Timelapse กับ Hyperlapse ต่างกันยังไง มีกล้องรุ่นไหนที่ถ่ายได้ง่าย ๆ บ้าง ในการถ่ายวิดีโอเราจะเจออยู่เรื่องหนึ่งที่ได้ยินบ่อยคือเรื่องของ Timelapse และ Hyperlapse ซึ่งหลายคนอาจจะแยกไม่ออกว่าทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันยังไง เพราะเป็นการถ่ายวีดีโอแบบเร่งเวลาเหมือนกัน ในวันนี้เราจะอธิบายความแตกต่างของวีดีโอสองอย่างนี้ครับ

Timelapse กับ Hyperlapse ต่างกันยังไง มีกล้องรุ่นไหนที่ถ่ายได้ง่าย ๆ บ้าง

1. การเคลื่อนไหวของมุมกล้องระหว่าง Timelapse และ Hyperlapse ไม่เหมือนกัน

ไม่ว่าจะเป็น Timelapse หรือ Hyperlapse นั้น จะใช้วิดีโอในการนำเสนอที่แตกต่างกัน ตัว Timelapse นั้นจะเป็นวิดีโอที่อยู่กับที่แต่จะถ่ายวิดีโอออกมาให้ถ่ายทอดระยะเวลาที่ผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้เห็นว่าสถานที่นั้นเปลี่ยนแปลงไปไปยังไงนั่นเอง

แต่ในมุมของ Hyperlapse จะเป็น Timelapse เหมือนกัน แต่ว่าจะมีการเคลื่อนไหวของกล้อง ก็คือเป็น Timelapse ที่เคลื่อนที่ได้ ไม่ใช่แค่หมุนกล้อง แต่จะเป็นการเคลื่อนที่ของตัวกล้องเลย ซึ่งจะทำให้เห็นมิติของมุมมองภาพที่เปลี่ยนไป ซึ่งสามารถสร้างความตื่นเต้น น่าสนใจ ให้กับผลงานเราได้มากกว่า

2. วิธีคิดก่อนถ่าย Timelapse และ Hyperlapse ไม่เหมือนกัน

ในการถ่าย Timelapse คือขั้นตอนแบบดั้งเดิมเลยคือ จะต้องถ่ายภาพทีละภาพในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน แล้วนำมาซ้อนหลาย ๆ เฟรมเพื่อให้ได้วีดีโอตามที่กำหนด เช่น วีดีโอเราตั้งเฟรมเรตที่ 24p ก็จะใช้ภาพนิ่งจำนวน 24 ภาพในการทำออกมาเป็นวิดีโอหนึ่งวินาที ถ้าต้องการ Footage ที่ 10 วินาที ก็ต้องถ่ายภาพที่ 240 ภาพเลยทีเดียว และเป็นการถ่ายแบบเว้นช่วงเวลากันด้วยนะ

ส่วนการถ่ายแบบ Hyperlapse จะยากกว่านั้นมาก เพราะต้องเอากล้องตั้งที่ขาตั้งกล้อง แล้วก็ค่อย ๆ เคลื่อนมุมกล้องไปด้วย พร้อมกับถ่าย และต้องถ่ายให้นิ่งด้วยนะไม่งั้นภาพจะดูไม่เนียน ซึ่งถ้าไม่ชำนาญแล้วล่ะก็จะถ่ายได้ยากเอามาก ๆ มือใหม่แทบจะทำไม่ได้เลย เพราะอาศัยความเข้าใจเยอะพอสมควร (แต่มีวิธีทำสำหรับมือใหม่ให้ดูในท้ายบทความ)

Image by Abe Kislevitz

3. เรื่องราวการนำเสนอมีความแตกต่างกัน

วิธีการนำเสนอของ Timelapse นั้นจะเน้น Location เดียวนิ่ง ๆ จะทำให้คนดูเพลินเพลินไปกับช่วงเวลาที่ผ่านไป เช่น ดวงอาทิตย์ตก หรือก้อนเมฆไหลไปอย่างรวดเร็ว

แต่ Hyperlapse จะเน้นความตื่นเต้นมากกว่า จะเน้นมุมมองที่เปลี่ยนไป มิติภาพที่ดูอลังการ ดูตื่นตา และเคลื่อนที่ไปด้วยรวมถึงมีการเร่งเวลาแบบ Timelapse ผสมไปด้วยนั่นเองครับ

4. ระยะเวลาในการถ่ายใช้ต่างกันพอสมควร

สำหรับการถ่าย Timelapse นั้นจะนานกว่าการถ่ายรูปปกติ แต่ว่าไม่ต้องคิดอะไรเผื่อเยอะให้วุ่นวาย ปัจจัยน้อยกว่า แค่ไปถึงสถานที่นั้นก็ตั้งกล้องถ่ายได้เลย ขอแค่กล้องอยู่มุมเดิมตลอดก็พอ เพราะงั้นแล้วระยะเวลาในการถ่าย Timelapse ก็อาจจะยาวมากน้อยขึ้นอยู่กับ Footage ที่เราอยากได้ จะไม่มีอะไรเกินนี้

แต่ถ้าเป็น Hyperlapse จะนานกว่านั้นเยอะ เมื่อเทียบกับ Footage ในระยะเวลาที่เท่ากัน เพราะว่ามีการเคลื่อนที่ของตัวกล้องไปทีละนิด ๆ แล้วก็ต้องตั้งมุมถ่ายให้นิ่งในระดับเดิมทุกครั้ง ยังไม่รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่นคนเดินผ่านไปมาระหว่างที่เราเคลื่อนที่กล้อง จังหวะภาพที่เราต้องถ่ายด้วย

5. การนำไปใช้มีความแตกต่างกัน

แม้ว่าเราอ่านแล้วดูเหมือน Hyperlapse จะดูน่าตื่นตาตื่นใจไปซะทุกอย่าง แต่ ​Timelapse และ Hyperlapse มีการนำไปใช้ต่างกัน และจำเป็นต้องใช้ทั้งคู่ครับ อย่าง Timelapse เราจะให้อารมณ์ของการโฟกัสที่อารมณ์และลักษณะของช่วงเวลาในสถานที่นั้นมากกว่า

แต่ Hyperlapse นั้นจะเน้นความตื่นตาตื่นใจ ซึ่งต้องดูทั้ง Location การเคลื่อนไหวของสิ่งรอบตัว มุมกล้องที่เปลี่ยนต้องน่าสนใจด้วย ดังนั้นถ้าเน้นความตื่นเต้น Hyperlapse จะมีบทบาทที่โดดเด่นพอสมควรเลย

6. กล้องที่ถ่ายทำได้นั้นยังแตกต่างกันอยู่นะ

สุดท้ายเลยคือการถ่ายวิดีโอทั้งสองแบบนั้นยากนะสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าจะถ่ายง่าย ๆ ควรใช้ DJI OSMO Action หรือ GoPro Hero 7 Black ครับ สำหรับการถ่าย Timelapse และ Hyperlapse ซึ่ง Hyperlapse ของ GoPro Hero 7 Black นั้นจะเรียกว่า TimeWarp ซึ่งยกกล้องเดินถ่ายเลยก็ได้ Hyperlapse เจ๋ง ๆ แล้วครับ

ส่วน Timelapse นั้นกล้องทั้งสองตัวนี้สามารถถ่ายได้ง่าย ๆ เหมือนกัน ถ้าใครอยากเป็นเจ้าของก็สามารถซื้อได้ที่ lnwgadget เลยครับผม

สั่งซื้อ GoPro Hero 7 Black (SET A) ประกันศูนย์ร้าน lnwgadget ราคา 12,500 บาท ได้ของยกชุดเลย
สั่งซื้อ DJI OSMO Action ประกันศูนย์ร้าน lnwgadget ราคา 12,000 บาท

รวมบทความท่องเที่ยวและถ่ายภาพที่น่าสนใจ

Leave a Reply