รูปทรงภายนอก

กล้อง Mirrorless ส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก เบา เน้นการพกพาสะดวกเพราะมันคือข้อดีอย่างหนึ่งของ Mirrorless ที่ไม่จำเป็นต้องมีกระจกสะท้อนทำให้ขนาดกล้องเล็กลงมากแต่เมื่อเราถือ Panasonic Lumix DC-GH5 ในมือจะรู้ได้ทันทีว่า GH5 ไม่ใช่ Mirrorless แบบที่เราเพิ่งพูดถึงกัน มันมีการออกแบบบอดี้ที่เน้น Performance ของตัวกล้องอย่างเต็มที่ขนาดและน้ำหนักที่ใกล้เคียง DSLR ระดับกลางเลยทีเดียว

บอดี้ Panasonic GH5 ทำจากแมกนีเซียมอัลลอยด์ มีขนาดที่ใหญ่กว่า GH4 เล็กน้อยแต่น้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิมพอสมควร GH4 มีน้ำหนัก 560 กรัมในขณะที่ GH5 มีน้ำหนัก 725 กรัมซึ่งจะใกล้เคียงกับ DSLR Full Frame ระดับเริ่มต้นเลยทีเดียว

ตำแหน่งการวางปุ่มต่างๆจะคล้าย GH4 เดิมซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดีอยู่แล้วครับจากที่ทดลองใช้มาผมไม่มีข้อติใดๆยกเว้นปุ่มบันทึกวิดีโอที่มีการย้ายตำแหน่งมาด้านบนในการจับถือบางท่าจะกดปุ่มบันทึกยากนิดหน่อยแต่แทบไม่เป็นปัญหาครับสำหรับผมมันแค่ยากขึ้นมันเล็กน้อยเท่านั้นปรับตัวให้ชินนิดหน่อยก็โอเคแล้วแต่โดยส่วนตัวยังชอบตำแหน่งปุ่มบันทึกอยู่ด้านหลังแบบ GH4 มากกว่า

สาเหตุที่ปุ่มบันทึกวิดีโอย้ายไปอยู่ด้านบนก็เพราะการมาของ Joystick สำหรับเลื่อนจุดโฟกัสที่ทำให้เราสามารถเลื่อนจุดโฟกัสได้ทันที สำหรับการจับถือ Panasonic GH5 ทำได้ดีทีเดียวจับแล้วเต็มไม้เต็มมือดีมากกริ๊ปจับนูนรับอุ้งมือกำลังดี แต่ความลึกของกริ๊ปแอบน้อยไปนิดหนึ่ง

Lumix GH5 สร้างขึ้นมาให้ทนทานต่อการใช้งานหนักเวลาออกไปถ่ายภาพนอกสถานที่ นอกจากกันน้ำกระเซ็นและกันฝุ่นแล้ว ยังสามารถกันความหนาวได้ถึง -10 องศาฯ เนื่องจากมีการซีลป้องกันสภาพอากาศในทุกๆ ข้อต่อ ปุ่มหมุน และปุ่มต่างๆ โครงกล้องผลิตจากแม็กนีเซียมอัลลอยแบบหล่อขึ้นรูปทั้งชิ้น ทำให้ตัวกล้องมีความทนทาน น้ำหนึกเบา รวมทั้งมีความแข็งแกร่งในขนาดที่กระทัดรัดของกล้องทำให้สามารถพกพาไปได้ทุกที่

ระบบป้องกันภาพสั่น

Panasonic Lumix DC-GH5 มาพร้อมระบบกันสั่นไหวแบบ 5 แกนที่เซนเซอร์ซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์เวลาใช้เลนส์ที่ไม่มีกันสั่นในตัวแล้วตัวกล้องยังรอบรับระบบ Dual IS 2 ที่ช่วยให้ระบบกันสั่นในกล้องสามารถทำงานร่วมกับระบบกันสั่นในเลนส์ได้ช่วยให้ลดการสั่นไหวได้ดีขึ้นหนึ่งในฟีเจอร์เด่นของกล้อง Panasonic คือ 4K PHOTO ที่ให้เราสามารถดึงภาพนิ่งออกมาจากวิดีโอความละเอียด 4K(8 ล้านพิกเซล) ซึ่งเก็บภาพมามากถึง 30 ภาพต่อวินาทีทำให้การเก็บภาพสิ่งของที่ต้องใช้จังหวะและความเร็วสูงทำได้ง่าย แต่จุดที่น่าเสียดายคือความละเอียดที่สูงสุดแค่ 8 ล้านพิกเซลเท่านั้น


พอมาในรุ่น Panasonic GH5 ได้มีการอัพเกรดในจุดนี้ Panasonic ใส่ฟีเจอร์ 6K PHOTO ให้กับ GH5 ซึ่งภาพนิ่งที่ดึงออกจากวิดีโอ 6K นั้นมีความละเอียดถึง 18 ล้านพิกเซลด้วยความเร็ว 30 ภาพต่อวินาทีและหากใครอยากเก็บแบบ 4K PHOTO ใน GH5 ก็ทำเฟรมเรตได้สูงขึ้นเป็น 60 ภาพต่อวินาทีอีกด้วย 6K PHOTO นั้นเป็นประโยชน์มากเมื่อต้องการเก็บภาพสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็ว

ระบบกันภาพสั่น (5-axis Dual I.S.2) ช่วยให้สามารถใช้มือถือกล้องถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไฟล์ภาพ JPEGS ที่ได้จากกล้องก็สวยงามและมีสีสันเหมือนจริง นอกจากนี้ ระบบโฟกัสแบบต่อเนื่องสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วถ่ายภาพวัตถุที่เคลื่อนที่เร็วได้อย่างน่าประทับใจ

ช่องมองภาพและจอหลัง

Panasonic Lumix DC-GH5 มีจอหลังขนาด 3.2″ ความละเอียด 1,620,000 พิกเซลแบบ Touchscreen ซึ่งผมเองถูกใจกับ Touchscreen ของ Panasonic มากเพราะมันทำงานได้ดีใกล้เคียงหน้าจอ Smartphone เลย การจิ้มเลือกจุดโฟกัสใช้นิ้วลากบนจอได้อย่างอิสระตั้งแต่กลางจอไปจนสุดขอบจอและไม่จำเป็นต้องเลือกตามกรอบโฟกัส 225 จุดเลย


ช่องมองภาพของ Panasonic GH5 จัดว่าเป็นช่องมองภาพที่ดีเลย มีขนาดใหญ่มากอัตราขยาย 0.76x (เทียบเท่ากับกล้อง 35 มม.) ใหญ่กว่าช่องมองของ E-M1 Mark II ซะอีกแต่ยังเป็นรอง X-T2(0.77x) อยู่นิดหน่อยแต่ GH5 ชนะขาดเลยในเรื่องความละเอียดที่จัดมาให้ถึง 3,680,000 พิกเซลนับเป็นช่องมองภาพที่มีความละเอียดสูงอันดับต้นๆของบรรดา Mirrorless ตอนนี้เลย

สำหรับ OLED LVF (Live View Finder) มีความละเอียดสูงมาก ช่วงให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน และให้การจัดเฟรมที่สมบูรณ์แบบแม้ในสภาพที่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง ทำให้ง่ายต่อการเห็นรายละเอียดภาพ การตั้งค่า และไอคอนต่างๆ อีกทั้งระยะจุดวางสายตายาว 21 มม. ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใส่แว่นตา OLED LVF ยังไม่ช่วยรับประกันว่าภาพที่ถ่ายจะออกมาอย่างดีเยี่ยม

บันทึกวีดิโอ

กล้อง Panasonic GH5 เป็นกล้องที่สามารถถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงมากๆ ด้วย Bitrate ที่สูงถึง 400 Mbps มากกว่ากล้องระดับมืออาชีพทั่วไปถึง 4 เท่า ทำให้การ Granding วิดีโอมีคุณภาพที่ดีขึ้นมาก แต่ในส่วนตัวที่ทีมงานได้ลองใช้มา ในงานทำคลิปรีวิวหรือข่าว จะถ่ายความละเอียด 4K ที่ 30 FPS หรือ 60FPS 8 Bit มากที่สุด เนื่องด้วยเป็นงานที่ต้องการความรวดเร็วและไม่ได้แก้ไขสีมากนัก

สำหรับการใช้ที่มีความละเอียดสูงๆนั้น (10Bit) จำเป็นต้องใช้การ์ดความเร็วสูง หรือ การ์ด USH-II นั้นเอง ซึ่งมีความสามารถในการเขียนประมาณ 250MB/S ต่างจากเมมโมรี่ USH-I ที่มีความเร็วในการเขียนได้เต็มที่ประมาณ 95 MB/S เท่านั้น

Lumix GH5 ยกระดับสมรรถนะการถ่ายภาพแบบมืออาชีพไปอีกขั้นด้วย 4K60p/50p ที่ราบรื่นไร้สะดุดและมีความแม่นยำสูง (QFHD 4K : ความสามารถในการบันทึกวีดิโอ 3480×2160 /MOV หรือMP 4) อัตราเฟรมที่เร็วขึ้นหมายถึงการชดเลยการเคลื่อนไหวที่เป็นเลิศ นอกจากนั้นคุณยังสามารถชะลอความเร็วของภาพวีดิโอในเส้นเวลาการตัดต่อวีดิโอของผู้ใช้โดยไม่สูญเสียรายละเอียด

นอกจากนี้ยังควบคุมการแพนกล้องได้อย่างสมบูรณ์แบบและยับยั้งปัญหาภาพล้ม (Rolling Shutter) ดังที่เห็นอัตราเฟรมที่ช้ากว่า การบันทึกวีดิโอได้โดยไม่มีการตัดครอบ (Cropping) ทำให้สามารถถ่ายทอดวีดิโอที่มีความละเอียดสูงเป็นพิเศษ ทั้งที่ยังไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกับมาตรฐานคุณภาพของมืออาชีพ

จากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง LUMIX GH5 สามารถบันทึกวิดีโอ 4K ในตัวกล้องแบบ 4:2:2 10-บิต ตัวอย่างเช่น 10 บิตจะเรนเดอร์ความละเอียดอ่อนทั้งหมดของท้องฟ้าและพระอาทิตย์ตกที่มีการไล่สีเป็นระดับโดยที่แถบสีไม่ลดลงเหลือ 8 บิต พลังของการมีความสามารถในการสร้างภาพยนตร์ภายในกล้องสร้างมิติใหม่ของการสร้างภาพยนตร์สไตล์อิสระ ยิ่งไปกว่านั้นคุณยังสามารถบันทึก 4:2:2 10 บิต ลงในการ์ด SD ควบคู่ไปกับการป้อนสัญญาณสดผ่านพอร์ต HDMI แบบเต็มขนาด

ซึ่งเชื่อมต่อไปยังจอมอนิเตอร์หรือเครื่องบันทึกภายนอก การบันทึก 4:2:2 10 บิต ให้ภาพสมจริงตามต้นฉบับพร้อมการไล่สีที่ตรงกับความเป็นจริงด้วยสีสันมากกว่าพันล้านสีและโทนสีที่มากกว่า 8 บิตถึงสี่เท่าเพื่อตอบสนองความต้องการระดับมืออาชีพ สามารถใช้โหมดการบันทึกที่บิตเรตสูง 400Mbps (ALL-Intra) ที่ให้ผลลัพธ์น่าทึ่งด้วย

รูปแบบวิดีโอและบิตเรตที่มีให้เลือกอย่างจุใจเตรียม LUMIX GH5 ให้พร้อมสำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพหลากหลายประเภท เช่น เว็บ TV, DVD/Blu Ray และการผลิตภาพยนตร์ดิจิตอล คุณสามารถเลือกจากสี่รูปแบบการบันทึก เช่น AVCHD และ MP4 เพื่อความง่ายในการเล่นภาพ หรือ MP4 (LPCM) และ MOV เพื่อความง่ายในการตัดต่อแบบมืออาชีพ

สามารถเพิ่มบิตเรตได้สูงสุด 400 Mbps* (ALL-Intra) หรือ 150 Mbps (Long GOP (การบีบอัด IPB)) โดยไม่มีขีดจำกัดของระยะเวลาในการบันทึก LUMIX GH5 ใช้งานได้ทั่วโลกเนื่องจากสามารถเลือกความถี่ของระบบจาก 59.94 Hz (NTSC), 50.00 Hz (PAL) หรือ 24.00 Hz (CINEMA)

LUMIX GH5 สามารถส่งสัญญาณวิดีโอขาออกในแบบ 4:2:2 10-บิต สำหรับทุกโหมดการบันทึก ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกที่ไม่ได้บันทึกลงในกล้อง หรือจะการบันทึกวิดีโอลงกล้องโดยตรง* โดยใช้ช่องต่อ HDMI Type-A ในการเชื่อมต่อ ซึ่งคุณสามารถส่งวิดีโอไปยังจอวิดีโอหรือเครื่องบันทึกภายนอกได้ด้วยการเลือกการส่งข้อมูลจากเมนูหรือจาก OSD ก็ได้


นอกจากนี้ LUMIX GH5 มาพร้อมไมโครโฟนเฉพาะในตัวกล้อง ที่ให้เสียงคุณภาพชัดเจน ขณะที่ VFR ให้คุณบันทึกวิดีโอด้วยคุณภาพแบบสโลว์โมชั่น (Slow Motion) หรือควิกโมชั่น (Quick Motion) ที่โดดเด่นแบบ 4K (สูงสุด 60fps ช้ากว่าปกติได้ 2.5 เท่า) หรือ Full HD (สูงสุด 180fps ช้ากว่าปกติได้ 7.5 เท่า) ที่ 180 fps / 7.5x*

ฟังก์ชันเปลี่ยนโฟกัส จะเลื่อนจุดโฟกัสโดยอัตโนมัติด้วยความเร็วคงที่สำหรับจุดที่อยู่ในโฟกัสและนอกโฟกัสอย่างแม่นยำ เช่น จากโฟร์กราวด์ไปยังแบ็คกราวด์ เพื่อมอบเอฟเฟ็กต์ภาพเคลื่อนไหวแบบ “สลับจุดโฟกัส” ที่น่าประทับใจ ขณะเดียวกันยังสามารถบันทึกเวลาในภาพเคลื่อนไหวใช้สำหรับการตัดต่อและการซิงค์ (Sync) กล้อง


Luminance Level 64-1023 / 64-940 / 0-1023 (10bit)

สำหรับตัวเลือกแสงวิดีโอระดับต่างๆ ทั้งการทำ V-LogL & LUT Display Function เป็นกราฟแกมมาลอการิทึม แบบเป็นกลางหรือแบนราบที่เก็บภาพช่วงไดนามิกเรนจ์กว้างซึ่งเหมาะสำหรับการไล่สี นอกจากนี้ ฟังก์ชัน LUT Display ใหม่ ยังช่วยในเรื่องการปรับระดับแสงและช่วยในการแสดงเจตนาของผู้กำกับ (เช่น ใช้ VLog to Rec709 Lut สำหรับภาพบน HDTV)

ชัตเตอร์/การควบคุม/โฟกัส/การถ่ายภาพต่อเนื่อง

หน่วยชัตเตอร์ทนทาน สามารถกดลั่นได้ประมาณ 200,000 ครั้ง ไม่เพียงแต่จะมอบความเร็วชัตเตอร์สูงสุดประมาณ 1/8000 เพื่อจับภาพเคลื่อนไหวเร็วในเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่เมื่อใช้กับเลนส์ที่เปิดรูรับแสงเร็ว แม้เมื่อถ่ายภาพกลางแจ้งก็ยังให้การเบลอภาพที่น่าประทับใจ Lumix GH5 ให้ผู้ใช้ได้ควบคุมกล้องได้อย่างเป็นธรรมชาติยิ่งกว่าด้วยการเพิ่มจอยสติ๊กเหนือปุ่มหมุนด้านหน้า/หลังแบบทั่วๆ ไป ปุ่มเฉพาะด้านล่างทำให้สามารถเข้าถึงการชดเชยแสง การปรับสมดุลของสีขาว หรือการตั้งค่า ISO ได้โดยตรง และสามารถกำหนดการตั้งค่าสูงสุด 5 แบบไปยังปุ่ม Fn ส่วนประกอบทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อให้สามารถทำงานได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องละสายตาจากช่องมองภาพ

สำหรับรุ่นนี้ตัวควบคุมเป็นแบบจอยสติ๊กที่ด้านหลัง (ข้างใต้ปุ่มล็อก AF I AE) คุณสามารถใช้ตัวควบคุมนี้โฟกัสไปยังบล็อกในพื้นที่โฟกัสที่ซ้อนทับกันได้อย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ สำหรับตัว 225-Area AF พื้นที่ตรวจับโฟกัสเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 49 (Lumix GH4) เป็น 225 จุดเพื่อการจัดองค์ประกอบภาพที่ยืดหยุด ขณะที่ Custom Multi AF โหมดนี้ทำให้สามารถเลือกบล็อกต่างๆ ในพื้นที่โฟกัสทั้ง 225 พื้นที่ได้อย่างอิสระ

ในส่วนของการถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง โหมดนี้มีแบบไม่จำกัด จากนั้นเลือกและแยกเฟรมที่ผู้ใช้ต้งการเก็บได้อย่างแม่นยำ โหมด 6 K PHOTO ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นการถ่ายภาพแบบต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงที่ตัดภาพนิ่งจากภาพวีดิโอ 4:3 หรือ 3:2 ด้วยความละเอียดประมาณ 18 ล้านพิกเซล (จำนวนพิกเซลที่ใช้งานได้ประมาณ 6000×3000 พิกเซล) ที่ภาพ 6K รองรับได้


นอกจากนี้ยังสามารถปรับตำแหน่งและขนาดกลุ่มพื้นที่โฟกัสสำหรับ Multi AF/Custom Multi AF ได้เอง ขณะเดียวกัน AF ที่ปรับค่าได้มากขึ้น จึงทำให้สามารถปรับทิศทาง AF ตามฉากถ่ายภาพ ขณะที่ฟังก์ชั่น Post Focus ที่ยอดเยี่ยมมอบพลังในการเลือกจุดโฟกัสหลังจากถ่ายภาพให้ผู้ใหช้ เพียงแค่ถ่ายภาพ ตรวจดูภาพ แล้วสัมผัสส่วนที่คุณต้องการให้คมชัดที่สุดในภาพ จากการประมวลผลของกล้อง แล้วเลือกบันทึก ซึ่งผู้ใช้สามารถได้ภาพที่สวยงามได้อย่างง่ายดาย

ส่วนฟังก์ชั่น Focus Stacking ให้ผู้ใช้สามารถปรับพื้นที่โฟกัสหลังถ่ายภาพด้วยการผสานรวมภาพหลายภาพที่ถ่ายด้วยระยะโฟกัสต่างกันเพื่อสร้างระยะชัดของภาพที่สวยงาม ผู้ใช้สามารถทำให้ภาพมีการเบลอในแบบที่ต้องการ หรือโฟกัสแบบแพนโดยเลือกพื้นที่โฟกัสหลังถ่ายภาพ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อถ่ายภาพด้วยการเปิดรูรับแสงเร็ว การถ่ายภาพระยะใกล้

อุปกรณ์เสริม

Wi-Fi และ BLE

กล้องในยุคนี้แทบจะมี Wi-Fi กันทั้งนั้นเรียกว่าถ้ารุ่นไหนเปิดตัวใหม่แล้วไม่มี Wi-Fi นี่เหมือนกล้องหลงยุคเลยทีเดียว แต่ Panasonic GH5 น่าจะเป็นกล้องกลุ่มแรก ๆ ที่รองรับ Wi-Fi 802.11ac ซึ่งทำงานที่ความถี่ 5GHz ทำให้ GH5 สามารถหลีกเลี่ยงจากสัญญาณ 2.4GHz ซึ่งปัจจุบันมีใช้กันมากจนสัญญาณรบกวนกัน

Image by TbonesTech


BLE หรือ Bluetooth Low Energy เป็น Bluetooth ที่ใช้พลังงานต่ำแม้จะมี Bandwidth ที่ค่อนข้างจำกัดแต่ประโยชน์คือมันทำให้กล้องสามารถเชื่อมต่อกับมือถือได้ตลอดเวลาโดยไม่กินพลังงานกล้อง GH5 มากนักและช่วยให้การเชื่อมต่อ Wi-Fi ทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้นและหากเราเชื่อมต่อ Bluetooth เอาไว้จะมีฟังก์ชันพิเศษอย่างเช่น Remote Wakeup, Auto Clock Set, Location Logging จะส่งตำแหน่ง GPS จากมือถือไปบันทึกในภาพ Auto Transfer เมื่อถ่ายภาพแล้วจะส่งภาพทุกภาพที่ถ่ายไปเข้ามือถือโดยอัตโนมัติ

แบตเตอรี่

ความอึดของแบตเตอรี่คือข้อดีของ GH Series อย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ในรุ่น GH5 นี้ยังคงใช้แบตเตอรี่ DMW-BLF19 เช่นเดียวกับ GH3, GH4 ทำให้ใช้แบตเตอรี่ร่วมกันได้สบายแต่มีข้อสังเกตตรงที่ GH5 มีชิปประมวลผลและระบบต่าง ๆ ที่ทรงพลังมากขึ้นการใช้แบตเตอรี่รุ่นเดิมทำให้สามารถถ่ายภาพได้น้อยลงโดยถ้ายึดตามมาตรฐานทดสอบของ CIPA ตัว Panasonic GH5 ชาร์จแบตฯเต็มจะถ่ายภาพได้ 410 ภาพ(GH4 ถ่ายได้ 500 ภาพ) แต่ในการใช้งานจริงที่ผมได้ลองมาบอกเลยว่า”อึด”ครับเทียบกับกล้อง Mirrorless ทั่วไปแล้วพูดได้เลยว่า GH5 มีแบตเตอรี่ที่อึดทนทานมากทีเดียว

Image by TbonesTech

ควบคุมกล้องได้ผ่านโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ได้

การควบคุมตัวกล้องด้วยมือถือนั้นก็คงเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เพราะว่า ในปัจจุบันกล้องทุกรุ่นที่ขายในปัจจุบันก็รองรับการเชื่อมต่อผ่านแอพได้แล้ว แต่ที่สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่โปรแกรม Lumix Tether ที่ ทางพานาโซนิคได้เปิดตัวเมื่อไม่กี่เดือนก่อน สำหรับหน้าที่ของโปรแกรมนี้นั้นก็คือ ควบคุมตัวกล้อง พร้อมแสดงภาพจากตัวกล้องแบบ Real Time ด้วยคอมพิวเตอร์ รองรับทั้ง Windows และ Mac OS อีกทั้งยังสามารถ่ายโอนข้อมูล ภาพ หรือ วิดีโอ หลังถ่ายเสร็จเข้าคอมพิวเตอร์ได้ทันที ด้วยสาย USB-C เพียงเส้นเดียว

Image by TbonesTech

สามารถทำ Slow Motion ได้ในระดับ Full HD 180 FPS

สำหรับใครที่ต้องการถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion นั้นกล้องตัวนี้ก็สามารถดึง FPS สูงสุดได้ถึง 180FPS ที่ความละเอียดสูงถึง 1080P เรียกได้ว่าโหดมากๆ แต่ต้องแลกมาด้วยข้อจำกัดที่ต้องเป็นโฟกัสแบบแมนนวล และ สปีดชัตเตอร์ต่ำสุดต้อง 1/200 เท่านั้น โดยจะเป็นโหมด Variable Frame Rate แบบตัวกล้องจะประมวลให้ช้าลงให้ และ แปลงเป็น 30 FPS ให้อัตโนมัติ

ช่องใส่การ์ด/พอร์ตเชื่อมต่อ

ช่องใส่การ์ด


Lumix GH5 มาพร้อมกับช่องมองการ์ด SD สองช่องเพื่อความจุในการบันทึกที่มากยิ่งขึ้นและการจัดเรียงไฟล์อย่างมีประสิทธิภาพให้คุณบันทึกในโหมดรีเลย์ (Relay), โหมดสำรองข้อมูล (Backup) และโหมดบันทึกในเวลาเดียวกัน (Simultaneous) เพื่อให้ผู้ใช้เปลี่ยนการ์ดที่เต็มเป็นการ์ดที่ว่างเปล่า รองรับการถ่ายภาพได้อย่างไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้ยังมีโหมดสำรองข้อมูลให้คุณบันทึกได้อย่างต่อเนื่องในการ์ดหนึ่งอัน ขณะที่คุณเริ่มและหยุดการบันทึกในการ์ดอีกอัน หรือเลือกที่จะบันทึกลงวีดิโอของผู้ใช้ลงในการ์ดทั้งสองอันพร้อมกัน

Image source : pocket-lint.com

พอร์ตเชื่อต่อ USB-C, Full HDMI, ช่องเสียบไมค์, หูฟัง จัดเต็มสุดๆ

HDMI ขนาดใหญ่ มีความเสถียร ไม่ต้องกังวลเรื่องตัวแปลง ซึ่งเป็นพอร์ตที่ไม่มีกล้อง Mirrorless รุ่นไหนให้มาอย่างแน่นอน ในเรื่องการส่งถ่ายข้อมูลก็มาพร้อมกับพอร์ตใหม่ล่าสุดอย่าง USB Type C ที่จะช่วยให้การส่งถ่ายข้อมูลนั้นเร็วมากๆ
ในเรื่องของการต่อไมค์นั้น ก็มาพร้อมกับช่องเสียบ 3.5 ที่อยู่ด้านบน ทำให้เวลาเสียบไมค์ไปแล้ว ก็ยังสามารถพลิกจอได้อย่างอิสระ ส่วนของอีกช่องนั้น ก็เป็นช่องสำหรับเสียบหูฟัง เพื่อไว้มอนิเตอร์เสียงนั้นเอง

Image source : pocket-lint.com
Image source : pocket-lint.com

คุณสมบัติ :

  • เซนเซอร์ Live MOS ขนาด Four Third ความละเอียด 20.3 ล้านพิกเซล(ไม่มี OLPF)
  • ชิปประมวลผล Venus Engine เร็วขึ้น 1.66x
  • ISO200-25600(ขยายได้ 100-25600)
  • ระบบกันสั่นไหวแบบ 5 แกนในบอดี้รองรับ Dual IS 2
  • ความเร็วชัตเตอร์กลไกสูงสุด 1/8000 วินาที
  • ความเร็วชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ 1/16000 วินาที
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 12 ภาพต่อวินาที(9 ภาพต่อวินาทีในโหมด AF-C)
  • ระบบ Autofocus แบบ Contrast Detection 225 จุด
  • มีฟังก์ชัน Advanced DFD(Depth From Defocus)
  • มีฟังก์ชัน 6K PHOTO(30fps) และ 4K PHOTO(60fps)
  • จอแสดงผล Touchscreen ขนาด 3.2” ความละเอียด 1,620,000 พิกเซล
  • ช่องมองภาพ EVF ความละเอียด 3,680,000 พิกเซลอัตราขยาย 0.76x
  • บันทึกวิดีโอ 4K 30p 4:2:2 10bit LongGOP และ 4K 60p 4:2:0 8bit
  • โหมด Variable Frame Rate บันทึกวิดีโอ Full HD ได้ตั้งแต่ 2fps – 180fps
  • มีโหมด Anamorphic 4K(4:3) สำหรับใช้กับเลนส์ Anamorphic
  • Joystick สำหรับเลื่อนจุดโฟกัส
  • Wi-Fi ในตัว IEEE 802.11 a/b/g/n/ac ความถี่ 2.4GHz และ 5GHz
  • Bluetooth LE v4.2(Low Energy)
  • ช่องใส่ SD Card 2 ช่องรองรับ UHS-II ทั้งสองช่อง(Hot swap)
  • บอดี้ทำจากแมกนีเซียมอัลลอยด์
  • มี Weather Sealed กันฝุ่นกันละอองน้ำและทนความเย็น -10 องศาเซลเซียส
  • พอร์ต HDMI แบบ Fullsize, USB-C, MIC, Headphone
  • กลไกชัตเตอร์มีอายุประมาณ 200,000 ครั้ง
  • แบตเตอรี่ DMW-BLF19 ชาร์จเต็มถ่ายได้ประมาณ 410 ภาพ(ทดสอบ CIPA)
  • น้ำหนัก 725 กรัม

Leave a Reply