fbpx

เปรียบเทียบกล้อง Insta360 GO 2 vs Insta360 GO เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ?

เปรียบเทียบกล้อง Insta360 GO 2 vs Insta360 GO เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ? หลังจาก Insta360 ได้เปิดตัวกล้องแอคชั่นขนาดเล็กที่สุดออกมา Insta360 GO 2 ที่ขนาดเล็กและติดกล้องได้หลายมุมให้มุมมองวิดีโอที่สวยและแตกต่าง กันน้ำได้ และมีแม่แบบสำหรับการทำงานวิดีโอที่หลากหลาย ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น ซึ่งคุณสมบัติของรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Insta360 GO ก็ทำได้ด้วยเช่นกัน แล้วความแตกต่างระหว่างสองรุ่นนี้คืออะไร เรามาดูเปรียบเทียบกล้อง Insta360 GO 2 vs Insta360 GO เหมือนหรือแตกต่างอย่างไรบ้าง ? 

เปรียบเทียบกล้อง Insta360 GO 2 vs Insta360 GO เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ?

ชื่อที่ใช้และคุณสมบัติที่ใช้เรียกในการตลาดโดดเด่นทั้งคู่ 

Insta360 เป็นผู้ผลิตกล้อง 360 องศาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ด้วยการออกแบบกล้องที่ถ่ายภาพและวิดีโอได้รอบด้านถึง 360 องศา ซึ่งในรุ่น Insta360 GO 2 และ Insta360 GO ก็เป็นรุ่นที่ได้รับการเรียกชื่อละสร้างเอกลักษณ์ให้กับแต่ละรุ่น ซึ่งรุ่น Insta360 GO 2 ได้ชื่อว่าเป็น “กล้องแอคชั่นที่เล็กที่สุดในโลก” และในรุ่น  Insta360 GO ได้ชื่อว่าเป็น “กล้องกันสั่นที่เล็กที่สุดในโลก”

ขนาดรูปร่างดีไซน์คล้ายกันมากต่างกันที่น้ำหนักเล็กน้อย

ดีไซน์การออกแบบและรูปร่างของ Insta360 GO 2 และ Insta360 GO เป็นกล้องขนาดเล็ก ที่มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมขอบโค้งมน สีพื้นฐานเป็นสีขาว มีกล้องอยู่ปลายด้านหนึ่งและจุดสัมผัสสั่งงานอยู่ปลายอีกด้านหนึ่ง ซึ่งทั้งสองมีความคล้าย ขึ้นถอดแบบกันออกมา แต่ Insta360 GO 2 จะมีส่วนหน้าเลนส์ที่รองรับการใส่ตัวครอบป้องกันเลนส์ด้วย

น้ำหนัก Insta360 GO มีน้ำหนักที่เบากว่าเล็กน้อย Insta360 GO 2 มีน้ำหนัก 26.5 กรัมและ Insta360 GO 18.3 กรัม 

ขนาดเล็กใช้งานคล่อง พกพาไปได้ทุกที่ ติดกล้องตำแหน่งไหนก็ง่ายและสะดวก

Insta360 GO 2 และ Insta360 GO เป็นกล้อง 360 องศา ที่ตอบโจทย์ด้านความคล่องตัว การให้มุมมองภาพที่ตื่นเต้นและหลากหลาย เพราะขนาดที่เล็กทำให้สามารถติดกล้องเข้าตำแหน่งไหน หรือที่ไหนก็ได้

โดยให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้พกกล้องแถบแม่เหล็กที่มากับตัวกล้องสามารถใช้ยึดในพื้นที่เล็กมากได้ หรือจะห้อยคอไว้ เพื่อติดตัวไปได้ทุกที่ ทั้งยังสามารถติดเข้าในพื้นที่ที่จำกัดได้ขณะที่กล้องขนาดใหญ่ทำได้ยาก

ความสามารถในการใช้งานด้านการถ่ายภาพนิ่ง คุณสมบัติของกล้องต่างกันไม่มาก แต่ Insta360 GO 2 รองรับการบันทึกไฟล์แบบ .raw จึงสามารถนำไฟล์ไปตกแต่งเพิ่มด้วยซอฟต์แวร์แต่งภาพระดับมืออาชีพได้

Insta360 GO 2 และ Insta360 GO ให้ความละเอียดภาพสูงสุดประมาณ 3 ล้านพิกเซล จึงให้รายละเอียดของภาพได้พอดีกับการนำภาพเพื่อไปใช้ลงบนโซเชียลมีเดีย รูรับแสงของ Insta360 GO 2 และ Insta360 GO เกือบเท่ากันโดยมีรูรับแสง 2.2 และ 2.1 จึงชดเชยแสงในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ 

Insta360 GO 2 และ Insta360 GO มีความสามารถในการถ่ายก่อนเลือกทีหลังและปรับขนาดภาพได้ ทั้งแบบ 1:1, 16:9 และ 9:16 

การบันทึกไฟล์ภาพของ Insta360 GO 2 รองรับการบันทึกไฟล์แบบ .raw จึงสามารถนำไฟล์ไปตกแต่งเพิ่มด้วยซอฟต์แวร์แต่งภาพระดับมืออาชีพได้ ซึ่ง Insta360 GO บันทึกไฟล์เป็นแบบ .jpg ยังไม่รองรับการทำงานกับ .raw แต่ก็สามารถใช้ไฟล์เพื่ออัพลงโซเชียลได้ทันทีเช่นกัน

ความสามารถในการใช้งานด้านการถ่ายวิดีโอ Insta360 GO 2 เหนือกว่าด้านความละเอียดของวิดีโอและการรองรับ Video Coding แบบ H.264 ใช้งาน ไทม์แลปส์ ไฮเปอร์แลปส์และสโลว์โมชั่น ได้ทั้งคู่

Insta360 GO 2 ให้ความละเอียดของวิดีโอที่ [email protected] บันทึกไฟล์เป็น MP4 ที่บิทเรท 80Mbps รองรับ Video Coding แบบ H.264 จึงใช้ไฟล์วิดีโอที่ได้ปรับแต่งสี ทำการเกรดดิ้งสีบนโปรแกรมแต่งภาพสำหรับมืออาชีพได้ ส่วน Insta360 GO ให้ความละเอียดของวิดีโอที่ [email protected]บันทึกไฟล์เป็น MP4 ที่บิทเรท 40Mbps 

ทั้ง Insta360 GO 2 และ Insta360 GO มีฟีเจอร์และผู้ช่วยในการใช้งานวิดีโอมีให้เลือกใช้หลากหลายเพื่อการทำงานที่ง่ายขึ้นให้ผลงานแบบมืออาชีพ มีกันสั่น 6 แกนช่วยให้การถ่ายวิดีโอง่าย ไม่สั่นไหว

ได้คุณภาพงานวิดีโอสูง ทั้งยังมีมุมมองวิดีโอที่น่าตื่นเต้นและสะดุดตาด้วยการนำเสนอแบบไทม์แลปส์ ไฮเปอร์แลปส์และสโลว์โมชั่น

เส้นขอบฟ้าปรับได้อัตโนมัติบน Insta360 GO 2 เหวี่ยงแค่ไหนภาพก็ไม่เอียง

ไม่ว่าจะเอียงหรือถ่ายภาพด้วยจังหวะการถ่ายที่หนักหน่วงแค่ไหน หรือเหวี่ยงแขนมากแค่ไหนเส้นขอบฟ้าก็ยังตรงทำให้ภาพดูแล้วไม่เอียงตาม ให้ภาพที่ดูดีและมีคุณภาพเพราะ Insta360 GO 2 มีการปรับระดับของขอบฟ้าให้ตรงได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งคุณสมบัตินี้ยังไม่มีบน Insta360 GO 

กล้องไม่กลัวน้ำ กันน้ำได้ Insta360 GO 2 กันน้ำลึกได้ถึง

จะถือลุยน้ำตากฝนก็ไม่กลัวเปียก ใช้ถ่ายภาพได้ทุกสถานการณ์ ทั้ง Insta360 GO 2 และ Insta360 GO มีคุณสมบัติกันน้ำทั้งคู่ แต่ Insta360 GO 2 ภาพใต้น้ำได้กันน้ำลึกได้ 4 เมตรจึงให้มุมมองภาพที่น่าตื่นเต้น

ทั้งยังมีฟีเจอร์ปรับภาพชัดเจนขึ้นด้วย AquaVision ที่เก็บรายละเอียดสีสันและแสงใต้น้ำได้อย่างสวยงาม

ระยะเวลาในการใช้งานของ Insta360 GO ใช้งานได้นานกว่าซึ่งสามารถใช้งานได้นานถึง 60 นาที

Insta360 GO 2 และ Insta360 GO มีเคสที่เป็น Charging case จึงชาร์จไฟได้ทันทีเมื่อเก็บเข้ากล่อง ซึ่งปกติแล้ว Insta360 GO จะสามารถใช้งานได้ 60 นาทีและเมื่อนำกลับไปชาร์จในเคส ช่วยยืดเวลาใช้งานได้ และ Insta360 GO 2 ใช้งานได้นาน 30 นาที แต่เมื่อนำกลับเข้าไปชาร์จในเคส สามารถยืดเวลาใช้งานได้มากที่สุดถึง 150 นาที

เคสทำงานได้อย่างอเนกประสงค์ ทั้งป้องกันกล้อง ชาร์จไฟ และเคสของ Insta360 GO 2 เป็นรีโมท กางออกเป็นขาตั้งได้ด้วย

เคสใส่ Insta360 GO 2 และ Insta360 GO ทำงานได้อเนกประสงค์เป็นได้ทั้งกล่องเก็บกล้องและแท่นชาร์จโดยเอากล้องกลับใส่ในเคสกล้องก็จะได้รับการชาร์จเองอัตโนมัตัซึ่ง และเคสของ Insta360 GO 2 ยังทำหน้าที่เป็นรีโมทคอนโทรลที่มีระยะทำงานถึง 10 เมตรและยังกางออกเป็นขาตั้งในตัวได้อีกด้วย 

การปรับแต่งเพื่อให้แสดงตัวตนของผู้ใช้มากที่สุด Insta360 GO 2 ปรับแต่งสีสันและลวดลายได้ มีให้เลือกเพื่อให้เข้ากับตัวตนของผู้ใช้งาน

ความพิเศษของ Insta360 GO 2 คือเลือกลวดลายและสีสันของกล้องเพื่อแสดงตัวตนได้อย่างที่ต้องการ เพียงเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์และเข้าไปเลือกซื้อก็สามารถเลือกสีและลวดลายที่ต้องการได้ เพื่อให้กล้องบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้มากที่สุด

สนใจสั่งซื้อ Insta360 GO ราคา 5,432 บาท หรือ
Insta360 GO 2 ราคา 10,499 บาท
ติดต่อสอบถามขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LNWGADGET ได้เลยครับ

พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถ่ายภาพได้ที่ PHOTOSCHOOLTHAILAND

Yochuwa Samaromhttps://www.photoschoolthailand.com/
Digital Marketing ที่รักการถ่ายภาพ ทำเว็บบล็อกสอนถ่ายภาพฟรี และมีอีกเว็บที่สอนด้านการตลาดฟรี เชื่อว่าการแบ่งปันสิ่งที่เรารู้ จะทำให้เราพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น และรู้จักกับคนที่เก่งกว่าเรามากขึ้นไปอีก

Similar Articles

Comments

7 เหตุผลที่ Video Creator ควรมี Nanlite Compac ไว้ใช้งาน

ไฟ Nanlite Compac เป็นไฟที่มีซีรีย์ให้เลือกใช้งานเพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานได้ โดยมีขนาดที่แตกต่างกัน และมีทั้งรุ่นที่ให้สีของไฟแบบกลางวัน Daylight และ รุ่นที่เปลี่ยนสีได้ โดยทั้งสองรุ่น มีให้เลือกใช้ตามขนาดและความเหมาะสมของงาน โดยมีตั้งแต่ขนาดเล็ก กำลังไฟน้อย ไฟจนถึงรุ่นที่มีกำลังไฟสูงและเป็นแผงไฟขนาดใหญ่ โดยไม่ว่ารุ่นไหนของ Nanlite Compac จะมีความพิเศษคือความเบาและบางของไฟ จึงช่วยประหยัดพื้นที่ในการทำงาน รวมถึงน้ำหนักไม่เป็นภาระต่อการทำงานอีกด้วย  7 เหตุผลที่ Video Creator ควรมี...

5 ข้อดีที่ Nanlite MixPad II ทำให้งานภาพและวิดีโอสมจริงมากขึ้น

Nanlite MixPad II เป็นไฟสตูดิโอที่มีขนาดเล็ก เบาและบาง พกพาใช้งานได้สะดวกจะถือหรือใส่ขาตั้ง หรือจะพาพาเพื่อเดินทางไปทำงานทั้งต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ก็ไม่เป็นภาระด้านน้ำหนัก ถ้าได้นาน ไม่ร้อนมี ต่อเข้าใช้งานกับอุปกรร์อื่นเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานได้มากขึ้นได้ด้วยเม้าท์ 1/4"-20 ที่ต่อเข้ากับอุปกรณ์ทั้งกล้องถ่ายภาพ ใช้งานได้กับ Light modifier เลือกระดับแสงนุ่มได้ตามที่ต้องการ ทั้งยังมีระบบไฟ แสง สี การเปลี่ยนแสงสีเพื่อรองรับการทำงานและเอฟเฟกต์แสงแบบต่าง ๆ เพื่อช่วยให้งานภาพและวิดีโอ สวยงามสมจริงมากขึ้น  5...

5 เหตุผลทำไม Nanlite MixPad II จึงเหมาะสำหรับงานสตูดิโอ

Nanlite Mixpad II เป็นแผงไฟขนาดเล็กที่เหมาะสำหรับการให้แสงสว่างในสตูดิโอทั้งงานภาพนิ่งและวิดีโอ มีสองรุ่นเพื่อให้เลือกใช้งานได้ตอบโจทย์การทำงานมากที่สุด ทั้งรุ่น 11C และ 27C โดยแตกต่างกันที่ขนาดของแผงไฟ ใช้ในการถ่ายบุคคล ภาพอาหารหรือสินค้า เครื่องสำอาง เสื้อผ้า งานศิลปะ งานรีวิวสินค้า งานสัมภาษณ์และงานถ่ายทำภาพยนตร์ รองรับการทำงานที่คล่องตัว ทั้งในและนอกสตูดิโอ  5 เหตุผลทำไม Nanlite MixPad II จึงเหมาะสำหรับงานสตูดิโอ 1.น้ำหนักเบา...