fbpx

เปรียบเทียบ GoPro Hero 9 Black vs iPhone 11 ในการถ่ายภาพนิ่งเเละวิดีโอ

เปรียบเทียบ GoPro Hero 9 Black vs iPhone 11 ในการถ่ายภาพนิ่งเเละวิดีโอ GoPro Hero Black 9 และ iPhone 11 มีคุณสมบัติที่คล้ายกันในด้านคุณสมบัติเรื่องการถ่ายภาพเเละวิดีโออยู่หลายอย่าง ทั้งความคมชัดของภาพ การที่ให้เลนส์ใช้งานหลายตัว ระะบบกันสั่น เพื่อรองรับการทำงานในการถ่ายภาพเเละวิดีโอ โดยในวันนี้เราจะมาเปรียบเทียบกันดูว่าในเรื่องความสามารถในการถ่ายภาพนิ่งและการถ่ายวิดีโอของ GoPro Hero 9 Black vs iPhone 11 มีอะไรเหนือกว่ากันบ้าง

เปรียบเทียบ GoPro Hero 9 Black vs iPhone 11 ในการถ่ายภาพนิ่งเเละวิดีโอ

ความสามารถด้านการถ่ายภาพนิ่ง 

GoPro Hero 9 Black ถ่ายเซลฟี่ได้เหมือน iPhone 11 

iPhone 11 มีกล้องหน้าความละเอียด  12 ล้านพิกเซล ถ่ายเซลฟี่ได้สวย พร้อมฟีเจอร์ถ่ายภาพเซลฟี หน้าสวยเรียบเนียนอัตโนมัติ ซึ่ง GoPro Hero 9 Black ก็ทำได้เช่นกัน เพราะในรุ่นนี้ GoPro Hero 9 Black มีจอหน้ามาให้ เซลฟี่ได้  จอสีอีกด้วยโดยความละเอียดภาพสูงถึง 20 ล้านพิกเซลถือว่าคุณสมบัติภาพสูงเทียบเท่ากับกล้องมิลเลอร์เลสในยุคนี้เลยนะ เหมาะสำหรับ vlogger ที่จะต้องดูตำเเหน่งของตัวเองบนหน้าจอ พร้อมกับการ vlog เเละเดินไปด้วยรีวิวไปด้วย ที่สนุกขึ้นก็คือปรับจอด้านหน้าให้เป็น 16:9 พร้อมแสดงการตั้งค่าช่วยให้เราถ่าย VLOG ได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย

การบันทึกภาพนิ่งของ GoPro Hero 9 Black ให้ความละเอียดภาพสูงกว่า iPhone 11 เกือบเท่าตัว

การบันทึกภาพนิ่งของ iPhone 11 ทำได้ดีให้ภาพสวย คมชัด รายละเอียดสีสันชัดเจน ซึ่งมีความละเอียดภาพนิ่งกล้องหน้าและกล้องหลังของ iPhone อยู่ที่ 12 ล้านพิกเซลก็ถือว่าทำได้สวยเเล้ว เเต่ความละเอียดภาพของ GoPro Hero 9 Black อยู่ที่  20 ล้านพิกเซล ความละเอียดมากกว่ากล้องไอโฟนถึงเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว 

GoPro Hero Black 9 ให้มุมมองจากเลนส์ที่มากกว่า iPhone 11 โดยใช้เลนส์หลายตัว ถ่ายภาพได้หลายมุมมอง หลายอารมณ์ มีมาให้ใช้อยู่ 4 ระยะ คือ SuperView, Wide, Linear, Narrow 

iPhone 11 ก็ไม่ได้มีเเค่เลนส์เดียวนะ เพราะมีมาให้ถึงสามเลนส์สามแบบ อัลตร้าไวด์ รูรับแสงขนาด ƒ/2.4, ไวด์ รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 และเทเลโฟโต้ รูรับแสงขนาด ƒ/2.0 ซึ่งผู้ใช้งาน สามารถเลือกได้ว่าจะถ่ายภาพด้วยเลนส์ตัวไหน เพื่อให้ได้มุมมองภาพอย่างที่ต้องการ ถือว่า iPhone 11 ทำได้เทียบกับกล้องโปรได้เลย 

ซึ่ง GoPro Hero 9 Black ก็ตอบโจทย์การใช้งานการถ่ายภาพนิ่งเเบบหลายมุมมองเช่นกัน โดยนอกจากจะให้ภาพความละเอียดเเบบ 20 ล้านพิกเซลพร้อมโหมด Super Photo + HDR เลนส์ก็ถูกใส่มาให้ใช้อยู่ 4 ระยะ คือ SuperView, Wide, Linear, Narrow ก็เพื่อรองรับการทำงานที่ครบถ้วนในหลาย ๆ ด้าน

GoPro Hero Black 9 รองรับการถ่ายภาพในที่เเสงน้อย ถ่ายภาพย้อนเเสงได้สวย รองรับ Raw file นำไฟล์ที่ได้ Process ต่อในซอฟต์เเวร์เพื่อ Grading สีได้ ซึ่ง iPhone 11 ก็ทำได้เเต่ยังมีข้อจำกัดเมื่อใช้เลนส์เทเลโฟโต้

กล้องของ iPhone 11 สามารถที่จะถ่ายในที่เเสงน้อยได้ ชดเชยเเสงได้ดี ทำงานได้อย่างอัตโนมัติ ทั้งยังรองรับการบันทึกภาพด้วย Raw file อีกด้วย เเต่ก็ดูเหมือนว่ามีข้อจำกัดที่กล้องเทเลโฟโต้ของ iPhone 11 ไม่สามารถบันทึกเเบบ Raw file ได้ 

GoPro Hero 9 Black เก็บรายละเอียดได้ดี ความละเอียดสูงถึงเเม้จะถ่ายในที่เเสงน้อยก็เก็บรายละเอียดส่วนมืดส่วนสว่างได้ดี ทุกเลนส์ถ่ายภาพได้คมชัด รายละเอียดสูงทั้งยังบันทึกผลได้เเบบ Raw file อีกนะ จึงสามารถนำไฟล์ที่ได้ไปเข้ากระบวนการเเต่งภาพ  Grading สีได้ในซอฟต์เเวร์มืออาชีพได้เลย

GoPro Hero Black 9 มีระบบกันสั่นเเบบ Hypersmooth 3.0 เเละ Horizon leveing เพื่อช่วยให้ถ่ายภาพได้นิ่งเเละจัดระดับขอบฟ้าให้ตรง ถึงเเม้จะถ่ายภาพตอนเคลื่อนไหวก็ตาม ส่วน iPhone 11 มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่แบบออปติคอล

iPhone 11 ป้องกันการภาพเบลอที่เกิดจากการสั่นหรือเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน เพื่อให้ถ่ายภาพได้ชัดเจน ไม่เบลอด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่แบบออปติคอลทำให้ถ่ายภาพง่ายขึ้น เดินไปคุยไปถ่ายภาพไปก็ทำได้ เเต่สำหรับการเคลื่อนไหวที่หนักหน่วงอาจจะยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่แต่ iPhone 11 ก็ทำมาด้วยความใส่ใจผู้ใช้งานเลยนะ 

ส่วน GoPro Hero Black 9 รองรับการทำงานเเบบความเป็นกล้องเเอคชันมีระบบกันสั่นเเบบ Hypersmooth 3.0 เเละ Horizon leveing เพื่อช่วยให้ถ่ายภาพได้นิ่งเเละจัดระดับขอบฟ้าให้ตรงอีกด้วย

ความสามารถด้านการถ่ายวิดีโอ

GoPro Hero 9 Black ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 5K @30 fps เเต่ก็ยังสามารถถ่ายที่ความละเอียด [email protected] และยังถ่ายวิดีโอแบบ Full HD เฟรมเรตสูงได้ที่ 240 เฟรมต่อวินาที ได้อีกด้วย ส่วน iPhone 11 บันทึกวิดีโอที่ความละเอียดระดับ [email protected] fps,30 fps หรือ 60 fps รองรับวิดีโอสโลว์โมชั่นความละเอียด 1080p ที่ 120 fps หรือ 240 fps

iPhone 11 ให้ความสามารถด้านการบันทึกวิดีโอได้ดีมากพอสมควร บันทึกวิดีโอที่ความละเอียดระดับ [email protected] fps,30 fps หรือ 60 fps รองรับวิดีโอสโลว์โมชั่นความละเอียด 1080p ที่ 120 fps หรือ 240 fps ซึ่งถือว่าได้คุณสมบัติของกล้องโปรมาไว้ในมือถือเลยล่ะ จะเอาไฟล์ไปตัดต่อ เเต่งสีเอาไว้ลง YouTube หรือทำงานเเบบ Cinematic ได้สบายเลย

GoPro Hero 9 Black ก็ตอบโจทย์การถ่ายวิดีโอได้ดีเช่นกัน เเต่ที่เหนือกว่าก็คือถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 5K @30 fps เเต่ก็ยังสามารถถ่ายที่ความละเอียด [email protected] 60fps และยังถ่ายวิดีโอแบบ Full HD เฟรมเรตสูงได้ที่ 240 เฟรมต่อวินาที ซึ่งการถ่ายเเบบ 5K  ก็ช่วยให้เราจัดการกับไฟล์วิดีโอที่อยากจะครอป หรือเลือกบางส่วนของภาพมาก็ตัดได้ โดยยังคงให้ความละเอียดสูงที่เอาไปใช้งานได้ดีเหมือนเดิม 

จะถ่ายวิดีโอภาพก็ชัดสวยคม จะดึงสโลว์โมชั่นก็ให้ความละมุนเลยล่ะ  ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งเราสามารถเลือกตั้งค่าเป็นพรีเซ็ตแยกได้เพื่อให้เรียกใช้งานได้สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องตั้งค่าการทำงานใหม่ทุกครั้ง

GoPro Hero Black 9 มีระบบกันสั่นเเบบ Hypersmooth 3.0 เเละ Horizon leveing ป้องกันภาพสั่นไหวถึงเเม้จะเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง ซึ่ง iPhone 11 ก็มีระบบป้องกันภาพวิดีโอสั่นไหวเหมือนกันในคุณภาพระดับภาพยนตร์ (4K, 1080p และ 720p)

iPhone 11 มีระบบป้องกันภาพวิดีโอสั่นไหวเหมือนกันในคุณภาพระดับภาพยนตร์ (4K, 1080p และ 720p) จึงช่วยให้การถ่ายวิดีโอทำได้สมูทเเละเรียบลื่น ไม่สั่นไหวเหมาะสำหรับ  Vlogger และ YouTuber ที่ต้องทำงานเเบบรีวิวท่องเที่ยว เดินไปพูดไปได้ ซึ่งก็เเน่นอนอยู่เเล้วว่าเรื่องกันสั่นของ GoPro Hero Black 9 Hypersmooth 3.0 ทำได้ดีมาก ถึงเเม้จับเหวี่ยงหรือติดหน้ารถมอร์เตอร์ไซค์วิบากที่เคลื่อนที่ด้วยเเรงสั่นสะเทือนมาก ๆ วิดีโอก็ยังนิ่งโดยไม่ต้องใช้กิมบอลกันสั่นเลย ทั้งยังมี Horizon leveing  ที่จะปรับระดับเส้นขอบฟ้าให้ตรง ถึงเเม้ตำเเหน่งกล้องตอนถ่ายวิดีโอจะเอียงก็ตาม

วิดีโอไทม์แลปส์ทั้ง GoPro Hero 9 Black และ iPhone 11 ก็ทำได้ทั้งคู่ เเต่ GoPro Hero 9 Black มีฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอสนุก ๆ มาให้อีกเยอะเลย

ฟีเจอร์ไทม์แลปส์เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ออกเเบบเเละสร้างสรรค์งานวิดีโอให้เเปลกใหม่มากขึ้น สร้างความตื่นเต้น สวยงามเเละน่าสนใจ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ชมได้ดี ซึ่ง GoPro Hero 9 Black และ iPhone 11 ก็สามารถทำ ไทม์แลปส์ได้เหมือนกัน โดย GoPro Hero 9 Black มี TimeWarp 3.0 และ Timelapes สำหรับการถ่ายวิดีโอแบบเร่งเวลา เเละยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ทำให้ถ่ายวิดีโอสนุกและมีคุณภาพสูงขึ้น เช่น ปรับการถ่ายวิดีโอแบบบิตเรตสูงสุด 100 Mbpsให้ความละเอียดแบบสูงสุดสำหรับงานวิดีโอมืออาชีพ 

GoPro Hero 9 Black มีโมโครโฟนสามตัว บันทึกคุณภาพเสียงแบบ Raw Audio ปรับเเต่งเสียงได้เเบบโปรสำหรับงานวิดีโอระดับมืออาชีพ ซึ่ง iPhone 11 ก็ได้เสียงคุณภาพดีเเต่อาจจะต้องมีไมค์เสริม เพื่อให้เก็บเสียงได้ดีขึ้น 

iPhone 11 ก็ออกเเบบมาเพื่อให้ใช้ทำงานวิดีโอได้ดีเลยนะ ทั้งภาพที่คมชัด สีสันสวยงาม ส่วนคุณภาพเสียงก็ทำได้ดี โดยถ้าจะต้องการเสียงที่ดีกว่าก็เพียงเเค่ต่อกับไมโครโฟนคุณภาพสูงเข้าไปได้

ซึ่ง GoPro Hero 9 Black จะรองรับการทำงานวิดีโอระดับที่จริงจังมากขึ้น มีโมโครโฟนมาให้ 3 ตัว 3 จุดเพื่อรับเสียงได้รอบด้าน ทั้งยังบันทึกคุณภาพเสียงแบบ Raw Audio ปรับเเต่งเสียงได้เเบบโปรสำหรับงานวิดีโอระดับมืออาชีพ 

GoPro Hero 9 Black สามารถ Live Streaming แบบ Full HD บน Social Media ได้ทันทีเรื่องนี้ iPhone 11 ก็ทำได้ดีอยู่เเล้ว

การ Live Streaming เป็นไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ด่วนหรือเรื่องที่อยากคุย อยากเล่าผ่านโซเชียลมีเดีย ก็ทำได้ทันที ซึ่ง iPhone 11 ก็ทำได้ผ่านสัญญาณของเครือข่ายมือถือ เเละสำหรับ Action Camera อย่าง GoPro Hero 9 Black ก็สามารถที่จะ Live สวย ๆ บน Social Media ได้ทันที ซึ่งโหมดนี้จะให้ความละเอียดมากถึง Full HD เลยครับ

GoPro Hero 9 Black ทนน้ำถึงระดับความลึก 10 เมตร ซึ่ง iPhone 11 ก็ทำได้ถึง 4 เมตรเลยนะ (ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที) 

จริง ๆเเล้วระบบกันน้ำของมือถือและคอมพิวเตอร์ก็ไม่เเนะนำให้ทดสอบ เเต่ก็มั่นใจได้ว่า กันละอองน้ำ หรือทำหลุดลงน้ำ ก็ช่วยป้องกันไม่ให้เครื่องเสียหายได้ซึ่ง iPhone 11ก็สามารถกันน้ำได้ลึก 4 เมตรได้นาน 30 นาที 

GoPro Hero 9 Black เป็นกล้องที่สร้างขึ้นเพื่อให้ทำงานได้ทุกสถานการณ์จึงมีความสามารถที่โดดเด่นในด้านนี้โดยทนน้ำถึงระดับความลึก 10 เมตรโดยไม่ต้องใส่เคสกันน้ำเลยนะ 

อย่างไรก็ตามการเปรียบเทียบที่พูดมาเป็นการเปรียบเทียบคุณสมบัติเฉพาะด้านการถ่ายภาพนิ่งเเละวิดีโอ เเต่ลักษณะการใช้งานหรือคุณสมบัติด้านอื่น ๆ ไม่ได้พูดถึงในการเปรียบเทียบครั้งนี้ ดังนั้นการเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้ใช้เเต่ละคน ว่าลักษณะการใช้งานเป็นอย่างไร เเละเเบบไหนถึงจะเหมาะสมกับงานที่ต้องการ

สำหรับคนที่อยากเป็นเจ้าของสามารถสอบถามได้ที่ LNWGADGET ครับ ราคา 15,999 บาท สินค้าประกันศูนย์ สั่งซื้อได้ที่นี่เลย

พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถ่ายภาพได้ที่ PHOTOSCHOOLTHAILAND

กฏ เคล็ดลับ เเละ เทคนิคการถ่ายภาพและวิดีโอในรูปแบบต่าง ๆ

Yochuwa Samaromhttps://www.photoschoolthailand.com/
Digital Marketing ที่รักการถ่ายภาพ ทำเว็บบล็อกสอนถ่ายภาพฟรี และมีอีกเว็บที่สอนด้านการตลาดฟรี เชื่อว่าการแบ่งปันสิ่งที่เรารู้ จะทำให้เราพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น และรู้จักกับคนที่เก่งกว่าเรามากขึ้นไปอีก

Similar Articles

Comments

7 จุดเด่น DJI OSMO Pocket 2 สำหรับงานวิดีโอ

DJI OSMO Pocket 2 เป็นกล้องถ่ายวิดีโอขนาดเล็กมาก พกพาง่าย จะหยิบขึ้นมาใช้ถ่ายวิดีโอเมื่อไหร่ที่ไหนก็ได้ หยิบขึ้นมาบันทึกความทรงจำหรือช่วงเวลาประทับใจระหว่างการท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ครอบครัว ก็หยิบขึ้นมาบันทึกภาพเเละวิดีโอได้ทันที จึงไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญใช้งานง่าย เเละไม่ยุ่งยาก วันนี้เรามาดู 7 จุดเด่น DJI OSMO Pocket 2 สำหรับงานวิดีโอ ว่ามีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง

รีวิวกล้องวิดีโอ DJI OSMO Pocket 2 ขนาดเล็กพร้อม GIMBAL กันสั่นในตัว ความละเอียดภาพ 64 ล้านพิกเซล วิดีโอ [email protected] FPS ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ

DJI OSMO Pocket 2 กล้องวิดีโอขนาดเล็กพร้อมกันสั่นในตัวรุ่นใหม่ ออกเเบบมาเพื่อให้มีความสามารถสูงขึ้น ทั้งถ่ายภาพเเละวิดีโอเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้งานให้มากขึ้น โดยรุ่นนี้มีเซ็นเซอร์ขนาด 1/1.7 นิ้ว ขนาดที่ใหญ่ขึ้นทำให้ถ่ายภาพได้ชัด รายละเอียดภาพ 64 ล้านพิกเซลจากรุ่นเดิมที่ความละเอียดภาพยู่ที่ 12 ล้านพิกเซลเท่านั้น

พรีวิว DJI OSMO Pocket 2 กล้องวิดีโอขนาดเล็ก พร้อมกันสั่น Gimbal ในตัว ความละเอียดภาพ 64 ล้านพิกเซล วิดีโอ [email protected] fps ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ

พรีวิว DJI OSMO Pocket 2 กล้องกันสั่นที่เปิดตัวไปในปี 2018 ไดัรับความนิยมจากผู้ใช้งาน เเละเป็นผู้นำในตลาดกล้องเล็กมาโดยตลอด เเละในปีนี้ DJI ก็ได้เกิดตัวกล้องกันสั่น DJI OSMO Pocket 2 รุ่นใหม่เป็นกล้องพัฒนามาเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้นอีก