fbpx

โหมดวัดแสง การวัดแสง และ ระบบวัดแสง ฉบับมือใหม่เข้าใจง่าย เลือกใช้ได้ไม่พลาด

โหมดวัดแสง การวัดแสง และระบบวัดแสง ของกล้อง เป็นยังไง คืออะไร แล้วเราควรเลือกแบบไหน เรื่องเหล่านี้มักสร้างความกังวลใจให้กับคนที่เพิ่งเริ่มถ่ายภาพ ในวันนี้เรามาหาคำตอบแบบเข้าใจง่าย ๆ กัน ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจภาพรวมง่ายขึ้น และเลือกใช้โหมดวัดแสงอย่างถูกต้องครับ

ทำไมเรื่อง โหมดวัดแสง ถึงมีความสำคัญ ?

การวัดแสงที่ถูกต้องสามารถที่จะทำให้ภาพเนี่ยได้รายละเอียดตรงตามใจเราทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสีสัน เงา และพื้นผิวที่น่าสนใจ ทำให้ภาพของเราไม่สว่างไป ไม่ทำให้เราภาพมืดไป ได้แสงโอเคที่สุด ตอนนี้ผมเชื่อว่าคนที่เริ่มต้นถ่ายภาพจะมีปัญหากับเรื่องนี้มาก เพราะไม่รู้ว่าควรจะเลือกโหมดไหน และจะเข้าใจภาพรวมแต่ละโหมดวัดแสงได้ยังไง เดี๋ยวเรามาดูทีละเรื่องกันเลย

โหมดวัดแสง, การวัดแสง, ระบบวัดแสง, วิธีการวัดแสงให้ถูกต้อง, กล้องถ่ายรูป, Mirrorless, พื้นฐานการถ่ายภาพ

1. Matrix Metering โหมดวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพถ่ายของเรา

โหมดวัดแสงแบบนี้จะเป็นโหมดวัดแสงที่เราใช้บ่อยที่สุดแล้วก็ง่ายที่สุด ซึ่งผมแนะนำให้คนที่เริ่มต้นถ่ายภาพใช้ คือการที่เราเลือกวัดแสงเฉลี่ยจากทั้งภาพครับ เพื่อให้ได้ค่าแสงที่ดูพอดีกับทั้งภาพมากที่สุด สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มวัดแสงที่โหมดไหน ผมแนะนำให้เริ่มที่โหมดนี้ก่อนจะดีที่สุดครับ และใช้ได้กับภาพทุกแบบ

โหมดวัดแสง, การวัดแสง, ระบบวัดแสง, วิธีการวัดแสงให้ถูกต้อง, กล้องถ่ายรูป, Mirrorless, พื้นฐานการถ่ายภาพ

2. Center-Weight Metering โหมดวัดแสงเฉลี่ยที่กลางภาพ

ในโหมดนี้กล้องจะวัดข้อมูลแสงตรงกลางของภาพ ข้อมูลแสงส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากตรงกลางของภาพก็เก็บเข้าไปนะ เพียงแต่จะให้ความสำคัญน้อยลง การตั้งค่านี้จะทำให้กล้องโฟกัสไปที่การวัดแสงวัตถุตรงกลางเฟรม สามารถทำให้เราหลีกเลี่ยงการวัดแสงจากฉากหลังที่มืดหรือแสงมากเกินไป

โหมดวัดแสง, การวัดแสง, ระบบวัดแสง, วิธีการวัดแสงให้ถูกต้อง, กล้องถ่ายรูป, Mirrorless, พื้นฐานการถ่ายภาพ

เราสามารถที่จะใช้โหมดวัดแสงนี้กับการถ่ายภาพ Portrait, ภาพสัตว์เลี้ยง แมวนอนหลับ ก็ได้ สรุปว่าเป็นการวัดแสงเฉลี่ยที่กลางภาพนั่นเอง แสงส่วนอื่น ๆ จะมีความสำคัญเข้ามาน้อยมาก

3. Spot-Metering โหมดวัดแสงเฉพาะจุด

เมื่อตอนที่เราใช้กล้องจะเห็นได้ว่ายุคนี้กล้องสามารถที่จะมีจุดโฟกัสเป็นร้อย ๆ จุด ซึ่งบางครั้งเราต้องการให้ส่วนตรงนั้นได้ความสว่างที่เราต้องการ ดังนั้น Spot-Metering ก็คือการวัดแสงเฉพาะตรงจุดนั้นนั่นเอง ค่าแสงที่เลยออกมาจากจุดตรงนั้นก็จะไม่ถูกคำนวณค่าแสงแล้ว เหมาะกับการที่เราเจอความแตกต่างของแสงเยอะมาก เช่น การถ่ายภาพย้อนแสงหนัก ๆ เราสามารถที่จะวัดแสงเฉพาะจุดเพื่อที่จะบอกกล้องว่า ขอดูแสงตรงนั้นหน่อย เราต้องการให้ตรงจุดนั้นสว่างอะไรแบบนั้น

โหมดวัดแสง, การวัดแสง, ระบบวัดแสง, วิธีการวัดแสงให้ถูกต้อง, กล้องถ่ายรูป, Mirrorless, พื้นฐานการถ่ายภาพ

source : https://www.exposureguide.com/metering-modes/

สิ่งที่อยากจะแนะนำก่อนจากกัน

การฝึกใช้และเข้าใจความคิดของกล้องในแต่ละโหมดเป็นเรื่องสำคัญมากอยู่นะ เพราะมันทำให้เราได้ค่าแสงที่ตรงมากขึ้น รู้ว่ากล้องคำนวณค่าแสงยังไงถึงถ่ายภาพแบบนี้ออกมาให้เราดู ดังนั้นเข้าใจได้เลยว่า ไม่มีโหมดวัดแสงไหนที่ดีที่สุด แต่โหมดวัดแสงที่เราเข้าใจมัน และรู้ว่าควรใช้โหมดอะไรตอนไหน สิ่งนั้นจะทำให้เราได้ค่าแสงที่ดีที่สุดสำหรับเราครับ

รวมบทความการถ่ายภาพพื้นฐานสำหรับมือใหม่

การตั้งค่ากล้องสำหรับมือใหม่ เริ่มพื้นฐานจากศูนย์กันเลย
ISO คืออะไร รวมทุกอย่างที่ต้องรู้เรื่อง ISO
คำแนะนำสำหรับมือใหม่ในการถ่ายภาพให้นิ่งและไม่เบลอ
7 ไอเดียการฝึกถ่ายรูปสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเล่นกล้อง
10 เทคนิคการถ่ายภาพเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

Yochuwa Samaromhttps://www.photoschoolthailand.com/
Digital Marketing ที่รักการถ่ายภาพ ทำเว็บบล็อกสอนถ่ายภาพฟรี และมีอีกเว็บที่สอนด้านการตลาดฟรี เชื่อว่าการแบ่งปันสิ่งที่เรารู้ จะทำให้เราพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น และรู้จักกับคนที่เก่งกว่าเรามากขึ้นไปอีก

Similar Articles

Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

7 เหตุผลที่ Video Creator ควรมี Nanlite Compac ไว้ใช้งาน

ไฟ Nanlite Compac เป็นไฟที่มีซีรีย์ให้เลือกใช้งานเพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานได้ โดยมีขนาดที่แตกต่างกัน และมีทั้งรุ่นที่ให้สีของไฟแบบกลางวัน Daylight และ รุ่นที่เปลี่ยนสีได้ โดยทั้งสองรุ่น มีให้เลือกใช้ตามขนาดและความเหมาะสมของงาน โดยมีตั้งแต่ขนาดเล็ก กำลังไฟน้อย ไฟจนถึงรุ่นที่มีกำลังไฟสูงและเป็นแผงไฟขนาดใหญ่ โดยไม่ว่ารุ่นไหนของ Nanlite Compac จะมีความพิเศษคือความเบาและบางของไฟ จึงช่วยประหยัดพื้นที่ในการทำงาน รวมถึงน้ำหนักไม่เป็นภาระต่อการทำงานอีกด้วย  7 เหตุผลที่ Video Creator ควรมี...

5 ข้อดีที่ Nanlite MixPad II ทำให้งานภาพและวิดีโอสมจริงมากขึ้น

Nanlite MixPad II เป็นไฟสตูดิโอที่มีขนาดเล็ก เบาและบาง พกพาใช้งานได้สะดวกจะถือหรือใส่ขาตั้ง หรือจะพาพาเพื่อเดินทางไปทำงานทั้งต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ก็ไม่เป็นภาระด้านน้ำหนัก ถ้าได้นาน ไม่ร้อนมี ต่อเข้าใช้งานกับอุปกรร์อื่นเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานได้มากขึ้นได้ด้วยเม้าท์ 1/4"-20 ที่ต่อเข้ากับอุปกรณ์ทั้งกล้องถ่ายภาพ ใช้งานได้กับ Light modifier เลือกระดับแสงนุ่มได้ตามที่ต้องการ ทั้งยังมีระบบไฟ แสง สี การเปลี่ยนแสงสีเพื่อรองรับการทำงานและเอฟเฟกต์แสงแบบต่าง ๆ เพื่อช่วยให้งานภาพและวิดีโอ สวยงามสมจริงมากขึ้น  5...

5 เหตุผลทำไม Nanlite MixPad II จึงเหมาะสำหรับงานสตูดิโอ

Nanlite Mixpad II เป็นแผงไฟขนาดเล็กที่เหมาะสำหรับการให้แสงสว่างในสตูดิโอทั้งงานภาพนิ่งและวิดีโอ มีสองรุ่นเพื่อให้เลือกใช้งานได้ตอบโจทย์การทำงานมากที่สุด ทั้งรุ่น 11C และ 27C โดยแตกต่างกันที่ขนาดของแผงไฟ ใช้ในการถ่ายบุคคล ภาพอาหารหรือสินค้า เครื่องสำอาง เสื้อผ้า งานศิลปะ งานรีวิวสินค้า งานสัมภาษณ์และงานถ่ายทำภาพยนตร์ รองรับการทำงานที่คล่องตัว ทั้งในและนอกสตูดิโอ  5 เหตุผลทำไม Nanlite MixPad II จึงเหมาะสำหรับงานสตูดิโอ 1.น้ำหนักเบา...