DJI Mavic 2 Zoom เป็นโดรนประสิทธิภาพสูงที่ถือกำเนิดขึ้นในราคาที่เข้าถึงง่ายมาก และขนาดไม่ใหญ่ ซึ่งในช่วงราคานี้สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นสามารถตัดสินใจในเรื่องของราได้ไม่ยากเลย ตรงกันข้ามสิ่งที่ได้เป็นเรื่องของความสามารถในการบินที่อยู่ในระดับโปรแล้วล่ะ รวมถึงคุณภาพวีดีโอที่ทำได้ในระดับ 4K สามารถใช้งานในระดับมืออาชีพได้สบาย

โดยปกติแล้ว DJI MAVIC 2 จะมีอยู่สองรุ่นด้วยกันนั่นคือรุ่น MAVIC 2 ZOOM, และ Mavic 2 Pro ในส่วนของ รุ่น Mavic 2 Zoom นั้น จะเน้นเรื่องของคุณภาพกล้องที่สามารถซูมได้ 4 เท่า เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.3 นิ้ว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แต่จะมีโหมดพิเศษที่ถ่ายภาพนิ่งได้ 48 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว สามารถใช้ Dolly Zoom ได้ด้วยนะ

ส่วน Mavic 2 PRO นั้นจะเน้นเรื่องของคุณภาพเซ็นเซอร์ เพราะขนาดจะใหญ่ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายภาพนิ่งได้ 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงของเลนส์จะเริ่มที่ F2.8-F11 ถ่ายวีดีโอได้ที่ 10bit Dlog-M และถ่าย HDR Video ได้ที่ 10bit ด้วยคัย

จุดเด่นโดยรวมของ DJI MAVIC 2 ZOOM

  • Mavic 2 Zoom ความละเอียดกล้อง 12 ล้านพิกเซล และซูมแบบ Optical ได้ 2 เท่า ถ้าซูมแบบ Digital ด้วยจะเป็น 4 เท่า
  • ความละเอียดในการถ่ายภาพนิ่งอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนวีดีโอ หรือภาพนิ่งบน Social Networkสามารถที่จะถ่าย RAW File ได้ เพื่อที่จะนำไฟล์มา Process ต่อ
  • ความเร็วชัตเตอร์สูงสุดในการถ่ายภาพนิ่งอยู่ที่ 1/8000 ส่วนความเร็วชัตเตอร์ที่เปิดได้นานสุดคือ 8 วินาที
  • การถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 4K บิตเรต 100Mbps เท่ากับกล้อง ​Mirrorless ที่ใช้ถ่ายวีดีโอ
  • มีโหมดสี D-Cinelike สำหรับคนที่ต้องการนำวีดีโอไปแต่งสีสันในคอมพิวเตอร์ต่อ
  • ตัวโดรนมี Gimbal ลดการสั่นไหวทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ
  • การควบคุมง่าย ออกแบบให้คนที่เริ่มต้นสามารถใช้งานได้เลย
  • น้ำหนัก 297 กรัม เบามาก
  • ระบบ Tracking และโหมดถ่ายวีดีโอมีเยอะมาก สามารถที่จะใช้ถ่ายวีดีโอเพื่อติดตามวัตถุก็ได้ หรือว่าจะใช้ถ่ายวีดีโอ Footage สวย ๆ สำหรับงานท่องเที่ยวก็ได้
  • บินได้เร็วสูงสุดที่ 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ถ่ายวีดีโอได้นานที่สุดคือ 31 นาที
  • ใบพัดมีการออกแบบให้เสียงเงียบลงกว่าเดิม ไม่รบกวนแวดล้อมโดยรอบ
  • แบตเตอรี่ความจุ 3850mAh สามารถถอดเปลี่ยนได้

ฟีเจอร์เด่นของ Mavic 2 Zoom ที่เหมาะกับช่างภาพและคนที่ชอบท่องเที่ยว

ระยะเลนส์ 24mm ถึง 48mm ให้มุมกล้องที่หลากหลายซึ่งเป็นจุดเด่นของ DJI Mavic 2 Zoom

มุมกล้องที่ได้จาก Mavic 2 Zoom เป็นจุดเด่นเฉพาะที่ทำได้ในรุ่นนี้เท่านั้น คือระยะของเลนส์ตั้งแต่ 24mm ไปจนถึง 48mm ซึ่งทำให้เราได้มิติภาพที่เป็นมุม Wide Angle และเป็นมุมแบบระยะ Normal ที่แคบเข้ามา

โดยระยะประมาณ 48mm ให้อารมณ์เหมือนเลนส์ Telephoto ซึ่งใช้ในช็อตแบบ Cinematic อารมณ์ภาพยนตร์ ทำให้คนที่ต้องการคุณภาพของมุมมองต่าง ๆ ที่หลากหลายและใช้ในงานวีดีโอเนี่ย สามารถที่จะได้กำหนดอารมณ์และมิติของภาพในการนำเสนอได้มากยิ่งขึ้น

เลนส์ซูมได้ช่วยเพิ่มศักยภาพในการถ่ายวีดีโอได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะโดยรอบของการบิน

จุดเด่นอีกเรื่องคือความสามารถของเทคโนโลยีที่ผนวกกับความสามารถของเลนส์ข้างต้น โดยปกติเลนส์ของ DJI Mavic 2 Zoom นั้นจะซูมได้สูงสุดที่ 2 เท่าแบบ Optical แต่ในโหมดวีดีโอสามารถเอา Digital Zoom มาช่วยด้วย ทำให้การซูมเพิ่มเป็น 4 เท่า

ทำให้การถ่ายวีดีโอ Footage ในบางพื้นที่ซึ่งเข้ายาก หรือว่าเราไม่ต้องการให้โดรนไปรบกวนแวดล้อมโดยรอบ เช่น การถ่ายสัตว์ป่า หรือการท่องเที่ยวในพื้นที่ซึ่งเข้าได้ยากหน่อย ก็ใช้การซูมเข้าไปแทนได้ แน่นอนว่าทำได้เฉพาะรุ่น Mavic 2 Zoom เท่านั้

ระบบการโฟกัสที่มีความรวดเร็ว

จุดเด่นที่ DJI Mavic ทำได้มาโดยตลอดตั้งแต่รุ่นแรกและดีขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือเรื่องของระบบโฟกัสที่มีความรวดเร็ว ซึ่งการ ​Focus Tracking นี้ยังสามารถที่จะทำงานร่วมกับระบบการบินอื่น ๆ ของ DJI Drones ได้ด้วย ทำให้เราได้มุมมองการนำเสนอวีดีโอมุมสูงได้หลากหลาย แล้วก็โฟกัสไม่หลุด

โหมดถ่ายวีดีโอแบบ Hyperlapse ไม่ใช่มืออาชีพก็มีวีดีโอแบบโปรได้เลย

เชื่อหรือไม่ว่าวีดีโอแบบ Hyperlapse เมื่อก่อน ถ้าอยากจะได้นี่ต้องวางแผนการถ่ายเยอะมาก แล้วก็ต้องถ่ายภาพนิ่งทีละเฟรม จากนั้นเอาไป process ในคอมฯต่ออีก ซึ่งทักษะที่ว่ามาทั้งหมดรวมถึงการวางแผนการเตรียมตัวเนี่ย ต้องระดับมืออาชีพเท่านั้น แต่พอมาอยู่ใน DJI Mavic 2 Pro แค่เลือกโหมด Hyperlapse ก็สามารถถ่ายได้ง่ายเหมือนวีดีโอปกติ จบได้ในโดรนเลยจ้า

สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจว่าการถ่าย Hyperlapse คืออะไร การถ่าย Hyperlapse ก็คือการถ่าย Video แบบเร่งเวลาเหมือน Timelapse แต่ว่าจะมีการเคลื่อนไหวของวัตถุลงไปด้วย ทำให้วีดีโอของเราดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นครับ

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับมุมมองในการถ่ายภาพ

Enhanced HDR Photo การถ่ายภาพแบบ High Dynamic Rage ที่ง่ายขึ้นแล้วให้รายละเอียดเยอะขึ้น

การที่เราถ่ายภาพแบบปกตินั้นก็ดีอยู่ครับ แต่การที่ถ่ายภาพนิ่งแบบ HDR มาจะเป็นสิ่งที่ดีกว่ามาก การถ่ายภาพแบบ HDR จะทำให้เราได้ภาพในรายละเอียดของส่วนมืดและส่วนสว่างที่มากยิ่งขึ้นครับ สำหรับการถ่ายภาพนิ่งนั้นยิ่งได้ความละเอียดมาก ก็ยิ่งสร้างความน่าสนใจให้กับเนื้อหาของเราได้มากตามไปด้วยนั่นเอง

ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีมากขึ้นด้วย HyperLight

โดยปกติแล้วศักยภาพของกล้องเวลาถ่ายภาพในที่แสงน้อยก็จะขึ้นอยู่กับไซส์ของเซ็นเซอร์กล้อง แต่เมื่อเทคโนโลยีมีการปรับตัวตลอดเวลา การถ่ายภาพที่ใช้โหมด HyperLight นี้จะทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยมีรายละเอียดที่คมชัดขึ้นมามาก และลด Noise ที่เกิดขึ้นในภาพด้วย

การควบคุมที่ง่ายและความสามารถในการส่งสัญญาณที่ดีขึ้น

การส่งสัญญาณเพื่อควบคุม Drones ในระยะไกลของ Mavic 2 Zoom รุ่นนี้สามารถส่งสัญญาณได้ไกลถึง 8 km (สูงสุด) และสามารถที่จะส่งวีดีโอกลับมาแสดงผลเวลาที่ควบคุมได้ที่ความละเอียด 1080P ทำให้ผู้ควบคุมโดรนสามารถที่จะควบคุมได้มั่นใจมากขึ้น และมีการสับเปลี่ยนสัญญาณ 2.4GHz และ 5.8GHz แบบ Real-Time Auto Switching ด้วย ทำให้ภาพที่ส่งมามีความต่อเนื่องเพื่อสิ่งสำคัญที่สุดคือการควบคุมนั่นเอง

ในส่วนของการออกแบบ User Interface ของรุ่นนี้ก็ออกแบบให้มีรีโมตควบคุมมาให้ ใช้หน้าจอของ Smartphone ในการแสดงผล จอยสติ๊กมีขนาดเล็กและควบคุมง่ายเหมือนจอยเกมส์ปกติทั่วไปครับ สามารถที่จะใช้งานได้ง่าย และทำความเข้าใจได้ทันทีแม้ว่าเราจะยังไม่ได้อ่านคู่มือเลยก็ตาม (แต่จริง ๆ ก็ควรอ่านด้วยนะครับจะได้เข้าใจเรื่องอุปกรณ์ของเรามากยิ่งขึ้น)

ใครบ้างที่เหมาะกับ Mavic 2 Zoom

โดรนในยุคนี้ที่จริงแล้วออกแบบให้เป็น ​Gadget นึงที่เหมาะกับทั้งคนทั่วไปแล้วก็โปรช่างภาพที่ต้องการถ่ายวีดีโอไปใส่ใน Footage หรือภาพนิ่งที่อยู่มุมสูงก็ได้ครับ ซึ่งถ้าเราต้องการ Drones สักลำที่มีประสิทธิภาพสูงจริง ๆ สามารถที่จะลุยกับลมแรง ๆ ได้แล้วคาดหวังเรื่องประสิทธิภาพในราคาที่เริ่มต้นได้ง่ายเมื่อเทียบกับศักยภาพที่ได้จาก Mavic 2 Zoom สามารถที่จะตอบโจทย์ตรงนี้ได้เลย และจุดเด่นรุ่นนี้คือมุมกล้องที่หลากหลายเพราะเลนส์เขาซูมได้นั่นเองครับ

DJI Mavic 2 Zoom ราคา 49,000 บาท สินค้าประกันศูนย์ สามารถซื้อได้ที่ร้าน lnwgadget มีบริการหลังการขายที่ดี แล้วก็สามารถที่จะให้คำปรึกษาเรื่องการซื้อกล้องและอุปกรณ์ได้ด้วยนะ

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กฎสามส่วน และ จุดตัด 9 ช่อง

Leave a Reply