่การใช้งานได้ง่ายแต่ให้ประสิทธิภาพสูง

ช่วง 2-3 ปีก่อนมีหลายคนมักจะเลือกกล้อง DSLR จากค่าย Nikon หรือ Canon แต่ปัจจุบันมีตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับกล้องมิลเลอร์เลส และ DSLR ทั้งจาก Nikon, Canon, Sony และ Panasonic ในส่วนของค่าย Sony มีการผลิตกล้อง มิลเลอร์เลส ฟูลเฟรมเป็นเจ้าแรกตอนที่พวกเขากระโดดเข้ามาสนใจวงการกล้องครั้งแรก

ในปัจจุบัน Sony ได้เข้ามามีส่วนเเบ่งการตลาดในตลาดกล้องร่วมกับ Canon, Nikon และ Panasonic ซึ่งทั้งหมดพร้อมที่จะแข่งขันกันในเรื่องของระบบ รวมทั้งตัวบอดี้ และเลนส์ที่มีประสิทธิภาพสูง ฉะนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าภาพจากกล้องฟูลเฟรมไม่ใช่แค่น่าตื่นเต้นเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันกล้องฟูลเฟรม DSLR มักจะอยู่ในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นช่างภาพมืออาชีพ แต่ด้วยต้นทุนและราคาที่ลดลงมาทำให้บรรดามือสมัครเล่น และผู้ที่สนใจ ต่างก็อยากได้มาครอบครองเช่นกัน เนื่องจากภาพถ่ายจากกล้องฟูลเฟรมไม่ว่าจะเป็นแบบ DSLR หรือมิลเลอร์เลสออกมาก็โดดเด่นมากๆ ดังนั้นการที่จะเลือกกล้อง DSLR หรือ มิลเลอร์เลส มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ทั้งเรื่องราคา, ประสิทธิภาพ และการใช้งาน

1.Nikon Z6 ที่สุดของกล้อง DSLR ในค่าย Nikon และมาพร้อมกับเทคโนโลยีพิเศษชั้นเลิศ

เซ็นเซอร์ : ฟูลเฟรม CMOS
ความละเอียด : 24.5 ล้านพิกเซล
ออโต้โฟกัส : 273 จุด AF
หน้าจอ : ทัชกรีน 3.0 นิ้ว พับขึ้นลงได้, ความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล
ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องสูงสุด : 12 เฟรมต่อวินาที
ถ่ายภาพยนตร์ : 4K ที่ 30p
ระดับผู้ใช้ : ผู้ที่สนใจ/ผู้เชี่ยวชาญ

  • ถ่ายวีดิโอได้เสถียร และถ่ายภาพนิ่งได้ดี
  • จับกระชับมือ
  • Buffer มีข้อจำกัด
  • มีช่องใส่การ์ดช่องเดียว
  • Nikon Z6 เป็นกล้องตัวแรกจาก 2 ตัวในตระกูล Z และตอนนี้ก็ไม่มีโมเดลใหม่ล่าสุดออกมา โดยนี่เป็นกล้องฟูลเฟรมที่เจ๋งที่สุดจากจำนวนลิสต์รายชื่อที่ระบุในครั้งนี้
  • กล้องรุ่นนี้เป็นการผสมผสานที่ลงตัวของฟีเจอร์, ประสิทธิภาพในการทำงาน, ด้ามจับ และราคา
  • ความละเอียดของเซนเซอร์อยู่ที่ 24.5 ล้านพิกเซลทำให้ภาพออกมาสวยพร้อมกับสีสันที่คมชัดดังต้นฉบับ และให้รายละเอียดที่ชัดเจน ขณะเดียวกันระบบออโต้โฟกัสอยู่ที่ 273 จุดทำให้งานออกมาดี และยังครอบคลุมเฟรมได้อย่างสุดยอด
  • ในโหมดของการถ่ายภาพแบบต่อเนื่องสามารถทำได้น่าประทับใจโดยอยู่ที่ 12 เฟรมต่อวินาที, การควบคุมที่ว่องไว และยังมีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่กว้าง และชัดเจน
  • นอกจากนี้การมีเมาท์อะแดปเตอร์ FTZ ทำให้คุณสามารถใช้เลนส์เมาท์ F ได้ด้วย
  • ทั้งหมดนี้ทำให้ Z6 เป็นตัวเลือกที่เด็ดที่สุดสำหรับช่างภาพที่ให้ความสนใจ หรือพวกช่างภาพมืออาชีพซึ่งกำลังมองหากล้องดีๆ อีกซักตัว

2. Sony A7 III หนึ่งในกล้องฟูลเฟรมที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสม

เซ็นเซอร์ : ฟูลเฟรม CMOS
ความละเอียด : 24.2 ล้านพิกเซล
ออโต้โฟกัส : 693 จุด AF
หน้าจอแบบ : ทัชสกรีน 3.0 นิ้ว พับขึ้นลงได้, ความละเอียด 921,000 จุด
ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องสูงสุด : 10 เฟรมต่อวินาที
ถ่ายภาพยนตร์ : 4K
ระดับผู้ใช้ : ผู้ที่สนใจ/ผู้เชี่ยวชาญ

  • ระบบออโต้โฟกัสพัฒนาขึ้นเป็น 693 จุด
  • ถ่ายแบบรัวๆ 10 เฟรมต่อวินาที
  • การควบคุมหน้าจอทัชสกรีนมีข้อจำกัด
  • ความอึดแบตเตอรี่น่าจะดีกว่านี้
  • สำหรับกล้องรุ่น A7 III กลายเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมผู้ที่สนใจและพวกมือโปรในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และนั่นเป็นเหตุผลที่ดีที่ทำให้กล้องนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น
  • แน่นอนว่ากล้องรุ่นนี้มีความแตกต่างกันอย่างมากกับตัวรุ่น A7R IV และ A7S II โดย A7 III เป็นกล้องที่เหมาะกับทุกคน ไม่ว่าพวกเขาจะนำไปใช้ในการถ่ายภาพนิ่ง หรือวีดิโอ, การถ่ายภาพการเคลื่อนไหว, การถ่ายภาพนิ่งของคนหรือสิ่งของ (Subjects), ถ่ายอินดอร์สหรือเอาท์ดอร์ก็ได้
  • ตัวเซ็นเซอร์ขนาดปานกลางให้ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล แต่ออกแบบสำหรับถ่ายย้อนแสงทำได้ดีเยี่ยมเมื่ออยู่ในจุดรวมแสง
  • ขณะเดียวกันยังมีระบบกันสะเทือนซึ่งทำให้คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องของเลนส์ โดยมีกล้องมิลเลอร์เลสหลายรุ่นที่ไม่มีระบบมาตรฐานนี้
  • แบตเตอรี่สามารถถ่ายภาพได้ถึง 710 ชอต ถือว่าเป็นกล้องมิร์เรอร์เลสที่น่าประทับใจเลยทีเดียว
  • ในส่วนของฟีเจอร์วีดิโอ และโหมด Eye AF สำหรับการถ่ายภาพคนถือว่าใช้ได้ ฉะนั้นนี่เป็นกล้องที่คุณควรมีเอาไว้

3. Nikon Z7 กล้องพี่ใหญ่ในตระกูล Z พร้อมกับออปชั่นเสริมเพียบ

เซ็นเซอร์ : ฟูลเฟรม CMOS
ความละเอียด : 45.7 ล้านพิกเซล
ออโต้โฟกัส : 493 จุด AF
หน้าจอ : ทัชสกรีน 3.2 นิ้ว พับขึ้นลงได้,ความละเอียด 2.1 ล้านจุด
ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องสูงสุด : 9 เฟรมต่อวินาที
ถ่ายภาพยนตร์ : 4K
ระดับผู้ใช้ : ผู้เชี่ยวชาญ

  • การตอบสนองดีเยี่ยม
  • ให้ภาพที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ
  • การ์ด XQD ยังถือว่าแพง
  • แบตเตอรี่เดิมน้อยไปนิด
  • Nikon มีกล้องแบบมิร์เรอร์เลสฟูลเฟรมตัวแรกโดยเป็นรุ่น Z6 ส่วน Z7 ถือว่าเป็นทีเด็ดของค่ายนี้ ในฐานะที่เป็นกล้องเจเนเรชั่นแรกแน่นอนว่าทุกคนคาดว่าอาจจะมีจุดบกพร่องบ้าง แต่สำหรับ Z7 เป็นผลงานที่ได้รับการพิจารณาว่ายอดเยี่ยม และเหนือกว่าที่หลายๆ คนคาดหวังเอาไว้
  • ตัวเซ็นเซอร์ที่มีความเสถียร, การผสมผสานได้อย่างมีประสิทธิภาพของระบบกันสะเทือน, ความลงตัวของช่องมองภาพ EVF ที่สวยงามโดดเด่น, ด้ามจับที่ลงตัว, ระบบการทำงาน AF ยอดเยี่ยม และการตอบสนองทั้งหมดสุดยอดซึ่งทำให้กล้องรุ่นนี้น่าพอใจสำหรับการใช้งานมากๆ
  • จริงๆ แล้ว Nikon ยังให้คุณสามารถใช้เล่นเมาท์ F แม้จะมีอะแดปเตอร์ FTZ ซึ่งนี่เป็นการพัฒนาจากกล้อง DSLR ไปสู่กล้องมิร์เรอร์เลสได้อย่างลงตัว

4. Sony A7R IV สุดยอดกล้องฟูลเฟรมที่ให้ความละเอียดสูง

เซ็นเซอร์ : ฟูลเฟรม CMOS
ความละเอียด : 61 ล้านพิกเซล
เลนส์ : 24-105มม. , f/4 (kit -เลนส์ที่มากับตัวกล้อง)
หน้าจอ : ทัชสกรีน 3.0 นิ้ว พับขึ้นลงได้, ความละเอียด 1.44 ล้านพิกเซล
ช่องมองภาพ : EVF
ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องสูงสุด : 10 เฟรมต่อวินาที
ถ่ายภาพยนตร์ : 4K ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที
ระดับผู้ใช้ : ผู้เชี่ยวชาญ

  • ให้ความละเอียดสุดยอด, ระบบเซนเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียดสูง
  • ระบบออโต้โฟกัสเร็ว และยอดเยี่ยม
  • Rolling shutter หรืออาการภาพล้มในวีดิโอ
  • ระบบทัชสกรีนน่าจะดีกว่านี้
  • ในรุ่น A7R IV เป็นกล้องที่เหมาะกับการถ่ายสตูดิโอ โดย Sony ได้ทำการผลิตกล้องในแบบฟูลเฟรมขึ้นมาแม้ว่ามันจะเป็นเพียงกล้องที่ถ่ายภาพเคลื่อนไหว หรือวิวทิวทัศน์ แต่ก็ให้เซนเซอร์ที่มีความละเอียดสูงถึง 61 ล้านพิกเซล เหนือกว่าเวอร์ชั่นเก่าที่ให้ความละเอียดเพียง 42.4 ล้านพิกเซล
  • การให้จำนวนพิกเซลที่สูงทำให้กล้องสามารถเก็บรายละเอียดได้อย่างน่าเหลือเชื่อเมื่อใช้งานร่วมกับขาตั้งกล้องรวมทั้งการควบคุมแสงที่ดี
  • นอกจากนี้ยังลดสัญญาณรบกวน “นอยซ์” ได้เร็วกว่ากล้องฟูลเฟรมที่มีความละเอียดต่ำ
  • กล้องรุ่นนี้สามารถใช้งานได้ทุกรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ขณะเดียวกันก็ควรต้องระมัดระวังในการถ่ายเพื่อให้ภาพออกมาดีที่สุด
  • มีระบบกันสะเทือนที่ยอดเยี่ยมทำให้ทำงานได้ลงตัวเมื่อต้องใช้มือถือนานๆ
  • การถ่ายวีดิโอ 4K ยอดเยี่ยมคุณภาพสูง นอกจากผลกระทบจาก Rolling shutter หรืออาการภาพล้มในวีดิโอ

5. Nikon D850 กล้อง DSLR ที่ดีที่สุดจากการทดสอบมาแล้ว

เซ็นเซอร์ : ฟูลเฟรม CMOS
ความละเอียด : 45.4 ล้านพิกเซล
ออโต้โฟกัส : 153 จุด AF, Cross type 99 จุด
หน้าจอแบบ : ทัชสกรีน 3.2 นิ้ว พับขึ้นลงได้, ความละเอียด 2.35 ล้านพิกเซล
ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องสูงสุด : 7 เฟรมต่อวินาที
ถ่ายภาพยนตร์ : 4 K
ระดับผู้ใช้ :ผู้เชี่ยวชาญ

  • ภาพที่ออกมาโดดเด่นตระการตา
  • ประสิทธิภาพในการทำงานสูง
  • โหมด Live View AF น่าจะเร็วกว่านี้
  • SnapBridge ยังต้องปรับปรุง
  • Nikon D850 อาจจะบางส่วนที่คลายๆ กับรุ่น Z7 แต่มีจุดที่น่าสนใจเยอะแยะมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือนี่เป็นกล้อง DSLR ที่พัฒนาไปไกลมากนับตั้งแต่ที่ได้มีการทดสอบ
  • ส่วนที่โดดเด่นกินขาดก็คือการผสมผสานเซนเซอร์ฟูลเฟรมที่ให้ความละเอียด 45 ล้านพิกเซล และการถ่ายภาพแบบรัวๆ 7 เฟรมต่อวินาทีซึ่งนี่คือหัวใจหลักของกล้องรุ่นนี้
  • ระบบออโต้โฟกัส 153 จุดซึ่งทำงานได้ดีเยี่ยมในที่ที่มีแสงสว่างทำให้สามารถเก็บภาพวัตถุเคลื่อนไหวได้ดี
  • วีดิโอบันทึแบบ 4K ที่เต็มไปด้วยคุณภาพ ขณะเดียวกันโครงสร้างและการออกแบบก็เกือบจะเพอร์เฟกต์ที่สุดในตอนนี้
  • น้ำหนักและขนาด Z7 อาจจะมีภาษีดีกว่าสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แต่ถ้าคุณอยากถ่ายภาพกีฬา หรือวัตถุเคลื่อนไหวต้องมีระบบโฟกัสที่โดดเด่นบอกเลยว่านี่เป็นตัวเลือกที่โดนใจแน่นอน

6. Canon EOS 5D Mark IV หนึ่งในกล้อง DSLR ความสามารถสูงที่หลายๆ คนเคยเจอ

เซ็นเซอร์ : ฟูลเฟรม CMOS
ความละเอียด : 30.4 ล้านพิกเซล
ออโต้โฟกัส : 61 จุด AF, Cross type 41
หน้าจอ : ทัชสกรีน 3.2 นิ้ว, ความละเอียด 1.62 ล้านพิกเซล
ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องสูงสุด : 7 เฟรมต่อวินาที
ถ่ายภาพยนตร์ : 4K
ระดับผู้ใช้ : ผู้เชี่ยวชาญ

  • ประสิทธิภาพการทำงานโดดเด่น
  • ระบบออโต้โฟกัสพัฒนาก้าวไกล
  • แพงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
  • ออปชั่นวีดิโอ 4K มีข้อจำกัด
  • ในรุ่น EOS 5D Mark IV มีการพัฒนาในทุกๆ อย่างจากรุ่น Mark III สำหรับรุ่นนี้มีระบบเซนเซอร์ 30.4 ล้านพิกเซลซึ่งทำให้ภาพออกมาคมชัด รวมทั้งยังมีการพัฒนามากยิ่งขึ้นสำหรับระบบออโต้โฟกัสที่ 61 จุด
  • ประสิทธิภาพการทำงานสูง, สามารถถ่ายวีดิโอ 4K ได้กระนั้นก็มีข้อจำกัดอย่างเช่นการครอปภาพ และการทำงานที่ไม่ค่อยดีนักในส่วนออปชั่น Motion JPEG เมื่อถ่ายวีดิโอ 4K
  • ขณะเดียวกันเซนเซอร์ความละเอียดอยู่ที่ 30 ล้านพิกเซล และถ่ายแบบต่อเนื่อง 7 เฟรมต่อวินาที
  • ในส่วนของราคาต้องถือว่ายังแพงกว่าคู่แข่งตอนที่เปิดตัวครั้งแรก และก็ยังเป็นแบบนั้นในปัจจุบัน แต่หากคุณเป็นคนที่นิยมกล้อง Canon และมองหากล้อง DSLR ที่ดีเยี่ยมพร้อมกับมีระยะโฟกัสที่ยาว รุ่นนี้ก็ยังคือว่าใช้ได้

7. Canon EOS RP ฟูลเฟรมมิร์เรอร์เลสตัวที่สองจากค่าย Canon ซึ่งน่าประทับใจมาก

เซ็นเซอร์ : ฟูลเฟรม CMOS
ความละเอียด : 26.2 ล้านพิกเซล
ออโต้โฟกัส : 5,655 จุด AF
หน้าจอ : ทัชสกรีน 3.0 นิ้ว ปรับได้หลายทิศทาง, ความละเอียด 1.04 ล้านพิกเซล
ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องสูงสุด : 5 เฟรมต่อวินาที
ถ่ายภาพยนตร์ : 4K
ระดับผู้ใช้ : ผู้ที่สนใจ

  • คุ้มค่ากับเงินที่จ่าย
  • บอดี้เล็กและเบา
  • การเลือกเลนส์มีข้อจำกัด
  • วีดิโอ4K มีข้อจำกัด
  • Canon ผลิตกล้องมิร์เรอร์เลสฟูลเฟรมตัวแรก็คือรุ่น EOS R โดยมีทั้งข้อดีและข้อเสนอ อย่างไรก็ตามในรุ่น EOS RP มีการพัฒนาในเชิงบวกที่โดดเด่นมากๆ
  • อย่างไรก็ตามตัวรุ่นนี้ไม่ได้มีฟีเจอร์จัดเต็ม กระนั้นในส่วนของบอดี้มีความเล็ก และเบามาก เมื่อดูรวมๆ แล้วถือว่าราคาไม่แรงมากนัก
  • เซ็นเซอร์ตัวนี้มีความละเอียด 26.2 ล้านพิกเซล จัดเป็นความละเอียดระดับกลางๆ ข้อดีคือมันใช้ถ่ายได้แทบจะทุกอย่าง
  • สำหรับการตอบสนองของหน้าจอทัชสกรีนถือว่าดี, ออโต้โฟกัสเร็ว และ Buffer ลึกทำให้คุณสามารถนำไปใช้งานได้ทุกสถานการณ์

8. Nikon D750 กล้องฟูลเฟรม DSLR ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์แบบจัดเต็ม เหมาะสมกับราคา

เซ็นเซอร์ : ฟูลเฟรม CMOS
ความละเอียด : 24.3 ล้านพิกเซล
ออโต้โฟกัส : 51 จุด AF, Cross type 15 จุด
หน้าจอ : 3.2 นิ้ว พับได้, ความละเอียด 1.22 ล้านพิกเซล
ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องสูงสุด : 6.5 เฟรมต่อวินาที
ถ่ายภาพยนตร์ : 1080p
ระดับผู้ใช้ : ผู้ที่สนใจ/ผู้เชี่ยวชาญ

  • ลดสัญญาณรบกวนนอยซ์/ช่วงการรับแสงที่กว้างดีเยี่ยม
  • ระบบออโต้โฟกัสประสิทธิภาพสูง
  • ไม่มีออปชั่นถ่ายวิดิโอ 4K มีแค่แบบ Full HD
  • หน้าจอพับได้แต่ไม่เชื่อมต่อเต็มที่
  • สำหรับ Nikon D780 เป็นกล้องที่มีความทันสมัยที่สุดในตอนนี้ แต่สำหรับรุ่น D750 ก็ยังคงมีขายในปี 2020 โดยเป็นกล้องที่ดีสำหรับแฟนๆ ที่นิยมกล้อง DSLR ซึ่งมีงบประมาณพอสมควร โดยจะแพงกว่ารุ่น D610 และถูกว่ารุ่น D850
  • สิ่งที่เพอร์เฟกต์ในกล้องรุ่นนี้ก็คือการถ่ายฟอร์แมต DX ในส่วนของเซนเซอร์ฟูลเฟรมแบบ 24.3 ล้านพิกเซลสามารถแคปภาพพร้อมกับลดเสียงรบกวนนอยซ์ และยังมีช่วงการรับแสงที่กว้างมากๆ
  • ในส่วนของหน้าจอ LCD มีขนาด 3.2 นิ้วถือว่าใหญ่กว่ากล้องหลายตัวที่มีการเปิดตัวในปัจจุบัน
  • ระบบออโต้โฟกัส 51 จุดถือว่าเพียงพอแล้ว และยังมีโหมดในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 6.5 เฟรมต่อวินาทีซึ่งเป็นความเร็วที่หลายๆ คนต้องการ
  • ขณะเดียวกันยังมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi ติดตั้งในตัวเครื่องทำให้สามารถส่งภาพออกไปยังสื่อสังคมออนไลน์ได้สบายๆ
  • ขาดเดียงอย่างเดียวตรงที่ไม่มีระบบทัชสกรีน แต่มองโดยรวมแล้วก็ไม่ได้เสียหายอะไรมากนัก

9. Panasonic S1R สามารถบันทึกภาพความละเอียดได้สูงสุด 187 MP

เซ็นเซอร์ : ฟูลเฟรม CMOS
ความละเอียด : 47.3 ล้านพิกเซล
ออโต้โฟกัส :225 จุด AF
หน้าจอ : ทัชสกรีน 3.2 นิ้ว พับขึ้นลงได้, ความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล
ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องสูงสุด : 9 เฟรมต่อวินาที
ถ่ายภาพยนตร์ : 4K
ระดับผู้ใช้ : ผู้เชี่ยวชาญ

  • ช่องมองภาพน่าเหลือเชื่อ
  • วีดิโอให้คุณภาพชั้นยอด
  • ระบบออโต้โฟกัสมีเพียง Contrast-Detect เท่านั้น
  • ใหญ่ และหนัก
  • Panasonic S1R เป็นกล้องที่มีเทคโนโลยีที่น่าประทับใจมากๆโดยเฉพาะตัวบอดี้ที่โดดเด่นมากๆ
  • ช่องมองภาพให้ความละเอียด 5.7 ล้านจุดฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือส่วนที่น่าประทับใจที่สุดสำหรับตลาดกล้องในรุ่นนี้
  • ขณะเดียวกันการบันทึกวีดิโอให้คุณภาพสูง, ภาพมีความเสถียรและ Buffer ขนาดใหญ่ทำให้คุณมองเห็นรายละเอียดทั้งหมดที่อยู่บนภาพ
  • ช่วงที่มีการเปิดตัวกล้องรุ่นนี้มีระบบเซนเซอร์ 47.3 ล้านพิกเซลถือว่าเป็นจำนวนพิกเซลที่สูงที่สุดสำหรับกล้องมิร์เรอร์เลสฟูลเฟรมในเวลานั้น แม้ปัจจุบันจะแพ้ให้กับ Sony A7R IV ไปแล้วก็ตาม
  • ส่วนที่โดดเด่นที่สุดก็คือสามารถบันทึกภาพความละเอียดได้สูงสุด 187 ล้านพิกเซล ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในกรณีที่คุณต้องปรินท์ภาพประเทศเล็กๆ แต่คุณสามารถขยายภาพให้ใหญ่ได้ซึ่งทำให้มองเห็นรายละเอียดเล็กๆ ที่อยู่ในฉากได้หมด
  • อย่างไรก็ตามกล้องรุ่นนี้มีข้อจำกัดในเรื่องของระบบออโต้โฟกัส แต่เมื่อผสมผสานกับโครงสร้าง, ฟีเจอร์ และภาพรวมทั้งหมด S1R เป็นกล้องที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว

10. Sony A9 II กล้องมิลเลอร์เลสที่เหมาะกับถ่ายภาพกีฬาและภาพเคลื่อนไหว

กล้อง : มิลเลอร์เลส
เซ็นเซอร์ : ฟูลเฟรม BSI CMOS
เลนส์ : Sony FE
หน้าจอ : ทัชสกรีน 3.0 นิ้ว พับขึ้นลงได้, ความละเอียด 1.44 ล้านพิกเซล
ออโต้โฟกัส : 693 จุด AF
ถ่ายวีดิโอ : 4k
การเชื่อมต่อ : Wi-Fi, NFC และ Bluetooth
แบตเตอรี่ : ถ่ายได้ 500 ช็อต
น้ำหนัก : 678 กรัม

  • ประสิทธิภาพระบบออโต้โฟกัสดีเยี่ยม
  • ไม่มีอาการจอมืดเวลากดถ่ายภาพที่ช่องมองภาพ
  • ระบบเมนูน้อย
  • ระบบทัชสกรีนมีข้อจำกัด
  • คู่แข่งสำหรับในกล้องมิลเลอร์เลสที่เน้นการถ่ายภาพกีฬาอาชีพในเวลานี้ก็คือ Canon 1DX Mark III กับ Nikon D6 โดยตอนนี้ Sony A9 II ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งอีกรายซึ่งกล้องตัวนี้มีการพัฒนาและเพิ่มเติมหลายๆ ส่วนจนทำให้กลายเป็นหนึ่งในก้องที่ดีที่สุดที่ได้รับการทดสอบมาแล้ว
  • การพัฒนาที่สำคัญก็คือในส่วนของตัวกริปที่ลึก และการถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 เฟรมต่อวินาทีด้วยชัตเตอร์กลไก นอกจากนี้ยังมีระบบออโต้โฟกัส 693 จุด ซึ่งถือว่าดีเยี่ยมมากๆ ในการติดตามวัตถุโดยดีกว่า Sony A9 ตัวดั่งเดิมด้วยซ้ำ
  • กล้องตัวนี้เหมาะสมอย่างมากกับการถ่ายภาพกีฬาและชีวิตสัตว์ป่า แต่แน่นอนว่าราคาไม่ใช่ถูกๆ กระนั้นถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงการถ่ายภาพเคลื่อนไหว คุณคงไม่มีทางหากล้องมิลเลอร์เลสที่ดียิ่งกว่ารุ่นนี้ได้แน่นอน

รวมบทความถ่ายภาพ LANDSCAPE เบื้องต้นสำหรับมือใหม่

source : https://www.techradar.com/

Yochuwa Samaromhttps://www.photoschoolthailand.com/
Digital Marketing ที่รักการถ่ายภาพ ทำเว็บบล็อกสอนถ่ายภาพฟรี และมีอีกเว็บที่สอนด้านการตลาดฟรี เชื่อว่าการแบ่งปันสิ่งที่เรารู้ จะทำให้เราพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น และรู้จักกับคนที่เก่งกว่าเรามากขึ้นไปอีก

Similar Articles

Comments

5 เหตุผลที่เราควรมีรางสไลด์ Zeapon Micro 2 สำหรับงานโปรดักชั่น และการถ่ายวิดีโอในสตูดิโอ

5 เหตุผลที่เราควรมีรางสไลด์ Zeapon Micro 2 สำหรับงานโปรดักชั่น และการถ่ายวิดีโอในสตูดิโอ อุปกรณ์ตัวนี้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสามารถถ่ายวิดีโอที่ต้องการได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนที่ของมุมกล้องเอง ความนิ่งที่ได้ รวมถึงการทำงานที่เหนื่อยน้อยลง

พรีวิว MAONO PM422 ชุดเซ็ต USB Microphone สำหรับ Podcast ระดับมืออาชีพ ราคาคุ้มค่า เหมาะกับมือใหม่จนถึงคนใช้งานจริงจัง

พรีวิว Maono PM 422 เซ็ตไมโครโฟนสำหรับงาน Podcast โดยเฉพาะ ซึ่ง Maono ผู้ผลิตอุปกรณ์บันทึกเสียงสำหรับงาน Professsional ได้ออกแบบเซ็ตนี้ เพื่อให้คนที่ต้องการใช้ไมโครโฟนประสิทธิภาพสูง ได้ใช้งานง่าย ๆ ในงบที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนเริ่มต้น

7 วิธีถ่ายทอดความงามของธรรมชาติผ่านภาพถ่าย (Nature photography)

เมื่อเราออกเดินทางเพื่อเข้าไปสัมผัสธรรมชาติหรือต้องการเพื่อที่จะถ่ายภาพธรรมชาติกลับมาเพื่อเอาไว้ดูเมื่อคิดถึง ความยากของการถ่ายภาพเเนวธรรมชาติคือไม่สามารถเก็บความงาม ความยิ่งใหญ่อลังการเเละถ่ายทอดออกมาทั้งหมดได้ และสิ่งที่ทำได้คือการเก็บบางอย่างบางส่วน พยายามนำเสนอให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เห็นมากที่สุด ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าเราจะมีวิธีการอะไรบ้างที่จะช่วยถ่ายทอดความงามของธรรมชาติผ่านภาพถ่าย 7 วิธีถ่ายทอดความงามของธรรมชาติผ่านภาพถ่าย (Nature photography) 1....