Rode Wireless Go vs Saramonic Blink 500 รุ่นไหนดีกว่า รุ่นไหนคุ้มกว่า ไมโครโฟนขนาดเล็กในปัจจุบันออกมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ตอนนี้เรียกได้ว่ามีสองรุ่นด้วยกันคือ Rode Wireless Go และ Saramonic Blink 500 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มีความสามารถที่เบียดกันจนแทบจะเหมือนกันเกือบทุกอย่าง แต่นั่นคือ Spec Sheet ที่เราเห็น แต่เดี๋ยวเรามาดูว่าในสองรุ่นนี้ ถ้าจะเทียบกันจริง ๆ มีมุมไหนที่ควรเอามาเทียบ และแต่ละแบรนด์ มุมไหนเขาเก่ง มาดูกันครับ

1. ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการรู้จักกันในเมืองไทย

ภาพลักษณ์ของแบรนด์เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งที่ทำให้กลุ่มลูกค้าเลือกซื้อสินค้าสักตัว ทีนี้มีอยู่สองแบรนด์นี้ซึ่งต้องบอกตรง ๆ ว่า Rode ทำไมโครโฟนระดับ High End มาเยอะเหมือนกัน และอยู่ในตลาดนี้มาอย่างเชี่ยวชาญ ซึ่งช่วงหลัง ๆ Rode มาตีตลาดกลุ่มระดับกลางและระดับเริ่มต้น ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ส่วนทาง Saramonic ก็เป็นแบรนด์ที่ผลิตอุปกรณ์บันทึกเสียงในไลน์ผลิตเทียบชั้นทาง Rode เลยก็ว่าได้ ในเรื่องของสเปคและศักยภาพ ทีนี้ความต่างคือ Saramonic เป็นแบรนด์ที่เราได้ยินชื่อในช่วงหลัง และเริ่มเจาะกลุ่มตลาดระดับเริ่มต้นไปจนถึงกลาง และโปร เรียงลำดับกันประมาณนี้ ทำให้คนที่เป็นกลุ่ม Blogger/YouTuber จะใช้แบรนด์นี้กันเยอะ

ทีนี้ถ้ามองด้านแบรนด์แล้ว Rode จะเป็นที่รู้จักค่อนข้างมากกว่า และภาพลักษณ์ในแบรนด์หลาย ๆ อย่าง คนจะรับรู้มากกว่านั่นเองครับ

สรุป Rode ภาพลักษณ์ค่อนข้างดีกว่า

2. ช่วงราคาที่มีให้เลือก

เรื่องที่สองคือเรื่องราคาเลยแหละ สำหรับ Rode Wireless Go จะมีราคา 7,900 บาท ราคาเดียว เป็นการต่อแบบ 1:1 คือตัวรับ 1 ตัวส่ง 1 ตัว ซึ่งจะแตกต่างจาก Saramonic อย่างชัดเจนเลย เพราะเขาออกแบบรุ่นนี้มาให้แบบว่าสุดจริง

Saramonic Blink จะราคาเริ่มต้นที่ 2,700 บาทเท่านั้น และไปจบที่ 8,900 บาท ซึ่งมีให้เลือกหลายเซ็ตเลยทั้งแบบจะใช้กับมือถือก็ได้ แบบใช้กับกล้องก็ได้ มือถือก็มีหลายพอร์ต ทั้ง iPhone, Android, USB-C ก็มีให้ครบหมดเลย ทำให้มีทางเลือกมากกว่า

นอกจากนี้การรับสัญญาณก็จะมีทั้งแบบ 1 รับ 1 ส่ง และเป็นแบบ 1 ตัวรับ ตัวส่ง 2 ตัว ถ้าใครจะทำรายการสัมภาษณ์หรือทำคอนเทนต์มากว่า 1 คน คือต้องตัวนี้เลย ต้องจบที่ตัวนี้อย่างเดียวเท่านั้น ก็เรียกได้ว่า ยังไง Saramonic เข้า Win เลยจ้า

สรุป Saramonic มีช่วงราคาให้เลือกเยอะ มีทางเลือกมากกว่า

3. ประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ใช้

เทคโนโลยีในการส่งสัญญาณของ Rode Wireless Go และ Saramonic Blink 500 นั้นจะใช้เทคโนโลยีการส่งสัญญาณแบบใหม่คือ 2.4GHz ทั้งคู่ ซึ่งส่งไกลได้ประมาณ 100 เมตรเลย แบบไม่มีสิ่งกีดขวาง ถ้ามีสิ่งกีดขวางก็ได้ 30 เมตร ถือว่าไกลมาก ไกลสุด ๆ และด้วยความสามารถทั้งสองอย่างเหมือนกันนั้นก็ต้องบอกได้ว่า เสมอกันในประเด็นนี้นะจ๊ะ

4. การออกแบบและดีไซน์

ในเรื่องการออกแบบและดีไซน์นั้น จะมีความแตกต่างกันในเรื่องรูปลักษณ์ คือ Rode Wireless Go จะรูปร่างเล็ก และเป็นทรงสี่เหลี่ยมดูกะทัดรัดมาก ต่อเข้ากับหัวกล้องเล็ก ๆ ก็พร้อมใช้งานเลย ส่วน Samamonic Blink 500 เรียกได้ว่า ดีไซน์จะดูอวบกว่าเหมือน Trigger Flash ทำให้ Rode มีการออกแบบค่อนข้างเข้ากับคนทั่วไปมากกว่า (คนทั่วไปที่แบบเคยเห็นครั้งแรก หรือจะซื้อไมค์แยกตัวแรก) Rode จะทำตรงนี้ได้ค่อนข้างดีกว่านั่นเองครับ

สรุป Rode Wireless Go ทำได้โอเคกว่านะ

5. การให้บริการและการรับประกัน

ทั้งสองรุ่นจะเป็นประกันศูนย์ไทยทั้งคู่ อันนี้นับกรณีที่เราซื้อศูนย์ไทยนะ ในกรณีที่ต้องการสอบถามกับทางแบรนด์ ผู้นำเข้า หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ Saramonic จะติดต่อง่ายกว่า รวมถึงการพูดคุยและเปลี่ยนอุปกรณ์ต่าง ๆ Saramonic จากที่เคยสัมผัสด้วยตัวเองนั้น องค์กร Take Care ลูกค้าดี เข้าใจลูกค้าครับ

สรุป Saramonic ติดต่อง่าย มีศูนย์บริการในไทย มีตัวแทนจำหน่ายที่พร้อมให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังการขาย

6. การใช้งานที่เรียบง่าย

ทางด้านการใช้งานทั้ง ทั้งสองรุ่นทำออกมาได้ง่ายเหมือนกัน คือเปิดก็พร้อมเชื่อมต่อเลย และเป็นเทคโนโลยีใหม่ ทั้งคู่สามารถเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น

7. ตัวไหนคุ้มค่ากว่า

ถ้ามองด้านความคุ้มค่าต้องยกให้ Saramonic ครับ เพราะในราคาที่เท่ากับ Rode Wireless Go ทาง Samamonic จะได้ตัวส่งถึง 2 ตัว ตัวรับ 1 ตัว แต่ Rode Wireless Go จะได้แค่ 1:1 คือ ตัวส่ง 1 ตัว ตัวรับ 1 ตัวเท่านั้นครับ

สรุป Saramonic ทำได้ดีกว่าเรื่องความคุ้มค่า

สำหรับใครที่ต้องการซื้อไมโครโฟนทั้ง Rode Wireless Go และ Saramonic Blink สามารถซื้อได้ที่ lnwgadget ครับ ประกันศูนย์ทั้งคู่ และมีการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายด้วยนะ สามารถกดสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านล่างนี้เลย

สั่งซื้อ ​Rode Wireless Go ประกันศูนย์ ราคา 7,900 บาท
สั่งซื้อ Saramonic Blink 500 ประกันศูนย์ ราคาเริ่มต้น 2,700 บาท

บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถ่ายภาพบุคคลสำหรับมือใหม่

0 Shares:
Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You May Also Like
Read More

180 บทความพื้นฐานถ่ายภาพสำหรับมือใหม่ ให้เริ่มต้นได้ง่าย และเลือกอ่านได้สะดวก

180 บทความพื้นฐานถ่ายภาพสำหรับมือใหม่ ให้เริ่มต้นได้ง่าย และเลือกอ่านได้สะดวก ตั้งแต่มีการทำเว็บมาก็มีหลายคนหาบทความไม่เจอเราเลยมีการรวบรวมข้อมูล เทคนิค เเละวิธีการถ่ายภาพ สำหรับผู้เริ่มต้น เเละเป็นการอธิบายเเบบเข้าใจมือใหม่มากที่สุด เข้าใจง่าย ใช้งานได้จริง เห็นผลลัพธ์ได้ เพราะถูกเขียนด้วยใจของเว็บนี้ที่มั่นใจว่าเราก็เข้าใจมือใหม่จริง ๆ นะ
Read More

รีวิว Fuji XT100 กล้องมิลเรอร์เลสฟูจิ ดีไซน์เนี๊ยบ ถ่ายภาพสวย สุดยอดตัวคุ้มแห่งปี

รีวิว Fuji XT100 สำหรับกล้อง Mirrorless Fujifilm ตัวนี้เรียกได้ว่าถูกถามหาตั้งแต่ก่อนการเปิดตัว Fuji XT100 ซะอีก ดังนั้นเราไปดูกันดีกว่าว่า มีข้อดีอะไรบ้าง
Read More

พื้นฐานการถ่ายภาพ ปี 2020 และทุกเรื่องที่มือใหม่ระดับเริ่มต้นควรรู้

พื้นฐานการถ่ายภาพ ปี 2019 พร้อมทั้งรวมเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดองค์ประกอบ เรื่องของกล้อง และเลนส์เบื้องต้น เพื่อให้มมือใหม่สามารถที่จะต่อยอดและศึกษาเพิ่มเติมได้ครับ
Read More

รีวิวกล้อง SIGMA fp กล้อง Mirrorless Full-frame เล็กที่สุดและเบาที่สุดในโลก

รีวิวกล้อง SIGMA fp กล้อง Mirrorless Full-frame เล็กที่สุดและเบาที่สุดในโลก กล้องฟูลเฟรมขนาดพกพา ตัวเเรกของโลกที่เบาที่สุดในโลก มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ ได้ถูกออกแบบมาอย่างเล็กที่สุดและเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เป็นกล้องขนาดเล็กเเต่ประสิทธิภาพสูงด้วยเซ็นเซอร์ 35 มิลลิเมตร แบบฟูลเฟรม จึงเหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบจริงจัง คุณภาพของภาพยอดเยี่ยมขนาด 24.6 เมกกะพิกเซล
Read More

รีวิว Fuji XT30 กล้อง Mirrorless รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Fujifilm

รีวิว Fuji XT30 กล้อง Fujifilm รุ่นใหม่ล่าสุดที่ Fujifilm เพิ่มได้เปิดตัวมา ที่ผ่านมากล้อง Fujifilm X-T10 และ Fujifilm X-T20 ได้รับความนิยมมามากมายแล้วแหละ ซึ่งเหตุผลก็มีหลายจุดด้วยกันคือ ความละเอียด ความคมชัด ประสิทธิภาพของกล้อง ภาพรวมทำได้ดีมาก และมีน้ำหนักเบา
Read More

Fuji XT20 vs Fuji XT30 อะไรดีกว่ากัน มีส่วนไหนที่แตกต่าง และควรซื้อรุ่นไหนดี

Fuji XT20 vs Fuji XT30 เปรียบเทียบกล้องรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ของทาง Fujifilm ว่ารุ่นไหนดีกว่ากัน และมีส่วนไหนที่แตกต่าง เพื่อให้คนที่สนใจได้วิเคราะห์ดูครับว่าควรซื้อรุ่นไหนดีถึงจะเหมาะกับเรามากที่สุด มีอะไรบ้างที่ Fuji XT20 เหมือนกับ Fuji XT30 มีหน้าจอ 3…