DJI OSMO Action ต้องบอกว่ามาจนได้กับกล้อง Action Camera ที่ออกมาเพื่อตีตลาดกล้องแอคชั่น ซึ่งเทียบชนกับ GoPro Hero 7 Black ที่เป็นผู้นำในตลาดอยู่ตอนนี้ ถ้าหากว่ามองไปที่เบื้องหลังของทั้งคู่ก็ต้องบอกไว้เลยว่า ทั้งสองค่ายนี้เก่งในเรื่องการทำกล้องวีดีโอทั้งคู่ และเข้าใจในตลาดกล้องวีดีโอเป็นอย่างดี

DJI OSMO ACTION

ในวันนี้หลังจากที่มีการเปิดประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกล้อง DJI OSMO Action ทางผมก็ไม่รอช้าที่จะสรุปให้เข้าใจจุดเด่นที่ควรจะรู้ และพูดในเชิงนำไปใช้ รวมถึงการตอบโจทย์ของผู้ใช้เองด้วย เดี๋ยวเราไปดูทีละประเด็นกันครับ

20 ประเด็น DJI OSMO Action สรุปทุกเรื่องที่ทุกคนต้องรู้เกี่ยวกับกล้อง Action Camera ตัวล่าสุดของตลาด ท้าชน GoPro Hero 7 Black ในปี 2019

DJI OSMO ACTION

1. OSMO Action ตั้งใจออกมาตีตลาด Action Camera เทียบชนกับ GoPro Hero 7 Black ที่เป็นเจ้าตลาดแน่นอน ทั้งบอดี้ คุณสมบัติ และการนำไปใช้งาน

ถ้าใครกำลังมีคำถามว่า DJI OSMO Action อยู่ใน Position ไหนของตลาด ต้องบอกว่าแบรนด์นี้เขาคงตั้งใจกะชนตลาด Action Camera อย่าง GoPro Hero 7 Black ที่นำตลาดอยู่ในตอนนี้เลย ซึ่งความสามารถนั้นออกมาได้เฉือนกัน และมีความสามารถหลายอย่างที่โดดเด่นกว่าด้วย แต่ก็ต้องมาดูอีกทีนึงว่า Feedback จริง ๆ จากผู้ใช้นั้นจะชอบอะไรมากกว่า

DJI OSMO ACTION

แต่ถ้ามองในมุมของผู้บริโภคคือการที่มีแบรนด์ออกผลิตภัณฑ์ชนกัน เราก็จะมีทางเลือกได้มากขึ้น และมีสินค้าที่ถูกพัฒนาความสามารถมาแข่งกันในตลาดด้วยครับ ถ้าใครกำลังมองกล้องประเภทนี้อยู่ รับรองว่าได้หาข้อมูลเปรียบเทียบกันจนเหนื่อยแน่นอน

2. สเปคหลักคือ 4K 60fps กันสั่นใช้งานได้จริงเหมือน GoPro Hero 7 Black และมีฟีเจอร์ที่เด่นกว่าคือ 4K 30fps HDR บอดี้กันน้ำลึก 11 เมตร รวมถึงฟีเจอร์ Timewarp, Timelapse พร้อมสรรพ

ความสามารถหลักที่ออกมาคือสามารถที่จะถ่าย 4K ได้ 60 เฟรมต่อวินาที การที่ถ่าย 4K อย่างที่เรารู้กันคือได้ไฟล์ที่มีความละเอียดสูงมาก ๆ รวมถึง 60fps เราอาจจะเอาไปปรับแต่งเพื่อถ่าย Slow Motion หรือใครอยากถ่ายวีดีโอแบบ 60fps ออกมาเป็น Output แบบนั้นเลยก็ได้

DJI OSMO ACTION

จุดนี้คือจุดที่ยืนยันส่วนใหญ่ ๆ เลยว่ากล้องตัวนี้คุณภาพท็อปสุดในตลาดตัวนึง และใช้ถ่ายงานจริง ๆ จัง ๆ ได้เลยครับ

3. 4K HDR 30fps คือจุดเด่นหลัก ๆ ที่กล้องตัวนี้ทำได้โดดเด่นที่สุดในตลาด แล้วก็เป็น Setting ที่จะได้ใช้บ่อยที่สุด

การถ่ายวีดีโอ 4K HDR 30fps เป็นจุดเด่นเดียวที่กล้องรุ่นนี้ทำได้คนเดียวในตลาด และเป็น Setting ที่น่าจะได้ใช้บ่อยที่สุด เพราะวีดีโอเฟรมที่เราถ่ายปกติทั่วไปก็ 24fps – 30fps อีกทั้งยังเป็นโหมด HDR หรือ High Dynamic Range ซึ่งกล้องที่มีขนาดเล็กเมื่อก่อนจะเคยมีข้อจำกัดเมื่อเจอความเปรียบต่างของแสงที่สูง ทำให้เกิดส่วนมืดส่วนสว่างที่ห่างกันมาก ๆ

DJI OSMO ACTION

แต่ด้วยที่โหมด 4K HDR ออกมาแบบนี้ก็เลยทำลายข้อจำกัดลง ทำให้คนที่ถ่ายวีดีโอช่วงดวงอาทิตย์ตก ถ่ายวีดีโอย้อนแสง หรือถ่ายในที่ไหนก็ตามซึ่งเกิดส่วนมืดส่วนสว่างต่างกันเยอะ เปิดโหมดนี้ปุ๊บ จะทำให้ได้ Footage ที่มีรายละเอียดของไฟล์ดี และเอาไปแต่งโทนสี เกรดดิ้งตามใจได้มากพอสมควร ถ้าทำวีดีโอ Output แบบ 24fps พอถ่ายเป็น 30fps มาก็ยังดึง Slow Motion ได้อีกหน่อย เป็นจุดเด่นที่น่าสนใจนะ

4. Timelapse ใน DJI OSMO Action เป็นฟีเจอร์เด่นที่ทำให้ผู้ใช้ได้ Footage ที่สวยงามแบบง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องมีทักษะระดับมือโปรก็ถ่ายได้สวย ๆ

โหมด Timelapse จะเป็นโหมดแบบเร่งเวลาที่ช่วยให้คนถ่ายวีดีโอได้ Footage แบบสวย ๆ ซึ่งโหมดนี้ก็ได้ใส่มาในกล้อง DJI OSMO Action ด้วย ทำให้คนทั่วไปที่อยากได้ Footage ช่วงดวงอาทิตย์ตก หรือตอนคนเดินไปมาเยอะ ๆ สามารถที่จะถ่ายวีดีโอแบบเร่งเวลาแล้วเอามาตัดต่อเป็น ​Highlight ของวีดีโอรวมเราได้สบาย สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ หรือคนที่วางแผนจะได้กล้องมาถ่าย Vlog อยากเป็น ​Blogger YouTuber โหมดนี้จะทำให้ได้ Footage เจ๋ง ๆ แน่นอน

DJI OSMO ACTION

5. สามารถที่จะถ่ายวีดีโอแบบ Slow Motion ที่ความละเอียด Full HD ซึ่งดึงวีดีโอได้ช้าถึง 8 เท่า เห็นทุก ๆ อารมณ์ของการเคลื่อนไหว อีกทั้งยังได้ความละเอียดสูงด้วย

ความสามารถในการถ่ายวีดีโอแบบ Slow Motion กล้องตัวนี้ใส่มาที่ 8x ซึ่งได้ความละเอียดแบบ Full HD ทำให้คนที่ต้องการถ่ายซีนที่ดึงความสนใจ ดึงดูดสายตาคนดู แล้วใส่เพลงให้เร้าอารมณ์ในวีดีโอของเรา โหมดนี้เป็นหัวใจในการเก็บ Footage เด่นเลย ถ้าหากว่าได้ไปเที่ยวแล้วแนะนำถ่าย Slow Motion มาด้วยครับ จะช่วยให้ได้ฟิลลิ่งอย่างที่บอกมาแน่นอน

DJI OSMO ACTION

6. สามารถที่จะถ่ายภาพเป็น ​RAW File ได้ ซึ่งตอบโจทย์นักรีวิว นักท่องเที่ยว บล็อกเกอร์ ที่จะถ่ายภาพแล้วเอาภาพไปแต่งทำโทน ทำคอนเทนต์ลงเพจ เว็บไซต์ หรือ YouTube

สำหรับการถ่ายภาพนิ่งนั้นกล้องตัวนี้รองรับการถ่ายภาพออกมาเป็น RAW File ซึ่งให้ความละเอียดที่ 12 ล้านพิกเซล ก็เยอะพอที่จะใช้งานจริง ๆ จัง ๆ ได้สบาย เดี๋ยวจะมีโหมดถ่ายภาพโหด ๆ อีกแต่อธิบายในข้อถัด ๆ ไปนะครับ

DJI OSMO ACTION

7. บอดี้มีการออกแบบให้สามารถใช้ ND Filter ได้ง่าย ซึ่งตอบโจทย์คนที่ตั้งใจซื้อมาถ่ายวีดีโอจริง ๆ จัง ๆ (ND Filter จำเป็นมานะกับการถ่ายวีดีโอ)

จากรูปทรงบอดี้ที่เราเห็นกล้อง DJI OSMO Action นั้นจะออกแบบให้หน้าเลนส์ใส่ Filter ประเภทสำหรับงานวีดีโอ พวก ND Filter หรือ ​PL ได้ง่าย ทำให้คนที่ต้องการถ่ายวีดีโอจริงจังสามารถที่จะจบได้ตรงนี้เลย อธิบายคร่าว ๆ สำหรับคนที่อาจจะยังไม่ได้เล่นวีดีโอมามากนักนะครับ

DJI OSMO ACTION

ND Filter คือฟิลเตอร์สำหรับลงแสงลง เพื่อให้กล้องได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำตามที่ต้องการ เพราะการถ่ายวีดีโอนั้นเขาจะใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สัมพันธ์กันกับ Frame Rate ดังนั้นการถ่ายวีดีโอเขาจะใช้ Shutter Speed ค่อนข้างคงที่ และค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับแสงกลางแจ้ง ก็เลยต้องใช้ ND Filter ในการลดแสง แทนการเพิ่มความเร็วชัตเตอร์ครับ เขาก็จะได้ภาพวีดีโอที่นุ่มนวลนั่นเอง

สรุปว่า กล้องตัวนี้ออกแบบมาให้ถ่ายจริงจังได้นั่นแหละจ้า

8. สามารถที่จะกันน้ำได้ลึกถึง 11 เมตรโดยที่ไม่ต้องใส่ Housing กันเลย

ถ้าบอกว่าเหมือนกับ GoPro Hero 7 Black เลยก็ไม่เชิงครับ เพราะเขาออกสเปคที่ลงน้ำได้ลึกเยอะกว่า GoPro Hero 7 อยู่ 1 เมตร ฮ่า ๆ ถึงจะลึกกว่าแค่เมตรเดียว แต่ก็เป็นตัวยืนยันได้ว่าเขาเอาจริงเอาจังกับตรงนี้แน่นอน สำหรับการดำน้ำ 11 เมตรแบบไม่ต้องใช้ Housing เลย เชื่อมั่นว่าเป็นความสะดวกสำหรับคนใช้แบบไม่ต้องวุ่นวายหาซื้ออุปกรณ์ดำน้ำเพิ่ม ประหยัด ออกเที่ยวได้เลย แล้วความลึก 11 เมตร ก็ลงน้ำได้ระดับที่ถ่ายวีดีโอใต้น้ำสวย ๆ มาได้สบายมากครับ ซึ่งคนที่เป็นนักท่องเที่ยว หรือเป็นบล็อกเกอร์ ก็ได้ใช้แน่นอนเหมือนกันจ้า

DJI OSMO ACTION

9. ระบบกันสั่นที่สามารถใช้งานได้จริงแบบไม่ต้องกังวล มีชื่อเฉพาะเรียกว่า ROCKSTEADY

อาจจะพูดเรื่องนี้ช้าไปหน่อยแต่ต้องบอกเลยว่ากันสั่นเขาก็ใช้งานได้จริง แล้วก็ไม่ทำให้ผู้ใช้กังวลใจใด ๆ แน่นอนครับ กันสั่น ROCKSTREDY นั้น ไม่ว่าจะวิ่งถ่ายวีดีโอ หรือจะเอาไปติดบนรถยนต์ก็ตาม ไม่ต้องห่วงว่ากล้องจะสั่น เพราะจบได้แน่นอน

DJI OSMO ACTION

10. เลนส์มุมกว้างคุณภาพสูง 3 Layer แล้วก็ออกแบบเลนส์ให้ลดความโค้งลง แต่ได้มุมที่กว้างอยู่

เขากะออกมาตีตลาดกล้อง Action Camera มุมกว้างจริง ๆ ถ้ามองในเรื่องของความต้องการตลาด หลายคนในยุคนี้อยากได้มุมกว้าง แต่ก็ไม่อยากได้ขอบโค้งเหมือนสมัยก่อน ซึ่งถ้ามองกันตามตรง GoPro Hero 7 Black เขาออกแบบให้กล้องมีโหมด Linear ซึ่งจะถ่ายในมุมที่แคบลง

แต่ทาง DJI OSMO Action จะเลือกแก้ที่ตัวเลนส์ ให้มุมที่กว้างอยู่และส่วนที่เป็น Distrotion ก็ออกแบบที่ตัวเลนส์แก้ไม่ให้ขอบโค้ง ทำให้การถ่ายวีดีโอยังใช้รายละเอียดเต็มพื้นที่เซ็นเซอร์ แล้วก็ได้มุมกว้าง คุณภาพสูงด้วย บทพิสูจน์อยู่ที่ผู้ใช้แหละว่าจะเลือกอะไรแล้วตอนนี้

(สำหรับผมไม่มีอะไรดีกว่ากันนะ อยู่ที่ผู้บริโภค ผมว่าไปตามการตลาดที่เขาออกผลิตภัณฑ์มาสู้กันแล้วเราแจงรายละเอียดออกมาครับ)

11. บอดี้กันอุณหภูมิ -10 องศา ถ่ายวีดีโอได้ ลุยได้ กล้องไม่น็อค

ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก ๆ อย่างติดลบเยอะ ๆ หลักสิบ ถ้าบอดี้กล้องไม่ได้ออกแบบมาให้ลุยจะมีอาการน็อคได้ แต่ DJI OSMO Action ออกมาบุกตรงนี้ว่าตัวเองลุยได้แน่นอน เคลมที่ -10 องศา สำหรับใครที่ไปเที่ยวแล้วเจออากาศที่ติดลบหนักขนาดนี้ก็ถ่ายได้สบายครับ

12. บอดี้ออกแบบให้มีระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น ทำให้กล้องทำงานได้ดีขึ้นถึง 16% เพราะว่าถ่ายวีดีโอได้นานขึ้นนั่นเอง

การออกแบบระบบระบายความร้อนของ DJI OSMO Action นั้นสามารถที่จะระบายความร้อนได้ดีขึ้น ส่งผลให้กล้องสามารถที่จะถ่ายวีดีโอได้ต่อเนื่องมากขึ้น การทำงานโดยรวมถึง 16% เลย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการถ่ายวีดีโอ 4K และการถ่ายวีดีโอความละเอียดสูง ๆ ในบอดี้กล้องที่เล็กแบบนี้ครับ

13. มีโหมดถ่ายดาวกลางคืน ถ่ายดาว ใช้ Long Exposure ได้ สามารถตั้งค่า Shutter Speed ได้นานสุดที่ 120 วินาที

สำหรับการถ่ายภาพท้องฟ้าตอนกลางคืน หรือถ่ายดาว หัวใจสำคัญคือการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำ ๆ เพื่อให้ได้ปริมาณแสงที่มากขึ้น แล้วก็สามารถที่จะได้ท้องฟ้าที่สว่างมากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายดาวจะช่วยให้ได้ท้องฟ้าที่สว่าง สีสันสดใส และไฟล์คุณภาพที่ดี

14. มีแอพพลิเคชั่นสำหรับการตัดต่อวีดีโอจบได้ในกล้องเลย

มีแอพพลิเคชั่น DJI MIMO สำหรับการตัดต่อให้จบในมือถือเลย ซึ่งไม่ต้องมาวุ่นวายกับการตัดต่อในคอมฯ (สำหรับคนทั่วไปก็วุ่นวายเลยแหละ) พอตัดต่อในมือถือรวมถึงการใส่ Effect ต่าง ๆ จบในมือถือเลย ทำให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกระดับมาก

15. น้ำหนักเบา พกพาสะดวก

สำหรับใครที่ชอบเที่ยวแนว action จะรู้สึกว่าการที่มีกล้องตัวเล็ก น้ำหนักเบา (124 กรัม) พกพาสะดวก ทำให้ง่ายต่อการพาไปได้ทุกที่ เเละลุยได้ทุกสถานการณ์ เป็นเรื่องที่ทำให้ชีวิตท่องเที่ยวของเรานั้นง่ายและสนุกมากขึ้นด้วย

16. ควบคุมผ่านระบบเสียงด้วย Voice Control

ตัวกล้อง DJI OSMO Action รองรับการสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ควบคุมได้สะดวกขึ้น ซึ่งเป็นความสามารถที่ควรจะเป็นพื้นฐานสำหรับกล้อง Action Camera แหละ เพราะเจ้าตลาดก็มีความสามารถนี้เหมือนกัน พอทำได้เหมือนกันก็ถือว่าโอเคมาก

17. สามารถถ่ายวีดีโอแบบ Quick Shot ได้แบบที่ไม่ต้องเปิดเครื่อง ทำให้พร้อมที่จะถ่ายวีดีโอในสถานการณ์ที่เร่งด่วน หรือคาดไม่ถึง

จุดเด่นของการถ่ายวีดีโอในกรณีเร่งด่วนก็คือเรื่องของ Quick Shot นี่แหละครับ เพราะสามารถที่จะทำให้เรากดถ่ายวีดีโอได้เลยภายใน 2 วินาทีแบบที่ยังไม่ต้องเปิดเครื่อง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สาย Vlog หรือคนที่เน้นท่องเที่ยวอยากได้วีดีโอแบบทันทีทันใด ควรจะเปิดโหมดนี้ไว้เลย

18. หน้าจอด้านหน้าความละเอียด 1.4 นิ้ว ขนาดใหญ่ทำให้ Monitor ตัวเองได้ และหน้าจอด้านหลัง 2.5 นิ้ว ทำให้สามารถที่จะดูวีดีโอที่ถ่ายได้ง่ายขึ้น

เรื่องของหน้าจอสำหรับการ Monitor ตัวเอง สำหรับกล้องตัวนี้ออกมาทำได้ดีที่สุด คงเพราะเหตุผลด้านการตลาดและด้านการใช้งานด้วย เพราะว่าของ OSMO Action สามารถที่จะใช้งานดูหน้าตาตัวเองได้ และให้หน้าจอสี มีขนาดใหญ่สำหรับจอด้านหน้า ทำให้คนที่ใช้เป็นกล้อง Vlog ได้จอมอนิเตอร์ตัวเองตัวนึงเลย แล้วก็จอด้านหลังสำหรับการถ่ายวีดีโอทั่วไป อันนี้มาตรฐานแล้วแหละ ซึ่งก็ทำได้ดีทั้งจอด้านหน้าและด้านหลังครับ

19. มีอุปกรณ์เสริมพื้นฐานให้พร้อมสำหรับการใช้งาน

อุปกรณ์เสริมพื้นฐานมีการทำออกมาไ้ด้เป็นอย่างดี ถ้ามองตามพฤติกรรมใช้งานสำหรับผู้ใช้ท่ัวไปก็มี ไม้เซลฟี่ หรือไม้ที่ใช้ Vlog แล้วก็มี Case ที่สามารถใช้ยึดกับหมวก หรือจุดต่าง ๆ ที่เราต้องการ เขาก็ทำออกมารองรับให้ได้ใช้งานกันแล้วครับ ไม่ต้องห่วงว่าซื้อกล้องแล้วจะไม่มีอุปกรณ์เสริม

20. แบตเตอรี่ 1300 mAh สามารถที่จะถ่ายวีดีโอได้นาน 135 นาที (สองชั่วโมงกว่า) ต่อแบตเตอรี่หนึ่งก้อน ทำให้ถ่ายวีดีโอได้นานขึ้น และใช้เวลาชาร์จ 90 นาทีต่อแบตเตอรี่หนึ่งก้อน

สุดท้ายคือเรื่องของแบตเตอรี่ที่สามารถถ่ายวีดีโอได้นาน 135 นาที ก็ประมาณสองชั่วโมงกว่า ๆ ต่อการใช้งานแบตเตอรี่เพียงก้อนเดียว ทำให้คนที่ถ่ายวีดีโอเยอะ ๆ หนัก ๆ ไม่ต้องเปลี่ยนแบตบ่อย แล้วก็สามารถที่จะซื้อแบตเตอรี่สำหรับหนึ่งวันไม่ต้องสต็อกเยอะให้เปลือง อันนี้ก็เป็นข้อดีเหมือนกันที่เขาทำออกมาชนตลาดกล้อง Action Camera

สำหรับแบตเตอรี่นั้นความจุอยู่ที่ 1300 mAh ครับ ก็ถือว่าเยอะนะสำหรับบอดี้เล็ก ๆ แค่นี้

ราคาพร้อมจำหน่าย 12,000 บาท ประกันศูนย์ อันนี้ข้อมูลจากทางร้าน lnwgadget นะครับ ใครอยากได้ก็ลองติดต่อร้านนี้ดู เจ้าของร้านนิสัยน่ารักครับคอนเฟิร์ม เพราะว่าทางร้านคอยให้ข้อมูลทั้งก่อนและหลังการขายกับลูกค้าเลย ส่วนตัวรู้จักกันเพราะพี่เขาคอยให้ข้อมูลเรื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดที่ผมทำคอนเทนต์สอนครับ แนะนำถามเขาได้เลย

Leave a Reply