fbpx

เคล็ดลับบันทึกเสียงด้วยมือถือสำหรับงานวิดีโอและการทำคอนเทนต์

เคล็ดลับบันทึกเสียงด้วยมือถือสำหรับงานวิดีโอและการทำคอนเทนต์ คอนเทนต์ตอนนี้เราจะมาเรียนรู้เคล็ดลับสำหรับคนที่ถ่ายวิดีโอด้วยมือถือและการทำคอนเทนต์ครับ ผมมั่นใจว่าหลายคนก็เลือกที่จะใช้กล้องมือถือในการถ่ายวิดีโอพร้อมทั้งบันทึกเสียงไปด้วย และเสียงก็เป็นปัจจัยที่จะทำให้งานวิดีโอของเรานั้นออกมาดูดีได้ ในตอนนี้เราจะมาเรียนรู้พร้อมกันครับว่าควรทำยังไงถ้าอยากให้เราได้เสียงที่ดี

เคล็ดลับบันทึกเสียงด้วยมือถือสำหรับงานวิดีโอและการทำคอนเทนต์

1. ควรใช้ไมโครโฟนแบบแยก และเลือกใช้ไมโครโฟนให้เหมาะสมกับงาน

สิ่งแรกที่ต้องทำคือเราต้องใช้ไมโครโฟนแบบแยกเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าไมโครโฟนที่มากับมือถือครับ ยังไงส่วนนี้ก็ช่วยให้เสียงของเราดีขึ้นทันทีแน่นอน แต่การเลือกใช้ไมโครโฟนมาใช้ก็ต้องเลือกให้เหมาะสมเหมือนกัน ผมขอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้หลาย ๆ ท่านเอาไปต่อยอดได้ตามนี้นะครับ

ไมโครโฟน Wireless จะใช้งานง่ายที่สุด และมีแบบที่เป็น Port ตรงสำหรับมือถือของเราไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือ Android อีกทั้งการตั้งค่ายังง่ายด้วยครับ นอกจากนี้ไมโครโฟน Wireless หลายตัวจะมีตัวส่งสัญญาณที่เป็น Built In Microphone ในตัว เราเปิดติดก็พร้อมอัดเสียงลงวิดีโอได้เลย ติดตั้งก็ง่าย

ถ้าหากจะใช้ไมโครโฟนอื่น ๆ เช่น แบบ Shotgun ควรใช้ในพื้นที่กว้างหน่อย ไม่เหมาะกับห้องแคบเพราะจะมีเสียงสะท้อนเยอะครับ ข้อดีของไมค์แบบนี้จะได้เสียงพูดที่คมชัดและยังมีเสียงบรรยากาศรอบข้างด้วยครับ

ไมโครโฟนแบบหนีบปก ทั้งแบบสายยาว ๆ และแบบที่ต่อเข้ากับ Microphone Wireless อีกที เหมาะกับการใช้บันทึกเสียงพูด หรือการบันทึกเสียงที่เราไม่อยากให้เสียงรบกวนเข้ามาเยอะ การใช้ไมโครโฟนแบบหนีบปก (Lavalier) ช่วยให้เราสะดวก ทำงานได้ง่าย และเป็นไมโครโฟนยอดนิยมครับ

2. ใช้แอพสำหรับถ่ายวิดีโอที่สามารถเช็คระดับการรับเสียงได้

เคล็ดลับอย่างที่สองคือการใช้แอพถ่ายวิดีโอที่สามารถเช็คระดับเสียงได้ จะมีหลายแอพพลิเคชั่นมาก ๆ ยกตัวอย่าง Flimic Pro หรือแอพอื่น ๆ ที่เราถนัด ซึ่งการที่เราเห็นระดับเสียงจะทำให้เรารู้ได้เลยว่าเสียงที่ได้นั้นเข้ามาดังหรือเบา พร้อมทั้งยังทำให้เราสังเกตได้ว่ามีเสียงบรรยากาศรบกวนมากน้อยแค่ไหนด้วย

3. ให้ระดับการบันทึกเสียงอยู่ที่ -12dB 

เคล็ดลับที่สามคือการบันทึกเสียงให้อยู่ที่ -12dB ซึ่งจะเป็นการบันทึกเสียงในระดับที่พอดีมาก ๆ เสียงคมชัด ไม่แตกพร่า สามารถเอาเสียงไป Process ต่อได้ เช่น เอาไปทำ Bass Boost หรือปรับโทนเสียงในงานวิดีโอได้

4. ติดตั้งไมโครโฟนไว้ในจุดที่เหมาะสม

สิ่งสำคัญต่อมาก็คือการติดตั้งไมโครโฟนไว้ในจุดที่เหมาะครับ ไมโครโฟนเนี่ยไม่ใช่ว่าเราติดใกล้ปากแล้วเสียงจะดีเลย คือมันมีระดับที่เหมาะสมกับการทำงานอยู่

ไมโครโฟนแบบ Wireless ที่เป็นไมค์ Built In เราควรติดไมโครโฟนบริเวณหน้าอก เพราะเสียงพูดของเราตอนเข้าไปที่ไมโครโฟนก็ได้ความดังที่พอดีและเหมาะสม ถ้าหากว่า Wireless Microphone ติดไมโครโฟน Lavalier ไปด้วย (ไมค์หนีบปก) ก็ควรจะติดเหนือระดับหน้าอกขึ้นไปอีกหน่อยครับ เพราะการรับเสียงของไมค์หนีบปกจะมีระยะที่แคบกว่าไมค์ Built In เล็กน้อยครับ

ส่วนคนที่ใช้ไมโครโฟนแบบ Shotgun สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมคือพื้นที่กว้าง ไม่มีเสียงสะท้อน (ไม่เหมาะกับห้องแคบ ๆ) นอกจากนี้ขนาดของไมค์ Shotgun ที่เหมาะกับมือถือจะมีขนาดที่เล็ก ระยะรับเสียงจะใกล้ ดังนั้นก็ควรตั้งกล้องไม่ห่างจากผู้พูดมากเกินไปครับ

5. ฝึกปรับแต่งคุณภาพเสียงในขั้นตอนการตัดต่อ เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ต่อมาก็คือเราควรฝึกปรับแต่งคุณภาพเสียงในขั้นตอนตัดต่อด้วยครับ ซึ่งส่วนใหญ่เราสามารถปรับได้ตั้งแต่ลดเสียงรบกวนลง (แต่ไม่ควรทำเยอะครับ คุณภาพเสียงอาจจะดรอปลงได้) หรือจะเป็นการเพิ่มเนื้อเสียงพูดให้มีความโดดเด่นขึ้น

การที่เราบันทึกเสียงมาได้ดีแล้ว และสามารถปรับแต่งเสียงได้ดี ก็ยิ่งช่วยให้เราได้ลักษณะของเสียงที่เหมาะสมกับคอนเทนต์เราได้มากขึ้นครับ ส่วนนี้ยังไงก็ควรฝึกด้วยนะครับ

พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถ่ายภาพได้ที่ PHOTOSCHOOLTHAILANDรวมบทความเกี่ยวกับการตั้งค่ากล้องสำหรับมือใหม่และการใช้โหมดต่าง ๆ

Start typing and press Enter to search

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save