fbpx

10 การจัดองค์ประกอบที่เรียนรู้ได้จากภาพยนตร์ เพื่อประยุกต์ใช้ในการถ่ายภาพ

10 การจัดองค์ประกอบที่เรียนรู้ได้จากภาพยนตร์ เพื่อประยุกต์ใช้ในการถ่ายภาพ ภาพยนตร์เป็นการสื่อสารเรื่องราวผ่านการจัดวางบนสัดส่วนเช่น 1.85:1, 2.39:1, 16:9, 1.78:1 หรือ 1.85:1 ซึ่งก็คือขนาดของหน้าจอมีช่วงยาวของจอมากกว่าความสูงนั่นเอง ซึ่งเราสามารถเรียนรู้การจัดองค์ประกอบหรือการสื่อสารเรื่องราวผ่านการดูภาพยนตร์ชองเราได้ วันนี้เราเรียนรู้ได้ด้วยกันว่า ฉากที่เราเห็นภาพยนตร์ที่เราดูนั้นมีการจัดองค์ประกอบภาพในลักษณะใดบ้างและเราสามารถเอามาใช้เพื่อพัฒนาการถ่ายภาพของเราได้อย่างไร

10 การจัดองค์ประกอบที่เรียนรู้ได้จากภาพยนตร์เพื่อประยุกต์ใช้ในการถ่ายภาพ

1. กฏสามส่วนได้ใช้อยู่เรื่อย ๆ นะ ลืมไม่ได้เลย

ในการถ่ายภาพเราจะใช้กฏสามส่วนเพื่อช่วยให้วางตัวแบบได้โดดเด่น และสามารถบอกได้ทันที่ว่า ตัวแบบคืออะไรจะสื่อสารอะไร ซึ่งในงานภาพยนตร์ก็เช่นกัน กฏสามส่วนได้ใช้อยู่เสมอ การจัดวางหนึ่งในสามส่วนหรือการวางตัวแบบบนจุดตัด

ช่วยให้ความสนใจไปหยุดที่ตัวแบบในทันทีสื่อสารได้ชัดเจนว่าในเรื่องกำลังทำอะไร หรือเกิดอะไรขึ้น ซึ่งในงานภาพยนตร์จะมีการเติมองค์ประกอบและรายละเอียดในจุดอื่นด้วย แต่จะเบลอหรือไม่ชัดเท่ากับตำแหน่งของตัวแบบหลักครับ

2. ใช้เส้นนำสายตาเพื่อดึงความสนใจไปยังตัวละครหรือเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เส้นนำสายตาจะถูกวางเพื่อให้เน้นความสำคัญไปยังตัวละครหรือตำแหน่งที่ต้องการจะเล่าเรื่อง ซึ่งในบางฉากตัวแบบอาจจะดูไม่มีความสำคัญ มีพื้นที่ในฉากน้อย ขนาดเล็ก แต่เส้นนำสายตาจะทำหน้าที่ดึงสายตาของผู้ชมไปยังตัวละครในฉาก เพื่อให้รู้ว่าบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเราสามารถใช้รูปแบบการจัดวางเส้นนำสายตาเพื่อนำสายตาของผู้ชมไปยังภาพของเราดึงไปยังจุดสนใจภาพในภาพถ่ายได้ครับ

3. เติมเฟรมให้สมดุลด้วยแสงและโคมไฟ

ในภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ที่เราได้ดู จะมีบางฉากที่เหตุการณ์ในเรื่องเกิดในที่มืด ที่แสงน้อยในบ้านเรือนหรือตัวอาคาร เราจะเห็นว่าภาพยนตร์เหล่านั้นได้มีการเติมเฟรมให้สมดุลด้วยการใช้แสงครับ ลองสังเกตดูว่าถ้าเรื่องไหนที่มีการดำเนินเรื่องตอนกลางคืนหรือต้องการให้โทนสีหรือธีมแบบดาร์ค จะมีการใช้โคมไฟ เทียนหรือเตาผิงเพื่อสร้างความสมดุลให้กับภาพครับ

4. สายตาของตัวละครบ่งบอกจุดสำคัญ

ในบางฉากของภาพยนตร์ อาจะไม่ได้นำเสนอเส้นสายในภาพเลยแต่จากฉากที่เราเห็นทำให้เรารู้และเข้าใจได้ว่า ตัวดำเนินเรื่องหรือความสำคัญของเรื่องอยู่ตรงจุดไหน ในกรณีนี้คือการใช้สายตาของตัวประกอบที่อยู่ในฉากนั่นเองครับ โดยสายตาของตัวประกอบจะมองไปยังจุดเดียวกันเพื่อสื่อสารว่ากำลังมีจุดสนใจและกิจกรรมบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้น

ในกรณีที่เราถ่ายภาพ Portrait ก็เช่นเดียวกันสายตาของตัวแบบจึงเป็นจุดสำคัญของภาพ เพื่อจะสื่อสารทั้งทิศทางและอารมณ์ของตัวแบบในขณะนั้นครับ

5. การใช้กรอบภาพเน้นความสำคัญของเรื่องราวและตัวละคร

กรอบภาพที่มีในฉาก จะช่วยกำหนดและบ่งบอกความสำคัญของเรื่องในขณะนั้น โดยตัวละครอาจจะดูไม่โดดเด่น เต่เมื่อใส่กรอบภาพเข้าไปจะทำให้ผู้ชมมองฉากนั้นแล้ว จะเข้าใจได้ทันทีว่าจุดสำคัญของเรื่องอยู่ตำแหน่งใด

6. ใช้ขนาดอ้างอิงในการเล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับขนาด

ในการเล่าเรื่องที่ต้องมีขนาดเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น การใช้ขนาดอ้างอิงในภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยฉากที่บอกถึงขนาดความยิ่งใหญ่หรืออุปสรรค์ที่ขวางกั้น สามารถเอาชนะได้ยาก จะมีการสื่อสารโดยใช้ขนาดเพื่อเป็นตัวเล่าเรื่องครับ ในกรณีที่เราอยากจะถ่ายภาพเพื่อเล่าเรื่องหรือสื่อสารถึงขนาด เราก็ต้องหาขนาดอ้างอิงในภาพเพื่อให้ผู้ชมสามารถจินตนาการได้ถึงขนาดจริงที่เราเห็นครับ ซึ่งเราอาจจะใช้ตัวบุคคล บ้านเรือน หรือรถก็ได้ครับ

7. ใช้สีสันเพื่อสร้างความสอดคล้องและกลมกลืนของเรื่องราว

นอกจากจะใช้โทนสีภาพในเรื่องที่สัมพันธ์กัน องค์ประกอบภาพในฉาก ทั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ เสื้อผ้า ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เข้ากันดูกลมกลืน ซึ่งในการใช้สีอาจจะเป็นสีที่มาจากโทนเดียวกัน หรือเป็นการใช้ความสัมพันธ์ของสีคู่ตรงข้ามเพื่อสื่อสารด้านความรู้สึกและบรรยากาศที่เกิดขึ้นระหว่างตัวละครภายในเรื่อง

ซึ่งเมื่อเราดูภาพยนตร์และสังเกตเรื่องการใช้สีเราจะเห็นว่าสีสันที่ใช้และโทนสีจะกลมกลืนและสื่อสารอารมณ์ไปในทางเดียวกัน ความอบอุ่น ความสดใส หรือความอึมครึมขุ่นมัว ก็จะสื่อสารผ่านการใช้สีเช่นเดียวกันครับ

8. จัดสมดุลแบบกึ่งกลางเพื่อเน้นอารมณ์และบทบาทของตัวละคร

เมื่อจัดองค์ประกอบให้ตัวแบบอยู่จุดกึ่งกลางของภาพ ก็จะรู้ได้ทันทีถึงความสำคัญที่เกิดขึ้นว่าเกิดขึ้นกันตัวละครทั้งยังสื่อสารอารมณ์ของตัวละครนั้นโดยตรง ซึ่งการจัดสมดุลจะช่วยให้ผู้ชมรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติของอารมณ์ที่เกิดขึ้นไปด้วย

9. ใช้การจัดภาพแบบเต็มเฟรมถ่ายระยะใกล้เพื่อเน้นจุดและรายละเอียดสำคัญของเรื่องราว 

การเข้าใกล้ตัวแบบเพื่อให้เห็นตัวแบบชัดขึ้น หรือการจัดให้ใบหน้าของตัวแบบหรือวัตถุสิ่งของนั้นมีพื้นที่เป็นส่วนมากของภาพ เป็นการสื่อสารได้ถึงรายละเอียดและให้ความสำคัญว่าสิ่งที่อยู่ในฉากนั้นมีความสำคัญ ส่ิงของที่เห็นสำคัญต่อเรื่องราวโดยสารสำคัญนั้นจะเชื่อมโยงไปยังฉากต่อไปหรือเป็นประเด็นเฉลยเรื่องราวในตอนท้าย

ทีนี้เวลานั่งดูภาพยนตร์และเห็นฉาก Close -up เราอาจจะต้องดูอย่างละเอียดเพื่อเชื่อมโยงดูว่า สิ่งนั้นหรือฉากนั้นจะนำความสำคัญไปยังตอนต่อไปอย่างไรบ้าง

10. ให้ตัวแบบเล็กกว่าพื้นที่ทั้งหมดโดยรอบให้ความรู้สึกด้อย อ่อนแอไม่มีความสำคัญ

นอกจากจัดองค์ประกอบเพื่อให้เห็นความสำคัญของตัวแบบแล้ว ในงานภาพยนตร์ความไม่สำคัญหรือการสื่อสารออกมาถึงความไม่สำคัญ ไร้อำนาจ อ่อนแอ จำเป็นต่อเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอด้วยเช่นกัน ในกรณีที่ต้องลดความสำคัญหรือให้รู้สึกถึงความไร้ตัวตน อ่อนแอ สามารถทำได้โดยกำหนดขนาดของตัวแบบให้น้อยกว่าพื้นที่ 1 ใน 3 และถ่ายมุมกว้าง ให้ภาพชัดทั้งภาพ โดยเมื่อมองแล้วผู้ชมจะรู้ว่าตัวละครตัวใดสำคัญแต่ตัวละครในในฉากนั้นจะให้ความรู้สึกด้อย อ่อนแอ ไม่มีความสำคัญ มีความไม่มั่นใจ

ดังนั้นในการถ่ายภาพถ้าต้องการให้ตัวแบบมีความสำคัญ ก็ให้ตัวแบบมีสัดส่วนในภาพที่มากขึ้นดูมีขนาดใหญ่ขึ้นก็จะดึงดูดสายตาได้ดีขึ้นครับ

พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถ่ายภาพได้ที่ PHOTOSCHOOLTHAILAND

รวมบทความเกี่ยวกับการตั้งค่ากล้องสำหรับมือใหม่และการใช้โหมดต่าง ๆ

Yochuwa Samaromhttps://www.photoschoolthailand.com/
Digital Marketing ที่รักการถ่ายภาพ ทำเว็บบล็อกสอนถ่ายภาพฟรี และมีอีกเว็บที่สอนด้านการตลาดฟรี เชื่อว่าการแบ่งปันสิ่งที่เรารู้ จะทำให้เราพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น และรู้จักกับคนที่เก่งกว่าเรามากขึ้นไปอีก

Similar Articles

Comments

7 เหตุผลที่ Video Creator ควรมี Nanlite Compac ไว้ใช้งาน

ไฟ Nanlite Compac เป็นไฟที่มีซีรีย์ให้เลือกใช้งานเพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานได้ โดยมีขนาดที่แตกต่างกัน และมีทั้งรุ่นที่ให้สีของไฟแบบกลางวัน Daylight และ รุ่นที่เปลี่ยนสีได้ โดยทั้งสองรุ่น มีให้เลือกใช้ตามขนาดและความเหมาะสมของงาน โดยมีตั้งแต่ขนาดเล็ก กำลังไฟน้อย ไฟจนถึงรุ่นที่มีกำลังไฟสูงและเป็นแผงไฟขนาดใหญ่ โดยไม่ว่ารุ่นไหนของ Nanlite Compac จะมีความพิเศษคือความเบาและบางของไฟ จึงช่วยประหยัดพื้นที่ในการทำงาน รวมถึงน้ำหนักไม่เป็นภาระต่อการทำงานอีกด้วย  7 เหตุผลที่ Video Creator ควรมี...

5 ข้อดีที่ Nanlite MixPad II ทำให้งานภาพและวิดีโอสมจริงมากขึ้น

Nanlite MixPad II เป็นไฟสตูดิโอที่มีขนาดเล็ก เบาและบาง พกพาใช้งานได้สะดวกจะถือหรือใส่ขาตั้ง หรือจะพาพาเพื่อเดินทางไปทำงานทั้งต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ก็ไม่เป็นภาระด้านน้ำหนัก ถ้าได้นาน ไม่ร้อนมี ต่อเข้าใช้งานกับอุปกรร์อื่นเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานได้มากขึ้นได้ด้วยเม้าท์ 1/4"-20 ที่ต่อเข้ากับอุปกรณ์ทั้งกล้องถ่ายภาพ ใช้งานได้กับ Light modifier เลือกระดับแสงนุ่มได้ตามที่ต้องการ ทั้งยังมีระบบไฟ แสง สี การเปลี่ยนแสงสีเพื่อรองรับการทำงานและเอฟเฟกต์แสงแบบต่าง ๆ เพื่อช่วยให้งานภาพและวิดีโอ สวยงามสมจริงมากขึ้น  5...

5 เหตุผลทำไม Nanlite MixPad II จึงเหมาะสำหรับงานสตูดิโอ

Nanlite Mixpad II เป็นแผงไฟขนาดเล็กที่เหมาะสำหรับการให้แสงสว่างในสตูดิโอทั้งงานภาพนิ่งและวิดีโอ มีสองรุ่นเพื่อให้เลือกใช้งานได้ตอบโจทย์การทำงานมากที่สุด ทั้งรุ่น 11C และ 27C โดยแตกต่างกันที่ขนาดของแผงไฟ ใช้ในการถ่ายบุคคล ภาพอาหารหรือสินค้า เครื่องสำอาง เสื้อผ้า งานศิลปะ งานรีวิวสินค้า งานสัมภาษณ์และงานถ่ายทำภาพยนตร์ รองรับการทำงานที่คล่องตัว ทั้งในและนอกสตูดิโอ  5 เหตุผลทำไม Nanlite MixPad II จึงเหมาะสำหรับงานสตูดิโอ 1.น้ำหนักเบา...