fbpx

เปรียบเทียบ RODE Wireless GO 2 กับ COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO ตัวไหนคุ้ม?

เปรียบเทียบ RODE Wireless GO 2 กับ COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO ตัวไหนคุ้ม? RODE Wireless GO 2 เป็นไมโครโฟนที่เปิดตัวมาโดยมีระบบการรับเสียงแบบ 2:1 คือมีไมโครโฟนสองตัวและตัวรับสัญญาณ 1 ตัวในตลาดของไมค์ไร้สายในตอนนี้ก็มีระบบ 2:1 และมีราคาที่ใกล้เคียงกันวันนี้เราจะมาลองเปรียบเทียบ RODE Wireless GO II กับ COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO  ว่าจะมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกัน ดีกว่า หรือแตกต่างกันในด้านไหนกันบ้างครับ 

เปรียบเทียบ RODE Wireless GO 2 กับ COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO ตัวไหนคุ้ม?

คุณสมบัติด้านดีไซน์ ลักษะการใช้งาน และการรับส่งสัญญาณ 

RODE Wireless GO II, COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO เป็นไมค์ไร้สายที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่คล่องตัวเป็นไมค์ที่สามารถหนีบติดกับปกเสื้อเพื่อรับเสียงจากผู้พูดโดยอาจจะมีดีไซน์และขนาดที่แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย โดยที่เด่นเรื่องความเบาและน้ำหนักคือ HOLLYLAND LARK 150 เป็นไมค์ไร้สายที่มีขนาดเล็กและเบาที่สุดในโลก โดยมีน้ำหนักเพียง 21 กรัมเท่านั้น

ซึ่งระบบการทำงานของ RODE Wireless GO II, COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO รับเสียงจาก 2 แหล่งสัญญาณเสียงและตัวรับหนึ่งตัว ส่งสัญญาณด้วยความถี่ Digital 2.4 GHz มีหน้าจอแสดงผลที่จะช่วยให้เห็นสถานะการทำงานได้

เหมาะสำหรับงานที่ต้องพูดคุยโต้ตอบ งานสัมภาษณ์ งานวิดีโอภาพยนตร์ มอนิเตอร์เสียงได้แบบเรียลไทม์


สรุป ระบบการทำงานเหมือนกัน ใช้ไมค์ 2 ตัวและตัวรับ 1 ตัว ใช้งานเพื่อเป็นไมค์ไร้สายหนีบปก HOLLYLAND LARK 150 โดดเด่นที่เป็นไมค์ไร้สายที่เบาที่สุดในโลก

ไมโครโฟนรับเสียงรอบทิศทางแบบ OMNIDIRECTIONAL CONDENSER เสียงใสคมชัด รับสัญญาณความถี่เสียงได้กว้างทุกย่านเสียง 

RODE Wireless GO II, COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO ไมโครโฟนรับเสียงรอบทิศทางแบบ OMNIDIRECTIONAL CONDENSER รับสัญญาณได้รอบด้าน ไวต่อเสียงเก็บรายละเอียดเสียงได้คมชัด รับสัญญาณย่านความถี่เสียงได้กว้างทั้งเสียงย่าน ต่ำ กลางสูง 

RODE Wireless GO II เก็บเสียงที่ช่วงความถี่ 50 Hz – 20000 Hz
COMICA BOOMX-D เก็บเสียงที่ช่วงความถี่ 80 Hz – 20000 Hz
HOLLYLAND LARK 150 เก็บเสียงที่ช่วงความถี่ 20 Hz – 20000 Hz
SARAMONIC BLINK500 PRO เก็บเสียงที่ช่วงความถี่ 50 Hz – 20000 Hz
ซึ่งเมื่อดูถึงช่วงความถี่แล้วจะเห็นว่า HOLLYLAND LARK 150 เก็บเสียงที่ช่วงความถี่ที่กว้างที่สุดเมื่อเทียบกับตัวอื่นโดยช่วยความถี่ที่ 20 Hz จะอยู่ที่ย่านเสียงต่ำ จึงเก็บเสียงเบสต่ำได้ดี 

สรุป เป็นไมโครโฟนรับเสียงรอบทิศทางแบบ OMNIDIRECTIONAL CONDENSER เหมือนกัน แต่ HOLLYLAND LARK 150 เก็บเสียงที่ช่วงความถี่ที่กว้างที่สุด

เพิ่มคุณภาพเสียงด้วยการใช้ไมค์ภายนอกคุณภาพสูงด้วยช่องเชื่อมต่อขนาด 3.5 มิลลิเมตรเพื่องานที่ต้องการเสียงคมชัดมากขึ้นเเละรองรับงานเสียงที่เฉพาะทางมากขึ้นต่อเข้ากับกล้องมิลเลอร์เลสและ DSLR ได้

RODE Wireless GO II, COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO เป็นไมค์ที่มีประสิทธิภาพการเก็บรายละเอียดเสียงได้ดี แต่ก็ยังสามารถเพิ่มความสามารถในการเก็บรายละเอียดเสียงโดยต่อเข้ากับไมค์ภายนอกเพื่อให้รับสัญญาณเสียได้ดีขึ้นเฉพาะทางมากขึ้น

เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีมากขึ้นด้วย โดยมีช่องเชื่อมต่อขนาด 3.5 มิลลิเมตร และสามารถต่อเข้ากับกล้องมิลเลอร์เลสและ DSLR ด้วยช่องทางนี้เช่นกัน

สรุป ต่อไมค์ภาพนอกได้ ต่อเข้าทำงานร่วมกับกล้องมิลเลอร์เลสและ DSLR ได้

เปลี่ยนโหมดเสียงเป็นเเบบ MONO และ STERIO การดีเลย์เสียงต่ำระบบบันทึกเสียงในตัว มี Safety mode เพื่อลดความผิดพลาดระหว่างการทำงาน 

RODE Wireless GO II, COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO รองรับการปรับการทำงานเป็นโหมดเสียงแบบ MONO และ STERIO เพื่อให้ได้รายละเอียดเสียงได้อย่างที่ต้องการ ทั้งยังมีการดีเลย์เสียงต่ำจึงให้เสียงที่มีคุณภาพสูง 

RODE Wireless GO II มีความสามารถที่โดดเด่นในการแยกเก็บสัญญาณเสียง 2 แหล่งแยกกันได้และเก็บสำรองข้อมูลเสียงได้เนื่องจากมีหน่วยความจำในตัว สามารถบันทึกไฟล์เสียงสำรองต่อเนื่องได้นานถึง  24 ชั่วโมง ทั้งยังมี Safety mode เพื่อลดความผิดพลาดระหว่างการทำงาน เหมือนที่มีใน HOLLYLAND LARK 150 แต่สำหรับ COMICA BOOMX-D และ SARAMONIC BLINK500 PRO ไม่มีความสามารถด้านนี้

สรุป ทุกตัวเปลี่ยนโหมดเสียงเป็นเเบบ MONO และ STERIO ได้การดีเลย์เสียงต่ำ แต่ที่โดยเด่นคือ RODE Wireless GO II แยกเก็บสัญญาณเสียง 2 แหล่งแยกกันได้มีหน่วยความจำในตัวมี Safety mode 

สัญญาณคมชัดด้วยระบบ DIGITAL ความถี่ 2.4 GHZ  รับส่งสัญญาณได้นิ่ง เสถียร ไปได้ไกล 

RODE Wireless GO II, COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO สัญญาณคมชัดด้วยระบบ DIGITAL ความถี่ 2.4 GHZ  รับส่งสัญญาณได้นิ่ง เสถียรซึ่ง RODE Wireless GO II มีระยะรับสัญญาณได้ไกลสุดถึง 200 เมตร SARAMONIC BLINK 500 PRO และ HOLLYLAND LARK 150 รับสัญญาณได้ไกล 100 เมตรและ COMICA BOOMX-D ได้ 50 เมตร

นอกจากนี้ RODE Wireless GO II ยังมีการปรับการทำงานของระบบส่งสัญญาณให้มีความสามารถสูงขึ้นสามารถใช้งานในบริเวณที่มีผู้คนแออัด หรือมีสิ่งกีดขวางได้ด้วย

สรุป รับส่งสัญญาณได้นิ่ง เสถียร ไปได้ไกล ซึ่ง RODE Wireless GO II มีระยะรับสัญญาณได้ไกลสุดถึง 200 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ไกลที่สุดของไมค์ไร้สายในตลาดตอนนี้เลย

ตอบโจทย์การทำงานที่ต่อเนื่องและการชาร์จพลังงานแบตเตอรี่

RODE Wireless GO II, COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO มีแบตเตอรี่ที่ช่วยให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีระยะเวลาการทำงานที่แตกต่างกัน โดย SARAMONIC BLINK 500 PRO แบตเตอรี่ทำงานได้ต่อเนื่องยาวนานใช้ได้ 8 ชั่วโมง RODE Wireless GO II ใช้งานได้นานต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง COMICA BOOMX-D ใช้งานได้ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง และ HOLLYLAND LARK 150 ใช้งานได้ต่อเนื่อง 4.5 ชั่วโมง

SARAMONIC BLINK 500 PRO และ HOLLYLAND LARK 150 มีเคสชาร์จไฟได้เองชาร์จสะดวกเพียงวางไว้ในช่องเก็บเท่านั้นแบตเตอรี่ก็ถูกชาร์จโดยอัตโนมัติ จึงช่วยยืดระยะเวลาการทำงานออกไปได้อีกเยอะเลย

สรุป SARAMONIC BLINK 500 PRO แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานที่สุดถึง 8 ชั่วโมงทั้งยังมีเคสที่ชาร์จไฟได้อีกด้วย

รองรับการใช้งานเข้ากับกล้อง คอมพิวเตอร์ ไอแพดหรือแท็บเล็ตได้รองรับการทำงานทั้งกับ iOS และ Android 

RODE Wireless GO II, COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO สามรถเชื่อมต่อทำงานเข้ากับกล้อง มือถือได้ เพื่อความสะดวกในการทำงานวิดีโอ การ Vlog หรือการทำงานแบบมืออาชีพ ซึ่ง RODE Wireless GO II สามารถต่อใช้งานเข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB – Cและควบคุมการทำงานของไมค์ผ่านแอปพลิเคชัน RODE Central ได้ จึงช่วยให้การทำงานง่ายมากขึ้น ทั้งยังรองรับการทำงานทั้งกับ iOS และ Android อีกด้วย

สรุป ทุกอันสามารถต่อเข้ากับกล้องและมือถือได้ แต่ RODE Wireless GO II สามารถต่อใช้งานเข้ากับคอมพิวเตอร์และควบคุมการทำงานของไมค์ผ่านแอปพลิเคชัน RODE Central ได้ ซึ่งตัวอื่นไม่มีความมารถในจุดนี้

ความแตกต่างด้านราคา 

เมื่อเปรียบเทียบ RODE Wireless GO II กับ COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO จะเห็นว่า RODE Wireless GO II , HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO ขายอยู่ที่ 9,990 บาท และ COMICA BOOMX-D ขายอยู่ที่ 6,990 บาท

สรุปว่า RODE Wireless GO II กับ COMICA BOOMX-D, HOLLYLAND LARK 150 และ SARAMONIC BLINK500 PRO ตัวไหนคุ้ม ?

จะเห็นว่า COMICA BOOMX-D มีราคาที่ถูกที่สุด ถูกกว่าตัวอื่น 3000 บาทอาจจะด้อยกว่าในด้านของระยะส่งสัญญาณ 50 เมตรในขณะที่ตัวอื่นอยู่ที่ 100 และ 200 ซึ่งถ้าไม่คิดถึงเรื่องระยะสัญญาณคุณสมบัติของ COMICA BOOMX-D ก็ถือว่าตอบโจทย์การทำงานเช่นกัน

และเมื่อเทียบจากราคาที่เท่ากันและคุณสมบัติโดยรวม RODE Wireless GO II ค่อนข้างจะโดดเด่นเรื่องคุณสมบัติหลายด้าน เช่น มีความสามารถที่โดดเด่นในการแยกเก็บสัญญาณเสียง 2 แหล่งแยกกันได้และเก็บสำรองข้อมูลเสียงได้เนื่องจากมีหน่วยความจำในตัว สามารถบันทึกไฟล์เสียงสำรองได้ต่อเนื่องนานถึง  24 ชั่วโมง ทั้งยังมี Safety mode เพื่อลดความผิดพลาดระหว่างการทำงาน

รองรับการใช้งานเข้ากับกล้อง คอมพิวเตอร์ ไอแพดหรือแท็บเล็ตได้รองรับการทำงานทั้งกับ iOS และ Android สามารถต่อใช้งานเข้ากับคอมพิวเตอร์และ มีระยะรับสัญญาณได้ไกลสุดถึง 200 เมตร จากคุณสมบัติที่โดดเด่นในราคาเท่านี้ก็ดูได้ชัดว่า RODE Wireless GO II เป็นไมค์ไร้สายตัวคุ้มที่สุดในตอนนี้เลย

Comica Audio BoomX-D ประกันศูนย์ไทย ราคา 6,990 บาท
Hollyland Lark 150 ประกันศูนย์ไทย ราคา 9,990 บาท
SARAMONIC BLINK500 PRO ประกันศูนย์ไทย ราคา 9,990 บาท
RODE WIRELESS GO II ราคา 9,990 บาท
สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ LNWGADGET พร้อมให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย

Start typing and press Enter to search

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save