8 สถานที่เที่ยวฮ่องกง ดินแดนแห่งสีสัน ที่ไม่เคยหลับใหล ฮ่องกงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เหมาะทั้งสายเที่ยว สายกิน สายช้อป สายบุญก็ยังใช่ ฮ่องกง มีความครบในทุกด้าน การเดินทางสะดวก สายการบินมีให้เลือกหลากหลาย บินตรงจากกรุงเทพ ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง เดินทางออกจากกรุงเทพช่วงเช้า

ช่วงบ่ายอาจจะพบว่าตัวเองยืนอยู่บนแทรมสายประวัติศาสตร์ในฮ่องกง หรือยืนชมความสวยงามของอ่าววิคตอเรียอยู่ก็เป็นได้ เกาะฮ่องกงมีเสน่ห์หลายด้าน ความสวยงามของบ้านเมืองที่แสนจะทันสมัย

เป็นเกาะที่มีภูเขาอยู่ถึง 70% ของพื้นที่ทั้งหมด  มีอาหารหลากหลายเมนูให้เลือกสรร ทั้งอาหารกวางตุ้ง เสฉวน ญี่ปุ่น หรือ แม้แต่อาหารฝรั่งเศส ก็มีให้ได้เลือกลิ้มลอง

ที่แน่ๆ คนไทยชอบไปหาแหล่งชิมเกี๋ยวน้ำสูตรฮ่องกง และติ่มซำที่มีใส้ล้นทะลัก กินคำเดียว อิ่มไปถึงอีกวันหนึ่งได้เลยทีเดียว และที่ขาดไม่ได้คือ อาหารทะเลที่สดใหม่

สามารถเลือกชนิดของอาหาหาร วัตถุดิบ และมีเชฟทำอาหารตามใจผู้กิน พลาดไม่ได้เลย สำหรับสายกิน และสถานที่ช้อปของสายเที่ยวนั้น ก็มีถนนหลายสายให้เลือกเดินซื้อของแบรนด์ดัง หรือย่านเดินเที่ยวช้อปแบบสบายกระเป๋าก็มีเยอะไม่แพ้กัน

ส่วนสายบุญนั้น ก็มีอีกวัดที่สามารถขอพรในด้านต่างๆ ขอแฟน ขอลูก ขอเงิน โชคลาภ ก็มีทั้งนั้น และการเดินทางไปมาในเกาะฮ่องกงนั้น ง่ายและสะดวกมาก มี MRT ที่เชื่อมต่อถนนทุกสาย ทำให้ การเดินสำรวจเมืองเป็นเรื่องที่ทำได้ ไม่ยากเลย

8 สถานที่เที่ยวฮ่องกง ดินแดนแห่งสีสัน ที่ไม่เคยหลับใหล

1. อ่าววิคตอเรีย (Victoria harbor)

ขึ้น MTR ลายตะวันออกลงสถานี Tsim Sha Tsui ทางออก J จะถึงท่าเรือวิคตอเรียเป็นท่าเรือที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะฮ่องกงและเกาลูนในฮ่องกง เป็นจะแรกๆที่นักท่องเที่ยวที่มาที่ฮ่องกง ต้องอยากไปยืนที่อ่าวแห่งนี้ และถ่ายรูปบันทึกความระทับใจ

ยิ่งตอนกลางคืนจะถูกประดับประดาด้วยแสงไปจากตึกระฟ้าสูง ในขณะที่มีการแสดง Symphony of Lights ซึ่งถูกจัดว่าเป็น การแสดงแสงและเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก จาก Guinness World Records โดยการแสดงเริ่มตั้งแต่เวลา 20.00 น. ทุกวัน

8 สถานที่เที่ยวฮ่องกง ดินแดนแห่งสีสัน ที่ไม่เคยหลับใหล

และนอกจากนี้ สามารถนั่งเรือชมเกาะฮ่องกง พร้อมชมการแสดงอันตื่นตาตื่นใจอย่างเพลิดเพลินในเรือสำเภา Aqualuna สีแดง เป็นเรือโบราณอายุกว่า ร้อยปี

สามารถขึ้นเรือได้สองจุดคือ ท่าเรือท่าเรือจิมซาจุ่ย หมายเลข 1  และ ท่าเรือเซ็นทรัล หมายเลข 9 แต่แนะนำให้เชคตารางการเดินเรือและจองบัตรขึ้นเรือล่วงหน้าซักสองวันก็ดีนะ กลัวไปแล้วจะอดล่องเรือ เพราะมีผู้สนใจล่องเรือชมอ่าวมากจริงๆ

2. Victoria Peak

การเดินทางไปวิคตอเรียพีคไม่ยาก จะเดิน หรือขึ้นรถก็ได้ แต่ติดตรงที่คนขึ้นเยอะรอคิวนาน นักท่องเที่ยวแนะนำกันมาปากต่อปากว่า เมื่อออกจาก MTR Central Station แล้วให้นั่งแทกซี่ขึ้นไปเลย หรือจะขึ้น Peak Tram ก็ได้อารมณ์อีกแบบนึงนะ โดยจะมี “The Peak Tram illusion” เกิดขึ้น โดยจะรู้สึกเหมือนตึกกำลังจะล้มเอียงไปด้านหน้า นั่นเอง (ต้องไปลองๆ)  

พอขึ้นไปถึงที่ The Peak Tower ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางสถาปัตยกรรมที่มีสไตล์ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาะ อยู่บนยอดเขา 396 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีร้านอาหารร้านค้าให้เลือกชิม เลือกช้อปได้อย่างสบายใจ โดยที่ และมีจุดชมวิวฮ่องกง 360 องศาที่สวยงามจนน่าทึ่ง  

โดยจะได้เห็นเกาะฮ่องกงในมุมสูงว่ากันว่า ต้องรอเวลาเย็นๆ วิวจะสวยมาก ดังนั้นเมื่อใกล้ค่ำ นักท่องเที่ยวจะแน่นเต็มบริเวณ จึงขอแนะนำว่า ใครไปก่อน รีบจองที่ก่อน จะได้วิวสวยๆ มุมดีๆ โดยไม่มีอะไรมาบังวิวตอนถ่ายรูป

3. Hong Kong Cultural center

ศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกงเสร็จสมบูรณ์ในปี พ. ศ. 2532 และตั้งอยู่ที่ริมน้ำของท่าเรือวิคตอเรียในย่าน Tsim Sha Tsui เป็นสถานที่สำคัญสำหรับกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลายรวมถึงคอนเสิร์ต โอเปร่า ละครและการผลิตดนตรีภาพยนตร์ระดับโลก การประชุมและนิทรรศการต่างๆ มีการออกแบบตึกเป็นทรงโค้ง มีหอนาฬิกาโบราณอยู่ด้านหน้า

ทำให้ที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมชม ความงามของสถาปัตยกรรม และถ่ายภาพมุมสวยๆกลับไปอวดคนที่ไม่ได้มาอีกด้วย จะมาที่นี่ ก็ขึ้น MRT สายตะวันออก ลง Tsim Sha Tsui Station ทางออก L6 หรือ J

4. Yick Fat Building

ฮ่องกงเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านอาคารสูงความหนาแน่นของประชากรและที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆอาคาร Yick Fat เป็นอาคารที่พักอาศัยที่ผสมผสานกันของตึกอพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่สามแห่งที่สร้างติดกัน บางคนอาจจะรู้จักตึกนี้จากหนังเรื่อง Transformers 4

ซึ่งใครที่จะพกกล้องมา เพื่อมาถ่ายภาพที่นี่ แนะนำให้ใช้เลนส์ Wide (มุมกว้าง) เพราะว่า ตึกรอบๆ เป็นตึกสูงจะได้เก็บภาพได้ครบทุกด้าน บอกไว้ก่อนว่า ไม่ต้องแปลกใจ ถ้าไปถึงที่นี่ แล้วมีแต่คนนอนเพื่อถ่ายภาพ

รวมบทความท่องเที่ยวและถ่ายภาพที่น่าสนใจ

5. Tsim Sha Tsui และ Temple Street Night Market

ย่านนี้เป็นย่านตะลุย ช้อป กิน ของฮ่องกง นักท่องเที่ยวนิยมมาที่นี่กันอย่างคึกคัก ลง MRT มาย่านนี้ มาได้ทั้ง เที่ยว กิน ช้อป โดยมีร้านค้ามากมาย รวมถึงฮ่องกง สตรีทฟู้ด ที่ต้องมาชิมถึงจะรู้ว่าร้านไหนจะเด็ด และถูกปาก และถ้าอยากชิมร้านมิชลินสตาร์ กินติ๋มซำ แนะนำลองไปแวะชิมที่ร้าน One Dim Sum และ Tim Ho Wan เป็นร้านระดับมิชลินสตาร์ แต่ราคาสบายเป๋า

และซีฟู้ดสดๆก็มีให้เลือกลองชิม หลายร้าน มีถนนใกล้ๆ เช่น Nathan Road, Temple Street ที่เป็นถนนที่เรามารถ กิน เที่ยว ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน  และที่ Temple Street เป็นตลาดนัดกลางคืน ลง MTR ที่สถานี Yau Ma Tei ทางออกเป็นแหล่งช้อปปิ้งราคาถูก มีสินค้าให้เลือกมากมาย เสื้อผ้า เครื่องประดับ สามารถต่อรองราคากันได้

นอกจากนี้ยังมีแผงลอยขายอาหารให้เลือกอย่างจุใจอีกด้วย กินไป ช้อปไป ก็เพลินไปอีก เพียงเตรียมพุง กับเตรียมเงินไว้ให้พร้อมก็พอ

6. Ngong Ping 360 & Tian Tan Buddha

มาต่อกันที่ สายบุญ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะนิยมไปไหว้สักการะพระใหญ่ทินถ่าน ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาโปหลิน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงถึง 34 เมตร น้ำหนักกว่า 250 ตัน

สามารถชึ้นกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไป จะเห็นวิวได้ 360 องศาเลย เพราะกระเช้าเป็นกระจกคริสตัลใสทุกมุม แต่ถ้าไม่ชอบความหวาดเสียว หรือกลัวความสูงก็เลือกแบบธรรมดาไม่ว่ากัน ที่นี่จึงดึงดูดผู้คนได้จำนวนมากมายขึ้นไปไหว้สักการะเพื่อขอพร

ใครผ่านมาแถวนี้ อย่าลืมแวะไปกันได้นะ เพียงลง MRT ที่สถานี Tung Chung MTR เดินอีกประมาณ 5 นาทีก็ถึงจุด Ngong Ping cable car แล้วล่ะ

7. Repulse Bay

เป็นสถานที่ที่มีหาดทรายรูปจันทร์เสี้ยว เป็นชายหาดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในฮ่องกง ชื่อของ Repulse Bay มาจากการสู้รบในศตวรรษที่ 19 ซึ่งกองทัพอังกฤษขับไล่พวกโจรสลัดออกนอกประเทศ

วันนี้อ่าวรีพัลส์เป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยที่หรูหราพร้อมด้วยหาดกว้างที่ปกคลุมด้วยคลื่นเป็นที่นิยมของชาวท้องถิ่นและผู้มาเยือน โดยขึ้น MTR มาลงที่ Hong Kong Station ทางออก D ต่อรถเมล์สาย 6, 6A, 6X, 66 หรือ 260 และ ที่นี่ก็มีวัดอีกหลายแห่ง แต่ที่คนไทยนิยมไปกันมีวัดเจ้าแม่กวนอิม หรือวัดอาม่า

ขึ้นชื่อเรื่องการขอลูก และวัดหวังต้าเซียน เชื่อว่าถ้าอยากสมหวังในความรัก หรืออยากให้ความรักราบรื่น ให้มาขอพรที่วัดแห่งนี้ โดยมาที่นี่ง่ายๆเลย ลงที่ MTR สถานี Wong Tai Sin ทางออก B2

8. Man Mo Temple

อีกวัดหนึ่งที่มีความงามไม่แพ้กัน คือวัด Man Mo เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในลัทธิเต๋าในฮ่องกงสำหรับสักการะบูชาเทพเหวินชางตี้จวิน(Man) เทพแห่งตัวอักษรเป็นเทพด้านบุ๋น และเทพเจ้ากวนอู (Mo) เทพแห่งสงครามเป็นเทพด้านบู้

วัดนี้เป็นที่นิยมของนักเรียน นักศึกษามาเพื่อขอพรกัน ที่วัดนี้มีจุดเด่นคือการทำธูปที่มีกลิ่นหอม และ มีการจัดตกแต่งธูปที่สวยงาม แขวนเป็นวงเกลียว และการตกแต่งภายในวันที่ดูสวยงามแปลกตา ซึ่งด้านนอกของวัดอาจจะดูธรรมดาไม่โดดเด่นสะดุดตา

แต่ระหว่างทางไปวัดก็มีร้านค้า และสถานที่ให้เลือกแวะช้อประหว่างทางอีกด้วย จะมาที่นี่ก็ ลง MTR สถานี Central Station ทางออก D2 หรือจะลง ทางออก C เพื่อเดินชม Hollywood street ก่อนได้นะ

รวมบทความท่องเที่ยวและถ่ายภาพที่น่าสนใจ

Leave a Reply