fbpx

พรีวิว Z CAM E2-F8 กล้องถ่ายภาพยนตร์ ให้ความละเอียดสูง ตอบโจทย์งานระดับมืออาชีพ

พรีวิว Z-Cam E2-F8 กล้องแบบฟูลเฟรม 8K สำหรับการถ่ายภาพยนตร์ โดยกล้องตัวนี้มาพร้อมกับฟังก์ชั่นในการใช้งานมากมาย ที่สำคัญสามารถบันทึกภาพยนตร์และวีดิโอระดับสูงได้ละเอียดคมชัด พร้อมทั้งมีเซนเตอร์ CMOS ทำให้ภาพที่ออกมามีสีสันสดใสสมจริง

นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกภาพด้วยไฟล์ ZRAW เพื่อนำไปใช้สำหรับการปรับแต่งสีให้สวยงามมากยิ่งขึ้นหลังจากที่ถ่ายเสร็จ รองรับการทำงานผ่านสมาร์ทโฟนเพียงแค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Z Camera เท่านั้น ขณะเดียวกันโครงสร้างของกล้องมีความแข็งแรงทนทาน และยังระบายความร้อนได้ดี ช่วยให้คุณสามารถใช้งานกล้องตัวนี้เพื่อทำงานได้แบบต่อเนื่องยาวนาน

พรีวิว Z CAM E2-F8 กล้องถ่ายภาพยนตร์ความสามารถโดดเด่น สำหรับงานระดับมืออาชีพ

จุดเด่น Z CAM E2-F8

  • กล้องบันทึกภาพยนตร์และวิดีโอสูงสุด 8K มาพร้อมกับเลนส์เมาท์ Canon EF
  • เซนเซอร์ CMOS แบบฟูลเฟรม พร้อมกับการบันทึกสี 10 บิต 4:2:2
  • ขอบเขตความละเอียดของภาพหรือช่วงความกว้างไดนามิคแรนจ์อยู่ที่ 14 สตอป
  • รองรับ Time Code, การถ่ายแบบ 8K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที และบันทึกข้อมูลได้เร็ว 300 Mb/วินาที
  • สามารถบันทึกภาพด้วยไฟล์ ZRAW แบบ 12 บิตทำให้สีมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น และสามารถปรับสีได้ง่าย
  • บันทึกในรูปแบบไฟล์อื่นๆ ทั้ง MOV และ MP4 สามารถบีดอัดข้อมูล H.265 เพื่อทำการบันทึกได้ 10 บิต และแบบ H.264 ซึ่งรองรับการบันทึกแบบ 8 บิต
  • รองรับทั้งแบตเตอรี่ และต่อไฟตรงเข้ากับตัวกล้อง
  • เลือกปรับแสงและสีได้ตั้งแต่ Rec.709, Z-Log2, flat หรือ HLG ก็ได้
  • มีพอร์ต USB 3.0 Type-C สำหรับการควบคุมกล้องและการส่งผ่านข้อมูล
  • โหลดแอพพลิเคชั่น Z Camera สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS เพื่อใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน
  • การตั้งค่ากล้องทำได้ง่ายหลากหลายช่วยให้การถ่ายงานมีความคล่องตัว
  • ควบคุมการตั้งค่าและฟังค์ชั่นต่างๆ ผ่านระบบ WiFi 5G หรือ 802.11n
  • บอดี้ทำมาจากอะลูมิเนียมอย่างดีแข็งแกร่งพร้อมทั้งยังมีการระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม

เซ็นเซอร์ CMOS ไดนามิคแรนจ์อยู่ที่ 14 สต๊อป ทำให้สีสดใสภาพคมชัดละเอียด

สำหรับ Z-Cam E2-F8 มีความโดดเด่นตรงที่เป็นกล้องบันทึกภาพยนตร์และวิดีโอสูงสุด 8K มาพร้อมกับเลนส์เมาท์ Canon EF ฟีเจอร์ของกล้องรุ่นนี้มีความน่าสนใจมากๆ เพราะใช้เซ็นเซอร์ CMOS แบบฟูลเฟรม พร้อมกับการบันทึกสี 10 บิต 4:2:2 และยังมีขอบเขตความละเอียดของภาพหรือช่วงความกว้างไดนามิคแรนจ์อยู่ที่ 14 สตอป พร้อมกันนี้ยังรองรับ Time Code, การถ่ายแบบ 8 K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที และบันทึกข้อมูลได้เร็ว 300 Mb/วินาทีลงในการ์ด CFast 2.0

สามารถบันทึกไฟล์ ZRAW เพื่อทำให้ภาพมีสีที่โดดเด่นชัดเจน

Z-Cam E2-F8 สามารถบันทึกภาพด้วยไฟล์ ZRAW แบบ 12 บิตทำให้สีมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็สามารถบันทึกในรูปแบบไฟล์อื่นๆ ทั้ง MOV และ MP4 นอกจากนี้ยังสามารถบีดอัดข้อมูล H.265 เพื่อทำการบันทึกได้ 10 บิต และแบบ H.264 ซึ่งรองรับการบันทึกแบบ 8 บิตก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถรองรับคุณภาพของภาพหลากหลาย พร้อมกันนี้ยังมีพอร์ต HDMI ขนาด 2.0 รองรับวีดิโอเอาท์พุต 4K60, 10-bit 4:2:2

แบตเตอรี่ก็ใช้ได้ไฟได้ก็ใช้ได้สะดวกสบายอย่างมาก

Z CAM E2-F6 สามารถใช้แบตเตอรี่ที่มีติดตั้งเอาไว้กับตัวเครื่องโดยเป็นแบตเตอรี่ของ Sony ในตระกูล L-series เพื่อความสะดวกคล่องตัวในการนำกล้องไปใช้งานนอกสถานที่หรือจะใช้พลังงานด้วยการเชื่อมต่อกับไฟบ้านโดยตรงก็ได้โดยใช้สายอะแดปเตอร์ที่มีพอร์ต 2-pin LEMO นอกจากนี้กล้องยังมีฟีเจอร์สำหรับต่อพ่วงสาย 12 VDC 2-pin LEMO เพื่อที่จะใช้พลังงานจากอุปกรณ์อื่นๆอย่างเช่นพาวเวอร์แบงค์ก็ได้

ปรับแสงและสีรองรับการทำงานกับซอฟต์เเวร์จัดการสีได้ เพื่องานภาพยนตร์ที่โดดเด่น

กล้อง Z CAM E2-F6 สามารถเลือกจัดการไฟล์สีที่หลากหลาย เพื่อปรับแสงและสีได้ รองรับการทำงานกับ Rec.709, Z-Log2, flat หรือ HLG ก็ได้เพื่อมีของเขตการทำงานที่กว้างขึ้น

ควบคุมและสั่งงานได้หลากหลายวิธี

ในขณะเดียวกับ Z CAM E2-F6 สามารถควบคุมและสั่งงานผ่านพอร์ตต่างๆ ที่มีมากับตัวกล้อง ไม่ว่าจะเป็นสายแลนขนาด 2.5 mm, ช่องเสียบ USB Type-C, ช่องส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง Ethernet หรือจะโหมดแอปพลิเคชั่น Z Camera ของ iOS เพื่อที่จะควบคุมกล้องผ่านระบบ WiFi เพื่อที่จะได้แสดงความเห็นหรือตรวจเช็คภาพได้สดๆ ทันที และยังสามารถตั้งค่าต่างๆ ได้ด้วย นอกจากนี้กล้องยังสามารถบันทึกภาพแบบ Time Lapse, Slow Motion และยังสามารถนำไปทำ Live Steam ผ่านพอร์ต Gigabit Ethernet ขณะเดียวกันก็ยังสามารถควบคุมกล้องจากปุ่มที่อยู่ด้านข้างของกล้องก็ได้

บันทึกภาพลงในการ์ด CFast 2.0 ด้วยความเร็ว 300 Mb/วินาที

กล้องรุ่นนี้มีความสามารถในการบันทึกข้อมูลได้เร็ว 300 Mb/วินาทีลงในการ์ด CFast 2.0 โดยสามารถบีดอัดข้อมูลได้ทั้งแบบ H.265 หรือ H.264 พร้อมกันนี้ยังสามารถบันทึกสีได้ 10 บิต และยังสามารถบันทึกเสียง 24-bit 48 kHz โดยใช้ตัวแปลงสัญญาณ ACC หรือ PCM ผ่านตัวแจ็คสเตอริโอขนาด 3.5 mm หรือใช้สาย XLR เชื่อมต่อกับพอร์ต 5-pin LEMO ก็ได้

สามารถกระจายสัญญาณไปยังอุปกรณ์ได้

Z CAM E2-F6 มีพอร์ต USB 3.0 Type-C สำหรับการควบคุมกล้องและการส่งผ่านข้อมูล นอกจากนี้ยังมีอีก 2 พอร์ตเพื่อใช้สำหรับการควบคุม ขณะเดียวกันพอร์ต Ethernet มีไว้สำหรับการชมภาพแบบ Live View และการส่งไฟล์ไปยังบราวน์เซอร์ หรือคอมพิวเตอร์ที่รอบรับซอฟท์แวร์ Z CAM

ควบคุมระยะไกลได้ไม่อยาก

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ Z CAM E2-F ยังมีพอร์ตเสียบเข้ากับ LANC เพื่อใช้สำหรับการควบคุมในระยะไกล รวมไปถึงการเปิด/ปิดเครื่องด้วย นี่เป็นแค่เพียงเล็กๆ น้อยๆ ของตัวกล้อง เพราะยังมีฟังก์ชั่นน่าสนใจมากๆ เพื่อนำไปใช้ในการถ่ายภาพยนตร์ หรือวีดิโอที่ต้องการรายละเอียดสูง

ก้าวล้ำนำสมัยเข้ากับยุคปัจจุบันเพื่อเพิ่มศักยภาพของกล้อง

สำหรับ Z CAM E2-F6 พร้อมรับความทันสมัย ด้วยการโหลดแอพพลิเคชั่น Z Camera สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS เพื่อใช้ในการตรวจสอบและเช็คงานรวมทั้งควบคุมการตั้งค่าและฟังค์ชั่นต่างๆ ผ่านระบบ WiFi 5G หรือ 802.11n ทำให้คุณสามารถเริ่ม/หยุดการบันทึกได้ และตั้งค่าต่างๆ ของกล้องจากระยะไกลก็ไม่มีปัญหา ทั้งยังมีฟีเจอร์ Live Preview ที่จะแสดงผลให้เห็นว่าเปิดใช้งานโปรแกรมอะไรอยู่ บริเวณแถบด้านล่างของโทรศัพท์มือถือ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

การตั้งค่ากล้องทำได้ง่ายหลากหลายช่วยให้การถ่ายงานมีความคล่องตัว

กล้อง Z CAM E2-F6 มีโหลดให้ใช้งานมากมาย และสามารถตั้งค่าได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น โหมดโฟกัสก็มีทั้งแบบแมนนวลโฟกัส (MF), ออโต้โฟกัส (AF) และ โฟกัสตลอดเวลา (CAF) สามารถตั้งค่าสมดุลแสงสีขาวหรือ White Balance มีตั้งแต่ 2300-7500K ทำได้ทั้งแบบอัตโนมัติ หรือจะตั้งค่าด้วยตัวเองก็ได้ แถมยังสามารถตั้งค่าล่วงหน้าก็ได้ พร้อมกันนี้ยังสามารถปรับสีวิดีโอจากไฟล์สีดั้งเดิมผ่านตัว LUT เพื่อปรับสีวิดีโอจากไฟล์สีดั้งเดิมให้เปลี่ยนไปเป็นสีที่ต้องการอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการตั้งค่าความสว่างแบบชัดเจน, Contrast, ภาพที่มีสีอิ่มตัว และภาพที่ให้ความคมชัดสวยงาม

บอดี้ทั้งแกร่งทั้งเจ๋งลุยงานได้ทุกพื้นที่

สำหรับตัวบอดี้ของ Z CAM E2-F6 เหมาะอย่างยิ่งในการถ่ายภาพยนตร์แบบสมบุกสมบัน เพราะทำมาจากอะลูมิเนียมอย่างดีแข็งแกร่ง สามารถนำไปลุยได้ทุกกองถ่าย หรือที่ไหนก็ตามที่อยากจะเอาไปใช้งาน พร้อมทั้งยังมีการระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม ทำให้คุณสามารถใช้งานกล้องได้แบบยาวนานต่อเนื่อง ในส่วนของพลังก็ใช้ได้ทั้งกับแบตเตอรี่ หรือจะต่อตรงกับไฟบ้านก็ได้ ถือได้ว่าเป็นกล้องที่ผลิตขึ้นมาตอบโจทย์สายลุยจริงๆ

พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถ่ายภาพได้ที่ PHOTOSCHOOLTHAILAND

รวมบทความถ่ายภาพ PORTRAIT เบื้องต้นสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่ BASIC PHOTOGRAPHY และ PORTRAIT PHOTOGRAPHY แบบครบจบทุกหัวข้อ

Yochuwa Samaromhttps://www.photoschoolthailand.com/
Digital Marketing ที่รักการถ่ายภาพ ทำเว็บบล็อกสอนถ่ายภาพฟรี และมีอีกเว็บที่สอนด้านการตลาดฟรี เชื่อว่าการแบ่งปันสิ่งที่เรารู้ จะทำให้เราพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น และรู้จักกับคนที่เก่งกว่าเรามากขึ้นไปอีก

Similar Articles

Comments

7 เหตุผลทำไม DJI OSMO Pocket 2 จึงเหมาะสำหรับ YouTuber & Vlogger

การเปิดสายการผลิตกล้อง OSMO Pocket ของ DJI ตั้งใจที่จะเอาใจลูกค้ากลุ่มที่ต้องการความคล่องตัวในการผลิตงานวิดีโอ เช่น YouTuber & Vlogger ทั้งความสะดวกในการพกพา ความสามารถในการถ่ายภาพเเละวิดีโอ ทั้งยังเป็นกิมบอลกันสั่นอีกด้วย  ความสะดวกเเละความง่ายในการทำงาน...

7 จุดเด่น DJI OSMO Pocket 2 สำหรับงานวิดีโอ

DJI OSMO Pocket 2 เป็นกล้องถ่ายวิดีโอขนาดเล็กมาก พกพาง่าย จะหยิบขึ้นมาใช้ถ่ายวิดีโอเมื่อไหร่ที่ไหนก็ได้ หยิบขึ้นมาบันทึกความทรงจำหรือช่วงเวลาประทับใจระหว่างการท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ครอบครัว ก็หยิบขึ้นมาบันทึกภาพเเละวิดีโอได้ทันที จึงไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญใช้งานง่าย เเละไม่ยุ่งยาก วันนี้เรามาดู 7 จุดเด่น DJI OSMO Pocket 2 สำหรับงานวิดีโอ ว่ามีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง

รีวิวกล้องวิดีโอ DJI OSMO Pocket 2 ขนาดเล็กพร้อม GIMBAL กันสั่นในตัว ความละเอียดภาพ 64 ล้านพิกเซล วิดีโอ [email protected] FPS ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ

DJI OSMO Pocket 2 กล้องวิดีโอขนาดเล็กพร้อมกันสั่นในตัวรุ่นใหม่ ออกเเบบมาเพื่อให้มีความสามารถสูงขึ้น ทั้งถ่ายภาพเเละวิดีโอเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้งานให้มากขึ้น โดยรุ่นนี้มีเซ็นเซอร์ขนาด 1/1.7 นิ้ว ขนาดที่ใหญ่ขึ้นทำให้ถ่ายภาพได้ชัด รายละเอียดภาพ 64 ล้านพิกเซลจากรุ่นเดิมที่ความละเอียดภาพยู่ที่ 12 ล้านพิกเซลเท่านั้น